สัมภาษณ์จากสัตว์มหัศจรรย์: ผู้นำสูงสุด คาร์เมน อีโจโก

โดย ผู้สื่อข่าวพอตเตอร์มอร์

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2016

คาร์เมน อีโจโก กลายเป็นประธานาธิบดีแห่งมาคูซา เซราฟิน่า พิกเคอรีได้อย่างไร

คาร์เมน อีโจโกยื่นคำขาดรุนแรงครั้งสุดท้ายของเธอในภาพยนตร์สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ ก่อนจะหันหลังให้กับทุกสิ่งอย่างโกรธเคือง และเดินออกจากกรอบกล้องไป มุ่งหน้าสู่เตนท์แต่งหน้าในบริเวณรอบนอกของฉากมาคูซา

เธอยังคงแต่งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าในบทบาทของเซราฟิน่า พิกเคอรี ประธานาธิบดีของสภาเวทมนตร์แห่งสหรัฐอเมริกา เธอนั่งลงบนเก้าอี้ที่ทั้งแข็งและหนาภายในเตนท์ เธอใส่ชุดที่ดูเข้ารูปและได้รับการออกแบบมาดีกับเครื่องประดับศีรษะ เธอดูสง่างามและมีอำนาจที่เฉพาะตัวมากในแบบที่แม่มดที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอเมริกาเหนือจะเป็นได้

‘มันให้ความรู้สึกเหมือนกับการรวมตัวกันของคนในครอบครัวมาถึงตอนท้ายแล้ว’ คาร์เมนพูด เมื่อขจัดภาพลักษณ์ตัวละครของเธอออกไป ตอนนี้เธอดูเปล่าเปลี่ยวเล็กน้อยที่การถ่ายทำจบลงเรียบร้อยแล้ว

‘พวกเราค่อนข้างเหมือนครอบครัวใหญ่ค่ะ ฉันเดาว่ามันเกิดขึ้นตลอดเวลากับภาพยนตร์หลายเรื่อง แต่บางทีเรื่องนี้อาจมากกว่า เพราะพวกเราต่างก็เข้าใจกันดีว่าพวกเราเป็นส่วนหนึ่งของการรับช่วงต่อ และก็มีผู้คนมากมายที่ตื่นเต้นกับมันด้วย พวกเรารู้ดีว่าพวกเราอยู่ในการเดินทางอันยาวไกลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และพวกเราก็ได้รับเลือกให้มาอยู่ในโลกที่พิเศษนี้’

โลกพิเศษที่คาร์เมนพูดถึงนี้แน่นอนว่ามาจากจินตนาการของเจ.เค. โรว์ลิ่ง ซึ่งก็คือนิวยอร์กในช่วงปี 1926 มันเป็นโลกที่คาร์เมนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยตลอดเวลา 6 เดือน และเพราะว่ามันมีกระบวนการการเก็บความลับของพล็อตเรื่อง แม้แต่คาร์เมนเองก็ไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรมากมายนักเกี่ยวกับตัวละครของเธอ

‘มันเป็นเรื่องที่สนุกมากค่ะที่ได้คิดถึงพวกแนวคิดเกี่ยวกับภาพลักษณ์ บุคลิก และก็การเข้าถึงที่เป็นองค์ประกอบของการเข้าไปถึงแนวคิดเกี่ยวกับโลกอื่น ฉันไม่เคยได้ทำอะไรแบบนั้นมาก่อนเลย’ เธอบอกฉัน

‘ฉันยึดถือเอาพวกคำพูดและพวกแนวคิดสองสามอย่างที่เดวิด เยทส์บอกฉันไว้ ตัวอย่างเช่น แนวคิดที่ว่าตัวละครผู้หญิงคนนี้มีอำนาจ เธอไม่ต้องยืนยันสิทธิอำนาจของเธอเลย คุณเองก็สามารถแปลความนั่นไปได้หลายทางนะ แต่ว่ามันก็ช่วยได้มากจริง ๆ และเพราะอย่างนั้นฉันก็เลยพยายามจะยึดตามพวกสิ่งที่มีความหมายเล็กน้อยแบบนั้นไว้’

‘ฉันไม่รู้เลยว่าคอลลีน แอทวู้ดทำเครื่องแต่งกายของฉัน จนกระทั่งมารู้เอาตอนวันลองชุดครั้งแรกค่ะ’ เธอเล่าต่อ ‘ฉันไม่รู้เลยว่าเธอจะให้ฉันสวมอะไรที่พลิ้วไหวและได้รับการออกแบบมาดีแบบนี้ ไม่รู้เลยจนกระทั่งฉันไปถึงนิวยอร์ก ที่สตูดิโอ เธอคิดตระเตรียมงานมาดี ฉันเห็นชุดคลุมที่ออกแบบมาดีอย่างน่าเหลือเชื่อ และก็รู้เลยว่าตัวละครผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่รักษาท่าทางการวางตัวชัดเจนสินะ’

งานแสดงที่มีชื่อเสียงที่สุดของคาร์เมนจนถึงเดี๋ยวนี้ก็คือบทบาทนักกิจกรรมด้านสิทธิพลเมือง คอเรตต้า สก็อต คิง ผู้ซึ่งเป็นภรรยาของมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ในภาพยนตร์เรื่อง Boycott and Selma ในหลาย ๆ ทาง การแสดงบทบาทบุคคลที่มีตัวตนจริงในภาพยนตร์ชีวประวัติเกี่ยวกับสิทธิพลเมืองในสหรัฐอเมริกาย่อมแตกต่างมากจากการแสดงบทบาทแม่มดในโลกแห่งเวทมนตร์ของเจ.เค. โรว์ลิ่ง แต่มันก็มีบางอย่างในพลังของคาร์เมนที่ให้ความรู้สึกว่ามันเหมาะเจาะกับทั้งสองเรื่อง

เธอภูมิใจมาก เธอพูดไว้ว่าการเล่นเป็นตัวละครผิวสีในภาพยนตร์เรื่องใหญ่ ๆ มันสำคัญ

‘นี่ไม่ใช่ตัวละครแบบที่ไม่สำคัญเท่าตัวละครอื่นนะคะ’ คาร์เมนพูด ‘เธอเป็นเหมือนส่วนผสมที่สมบูรณ์ ในแบบที่ว่าเป็นรากฐานสำคัญมากต่อเส้นเรื่องน่ะค่ะ เธอมีความแตกต่างเล็กน้อย มีความซับซ้อน และเธอก็ไม่ใช่คนแบบสองมิติที่จะคาดเดาได้ สำหรับทุก ๆ เหตุผลพวกนั้น ฉันคิดว่ามันมีความพยายามจริง ๆ ที่เผยให้เห็นว่าโลกเวทมนตร์สามารถเปิดใจรับอะไรได้มากขึ้นอีก’

‘ฉันคิดว่าสาระสำคัญ ถ้าว่ากันตามตรงแล้ว มันก็มีการเปิดใจรับกันแล้ว ในแง่ความพยายามที่จะแสดงให้เห็นความสำคัญว่า พวกเราทั้งหมดนั้นแตกต่าง และพวกเราทั้งหมดก็ยอมรับในความแตกต่างของพวกเรา มันได้ส่งข้อความมาถึงพวกเราทุกคนแล้ว ฉันคิดว่าพวกผู้ชมคงจะชอบที่จะได้เห็นตัวพวกเขาเองในภาพยนตร์ มีกลุ่มคนที่รักที่จะเป็นส่วนหนึ่งของโลกเวทมนตร์ และพวกเขาจะต้องรู้สึกตื่นเต้นมากแน่ตอนที่พวกเขาได้เห็นตัวละครอย่างเซราฟิน่าในภาพยนตร์’

ดูเหมือนคาร์เมนจะเก็บงำเรื่องเกี่ยวกับแรงจูงใจของเซราฟิน่าไว้ พวกเรารู้ว่าเธอเป็นประธานาธิบดีของมาคูซา และพวกเราก็เห็นเธอยืนอยู่ในงานประชุมสัมมนาเวทมนตร์ในเทรลเลอร์ภาพยนตร์เรื่องสัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ พวกเราได้เห็นว่าเธอดูสง่างามขนาดไหน เคร่งครัดขนาดไหน และมีเสน่ห์ขนาดไหน แต่พวกเราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเธอจะทำยังไงกับตัวเอกของเรา นิวท์ สคามันเดอร์กันแน่ หรือแม้กระทั่งว่าเธอจะปรากฏตัวในช่วงไหนของเส้นเรื่อง

‘ศักยภาพในความต้องการที่จะเล่นเป็นตัวละครที่ดีหรือร้ายบางทีมันก็มีอยู่ในตัวพวกเราทุกคนในจุด ๆ หนึ่งของภาพยนตร์ค่ะ’ เธอพูด ‘หากคุณย้อนกลับไปคิดดูถึงงานอื่น ๆ ของเจ.เค. โรว์ลิ่งและแฮร์รี่ พอตเตอร์ คุณจะเห็นว่าตัวละครทุกตัวพวกนั้นมีความซับซ้อน และมันก็เป็นเรื่องของการอยู่ในสภาวการณ์ที่ก้ำกึ่งไม่ได้มีความชัดเจนนัก เซราฟิน่าก็เป็นแบบนั้น เธอมีความขัดแย้งมากมาย เธออาจจะเก็บซ่อนมันได้ดี แต่นั่นมันก็เป็นเกมการเมืองที่เธอเล่นอยู่น่ะค่ะ’

และนั่น ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็คือทุกสิ่งที่คาร์เมนจะพูดเกี่ยวกับเซราฟิน่า พิกเคอรีได้ ก่อนที่เธอจะไปที่รถเทรลเลอร์ของเธอเพื่อเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าของโนแมจและลบร่องรอยเครื่องสำอางบนใบหน้าของเธอออก ฉันถามเธอถึงงานชิ้นต่อไป

‘ฉันเป็นแม่คนนี่คะ เพราะงั้นฉันก็ต้องกลับบ้านไปดูแลพวกลูกตัวน้อยของฉันสักระยะนะ เอ่อ พวกเขาไม่ใช่พวกลูกตัวน้อยหรอกค่ะ พวกเขาอายุ 10 กับ 14 ก็เด็กโตล่ะค่ะ นั่นล่ะงานชิ้นต่อไปของฉัน’

‘ฉันคิดว่าฉันก็ได้ทำงานดี ๆ มาหลายงานในอาชีพของฉันนะ แต่มันก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรต่อลูก ๆ ของฉันได้เท่ากับภาพยนตร์เรื่องนี้ พวกเขามาเยี่ยมที่กองถ่ายแล้วก็ชอบใจค่ะ! พวกเขาไปที่วอร์เนอร์ บราส. สตูดิโอทัวร์ลอนดอนที่อยู่ถัดไป แล้วก็กลับมาในสภาพตะลึงงัน ตื่นเต้นมากที่แม่ของพวกเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลทั้งหมดนี่’

หากตัดสินจากรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของเธอในขณะที่เธอพูดเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ คาร์เมนเองก็ตื่นเต้นพอ ๆ กับพวกลูกของเธอแน่