สัมภาษณ์จากสัตว์มหัศจรรย์: นักแสดงนำ เอ็ดดี เรดเมย์น

โดย ผู้สื่อข่าวพอตเตอร์มอร์

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2016

เอ็ดดี เรดเมย์น บอกผู้สื่อข่าวพอตเตอร์มอร์ว่า เขาเตรียมตัวสำหรับบทบาทนิวท์ สคามันเดอร์ในสัตว์มหัศจรรย์อย่างไร มันกลายเป็นว่ากระบวนการที่สร้างสรรค์ของเขานี้เกี่ยวโยงถึงเจ.เค. โรว์ลิ่ง กางเกงขายาวสั้นเต่อ และแรดเจ้าอารมณ์

‘เข้ามาเลยครับ’ เอ็ดดี เรดเมย์นพูด เขายืนอยู่ที่ประตูรถเทรลเลอร์ของเขา เขาใส่ชุดกางเกงหลวม ๆ รองเท้าอั๊กบู้ท (Ugg boots*) และเสื้อคลุมยาวสีดำแบบสีถ่าน เขาเดินไปที่สุดทางหนึ่งของห้องและนั่งลงบนเก้าอี้นวมขนาดท้วมป้อม

‘คุณต้องพอใจแน่ที่รู้ว่าผมก็แฟนแฮร์รี่ พอตเตอร์ตัวจริงน่ะ’ เขาพูดพร้อมรอยยิ้มกว้างเหมือนเด็ก ‘ผมเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับภาพยนตร์พวกนั้นมาบ้าง แล้วก็ที่ว่ามันให้ความรู้สึกเหมือนครอบครัวในกองถ่ายน่ะเป็นยังไง พูดตามตรงนะครับ ผมเคยอิจฉาอยู่หน่อย ๆ มาตลอดเลย’

บางทีนั่นคงเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อเขาได้รับบทนิวท์ เอ็ดดีถึงขอใช้เวลาสักชั่วโมงคุยกับเจ.เค. โรว์ลิ่งเรื่องตัวละครของเขา

‘มันไม่ได้เป็นการคุยกันเล็ก ๆ หรอกครับ ผมพูดไปว่า “เอาล่ะ บอกผมเรื่องนิวท์หน่อยครับ” ผมมีคำถามมากมายเกี่ยวกับข้อมูลปูมหลังของเขาและครอบครัวของเขา มันเป็นจินตนาการของเจ.เค. โรว์ลิ่งทั้งหมดนี่ครับ และก็เป็นเรื่องที่ว่าเธอเห็นภาพโลกรอบตัวนิวท์อย่างไร ก็เหมือนกับตัวละครของเธอทุกตัวล่ะครับ นิวท์มาจากที่ใดที่หนึ่งในใจของเธอ เขามีความสำคัญต่อเธอ’

‘ผมได้แสดงบทบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง แบบที่มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับพวกเขา อย่างสตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง กับลิลี่ เอลบ์มาก่อนครับ มันต้องมีการค้นคว้าอย่างเต็มที่มาก ๆ เลยเกี่ยวกับบทพวกนั้น แต่พอผมมารับบทนิวท์ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นตัวละครที่ถูกแต่งขึ้นมา โจก็เลยกลายเป็นแหล่งค้นคว้าของผมเสียเลย’

การคุยกันอย่างจริงจังตัวต่อตัวกับเจ.เค. โรว์ลิ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่การค้นคว้าอย่างเดียวที่เอ็ดดีทำเพื่อบทนี้ ผู้กำกับเดวิด เยทส์ ให้เวลาเอ็ดดีไปฝึกฝนสิ่งใดก็ตามที่เขาคิดว่าเขาต้องการ ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาไปเยอะกับพวกสัตว์และอยู่ในธรรมชาติ พยายามที่จะเข้าถึงความนึกคิดของนิวท์

‘หนึ่งในประเด็นหลักของผมเลยก็คือการหาวิธีการเคลื่อนไหวตัวของนิวท์’ เอ็ดดีพูด ‘ผมเริ่มศึกษาเรื่องการสะกดรอยอยู่เป็นวัน และเขาคนนี้ก็แสดงให้ผมเห็นว่าการจะอยู่ตามธรรมชาติต้องทำยังไง ผมได้เรียนรู้เรื่องที่น่าพิศวงมาก อย่างเช่นว่าคุณจะมองเห็นสิ่งรอบข้างตัวคุณได้อย่างไรเมื่อคุณจับจ้องไปที่ทางด้านหน้าเป็นหลัก และพืชหลากหลายชนิดที่แตกต่างกันที่สามารถใช้เป็นยารักษาได้เพียงแค่พ่นใส่ลงบนมือของคุณ’

‘แล้วยังรวมถึงว่า ถ้าคุณกำลังสะกดรอยสัตว์อยู่…’ เอ็ดดีลุกขึ้นจากที่นั่งของเขา และคลานไปตามพื้นในรถเทรลเลอร์ของเขาในระยะสองสามฟุตอย่างมีทักษะเก็บครบทุกรายละเอียดเล็กน้อย เหมือนกับที่คุณก็จะทำ ถ้าคุณจะแอบด้อม ๆ เข้าไปในป่า ‘…คุณจะพยายามทำตัวให้เงียบที่สุด ดังนั้นคุณจะลงน้ำหนักไปที่เท้าข้างหนึ่ง จากนั้นก็จะโผกระโจนไปอีกข้าง พอเป็นแบบนั้น ตอนคุณเอาเท้าแตะพื้น คุณก็จะไม่เหยียบโดนกิ่งไม้ และก็มีแบบนี้ที่เป็นรูปแบบการเดินที่ละเอียดอ่อนครับ’ เขาพูดขณะสาธิตท่าทางต่อไป

‘มีการยอมรับไอเดียใหม่ ๆ เกิดขึ้นครับ อย่างรูปแบบการเดินของครูฝึกที่ทำให้ผมคิดว่า “ว้าว เอารูปแบบอย่างนี้มาใช้สักหน่อยดีกว่า ใช้คุณลักษณะท่าเดินแบบเป็ดนั่นในรูปแบบที่นิวท์เคลื่อนไหวตัวสักหน่อยดีกว่า” แล้วผมก็เอารูปแบบท่าทางอย่างนั้นมาเป็นรูปแบบการเดินของนิวท์ครับ คอลลีน แอทวู้ดตัดกางเกงขายาวของเขาให้ออกมาสั้นเกินไปสำหรับเขาและผมนะ แล้วก็เสื้อโค้ทท่อนบนก็มีความกระชับกับตัวด้วย มันก็ค่อนข้างกระชับกะทัดรัดกับเขานะครับ นิวท์เองก็เป็นคนที่ตัวเล็กกะทัดรัดอยู่แล้วด้วย มันก็เลยช่วยผมได้ในการหารูปแบบการเคลื่อนไหวตัวของเขา’

เอ็ดดีนั่งลง รู้สึกพอใจที่เขาได้สาธิตเทคนิคการสะกดรอยสัตว์ของเขา แต่ส่วนที่ใหญ่ยิ่งสำหรับบทบาทของเขาในการเป็นนิวท์ก็คือการมีปฏิกิริยาตอบสนองกับพวกสัตว์ที่อยู่ในกระเป๋าของเขา เขาต้องเรียนรู้วิธีที่มนุษย์มีปฏิกิริยาตอบสนองกับพวกสัตว์ด้วย สำหรับกรณีนี้ เขาใช้เวลาศึกษามันที่สวนสัตว์ในเมืองเคนท์

‘พวกเราพบลูกตัวกินมดครับ’ เอ็ดดียิ้มกว้าง ‘มันเพิ่งเกิดใหม่ มันคลานม้วนตัวมันเองเป็นลูกบอลครับ ผู้ดูแลสัตว์จะจั๊กจี้มันที่ท้อง แล้วมันก็จะร้องเสียงแหลมขึ้นมา’

เอ็ดดีสาธิตอย่างเหมาะสมถึงท่าทางของตัวกินมดที่คลายตัวออกจะดูเป็นอย่างไรตอนถูกจั๊กจี้ แล้วก็พูดต่อว่า ‘ผมเอาเรื่องแบบนี้มาใช้ด้วยครับ พอผมจับตัวนิฟเฟลอร์ในภาพยนตร์ มันพยายามป้องกันถุงหน้าท้องของมัน ผมก็เลยเกิดไอเดียในการจั๊กจี้มัน แล้วมันก็คลายตัวเหมือนตัวกินมด และปล่อยพวกสมบัติของมันออกมาหมด’

เดวิด เยทส์ ยืนยันว่าความสัมพันธ์ของนิวท์กับพวกสัตว์วิเศษของเขามีความสมจริง ทั้ง ๆ ที่ แน่ล่ะว่าความจริงก็คือพวกมันเป็นซีจีไอที่ถูกสร้างขึ้นในการผลิตช่วงท้ายของภาพยนตร์ เอ็ดดีนำเอาแรงบันดาลใจที่เขาได้มาจากผู้ดูแลสัตว์ที่เขาพบ มาใช้ทำงานกับพวกนักเต้นและพวกคนเล่นหุ่นเชิดเพื่อให้ได้ระดับสายตาและความจำในสัมผัสนั้น ๆ เพื่อช่วยเขาในการเคลื่อนไหวตัวในฉาก

‘มันเป็นเรื่องของการเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของนิวท์ที่มีต่อพวกสัตว์แต่ละตัวครับ และมันก็ไม่ใช่แบบความสัมพันธ์ของมนุษย์’ เขาพูด ‘ยกตัวอย่างเช่น ผมได้ยินเสียงบางเสียงที่พวกผู้ดูแลสัตว์ทำ พวกเสียงนั่นไม่จำเป็นต้องเป็นเสียงเดียวกับที่พวกสัตว์ทำครับ แต่มันต้องเป็นเสียงที่ทำให้สัตว์ตอบสนองกลับ’

‘ก็เหมือนกับแรดในสวนสัตว์น่ะครับ เจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่ดูแลมันจะทำให้มันสงบลงตอนมันอารมณ์เสียด้วยการถูไปบนสะโพกของมันกับถูตรงเข่าด้านใน ผมถามเธอว่า “คุณกำลังทำอะไรน่ะ” เธอลูบหนังที่หนามากตรงแถวเข่าของแรด แล้วในที่สุดแรดมันก็ย่อตัวลงกับพื้น มันเป็นสิ่งที่แปลกแต่ก็น่าพิศวงครับ ลักษณะเฉพาะของสัตว์พวกนั้นมันน่าสนุกทีเดียว’

นอกเหนือจากการพูดคุยซักถามเจ.เค. โรว์ลิ่ง การดูแรดเจ้าอารมณ์ การได้เจอตัวกินมดที่น่ารัก และการเรียนรู้การสะกดรอยพวกสัตว์ในป่า เอ็ดดีก็มีบทภาพยนตร์สัตว์มหัศจรรย์ที่ช่วยเขาสร้างตัวละครของเขาด้วย

‘คุณเริ่มจากการหาข้อมูลให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ในแต่ละหน้า’ เอ็ดดีพูด ‘คุณจะรู้ว่านิวท์ใช้เวลาหนึ่งปีในการลงภาคสนาม แล้วคุณก็จะพยายามเข้าใจถึงว่าหนึ่งปีนั้นมันน่าจะเป็นอย่างไร คุณจะรู้เมื่อเขาถอดเสื้อของเขาออกมา เขามีรอยแผลบนเนื้อตัวของเขา แล้วคุณก็จะพยายามคิดทำความเข้าใจว่าพวกมันได้มาจากอะไร ลองดูรอยเล็ก ๆ นี่สิครับ’ เอ็ดดีพูดแล้วชี้ไปที่รอยเส้นเล็ก ๆ หลายรอยบนข้อมือของเขา ‘รอยกรงเล็บนี่มาจากตอนผมสู้กับนิฟเฟลอร์ มันออกจะเป็นบาดแผลจากสงครามอยู่นะ คุณจะพยายามให้ประวัติเล็กน้อยกับรอยแผลแต่ละรอยน่ะครับ’

เห็นได้ชัดเจนว่าเอ็ดดีรับเอาความรู้สึกนึกคิดของนิวท์มาตลอดช่วงหลายเดือนของการถ่ายทำ และเขาก็ชอบชอบตัวละครของเขามาก และหวังว่าพวกเราก็จะชอบเช่นกัน แล้วการสัมภาษณ์ก็จบเพียงแค่นั้น เขาถูกเรียกให้กลับไปเข้าฉาก กลับไปเป็นนิวท์ สคามันเดอร์อีกครั้ง

—————————————————————-

Ugg boots เป็นรองเท้าบู้ทของแบรนด์อี๊ก