ฮอเรซ ซลักฮอร์น (Horace Slughorn)

เนื้อหาใหม่จาก เจ.เค.โรว์ลิ่ง

วันเกิด: 28 เมษายน

ไม้กายสิทธิ์: ไม้ซีดาร์ แกนกลางบรรจุเอ็นหัวใจมังกร ความยาวสิบเศษหนึ่งส่วนสี่นิ้ว ยืดหยุ่นพอสมควร

บ้านฮอกวอตส์: สลิธีริน

ความสามารถพิเศษ: ผู้ชำนาญการสกัดใจ ผู้เชี่ยวชาญการปรุงยา การแปลงร่างระดับสูง

บิดา มารดา: บิดาเป็นพ่อมด มารดาเป็นแม่มด (ตระกูลหนึ่งในยี่สิบแปดสกุลศักดิ์สิทธิ์)

ครอบครัว: ไม่เคยแต่งงาน ไม่มีบุตร (ถึงกระนั้นตระกูลซลักฮอร์นยังคงสืบต่อผ่านสายข้างเคียง)

งานอดิเรก: สโมสรซลัก ติดต่อทางจดหมายกับนักเรียนเก่าที่มีชื่อเสียง ดื่มด่ำไวน์ชั้นดีและขนมหวาน

ชีวิตในวัยเด็ก

ฮอเรซ ยูจีน แฟลกคัส ซลักฮอร์น (Horace Eugene Flaccus Slughorn) เกิดในตระกูลผู้วิเศษเก่าแก่ บุตรชายเพียงคนเดียวของพ่อแม่ผู้มั่งคั่งและหลงลูกตนเอง แม้จะเป็นเด็กชายผู้มีอารมณ์ดีเป็นพื้นฐาน แต่ก็ได้รับการบ่มเพาะให้เชื่อในคุณค่าเครือข่ายของผู้ใหญ่ (พ่อของเขาเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงระดับสูงในกองความร่วมมือด้านเวทมนตร์ระหว่างประเทศ) และถูกส่งเสริมให้คบเพื่อนที่เหมาะสมเมื่อเขาเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ ตระกูลซลักฮอร์นเป็นหนึ่งในยี่สิบแปดสกุลศักดิ์สิทธิ์ (รายชื่อที่ได้รับเลือกมาจากตระกูลที่เป็นเลือดบริสุทธิ์โดยนักเขียนที่ไม่ทราบชื่อในยุค 1930) และขณะที่พ่อแม่ของซลักฮอร์นไม่เคยกังขาในความเชื่อมั่นความเป็นเลือดบริสุทธิ์ของพวกเขา พวกเขาก็ส่งเสริมความเชื่อเรื่องความเหนือกว่าในชาติกำเนิด

ฮอเรซได้รับคัดสรรให้อยู่ในบ้านสลิธีรินโดยทันทีเมื่อเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ เขาพิสูจน์ตนเองในการเป็นนักเรียนที่มีความสามารถโดดเด่น และขณะที่เขาเพิกเฉยต่อคำแนะนำโดยนัยของพ่อแม่ทางจดหมาย (การคบเพื่อนหลายๆ คนที่มีพรสวรรค์แต่เกิดจากมักเกิ้ล) เขาก็สั่งสมความเป็นอติชนนิยม*ในแบบของเขาเอง ฮอเรซมักถูกดึงดูดเข้าหาผู้ที่มีความสามารถหรือภูมิหลังที่ทำให้เขาเหล่านั้นมีความพิเศษโดดเด่นทางใดทางหนึ่ง สนุกสนานกับความรุ่งโรจน์ที่สะท้อนออกมา และพร่างพราวไปกับคุณลักษณะของผู้มีชื่อเสียง แม้ในขณะยังเด็ก เขาก็ชอบคุยโวว่ารู้จักผู้มีชื่อเสียงคนนั้นคนนี้ไปทั่ว บ่อยครั้งที่เขาชอบเอ่ยถึงรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ด้วยชื่อต้นของท่าน** และมีความสุขกับการสาธยายว่าครอบครัวของตัวเองมีความใกล้ชิดกับรัฐมนตรีมากเกินกว่าความเป็นจริง

*อติชนนิยม หมายถึง ความเชื่อหรือความภูมิใจว่าตนเองนั้นสูงส่งกว่าคนอื่นๆ
**การเรียกด้วยชื่อต้น (Christian Name) ถือเป็นการแสดงออกถึงความสนิทสนมกับคนนั้นอย่างหนึ่ง

งานสอนในระยะแรก

ทั้งๆ ที่เขามีความสามารถมากมาย ความยกย่องชื่นชมของเขาที่มีต่อเหล่าผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นและความปรารถนาของพ่อแม่ของเขาที่จะให้เขาเข้าทำงานที่กระทรวง ฮอเรซ ซลักฮอร์น กลับไม่เคยสนใจและมีแรงผลักดันในเรื่องเกี่ยวกับการเมืองเลย เขาสนุกไปกับสิ่งบันเทิงรื่นรมย์ชีวิตต่างๆ และมีความสุขไปกับเหล่าเพื่อนของเขาที่ประสบความสำเร็จในชีวิตสูงโดยไม่ได้ต้องการไปเลียนแบบชีวิตของเขาเหล่านั้นเลย บางทีในใจลึกๆ เขาคงรู้ว่าเขาไม่ใช่คนประเภทที่จะเป็นรัฐมนตรีที่ยิ่งใหญ่ รู้ตัวเองว่าเขาชอบการทำอะไรที่ไม่ต้องพยายามมากและใช้ชีวิตแบบสบายๆ ตอนที่ได้รับข้อเสนอให้เป็นอาจารย์วิชาปรุงยาที่ฮอกวอตส์เขายินดีตอบรับอย่างยิ่ง เขาเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ในการสอนและความรักในโรงเรียนเก่า

ในเวลาต่อมาเขาได้รับการสนับสนุนให้เป็นอาจารย์ประจำบ้านสลิธีริน ซลักฮอร์นยังคงเป็นคนที่อารมณ์ดีและทำตัวสบายๆ แต่เขาก็ยังมีข้อเสียหลายๆ อย่าง เช่น ความทะนงตัว วางภูมิ และเอนเอียงเมื่อเจอสิ่งที่ดูดีและมีความสามารถ เขาเป็นคนที่ปราศจากความโหดร้ายอำมหิตหรือความประสงค์ร้ายใดๆ สิ่งเลวร้ายที่สุดที่เขาเคยถูกกล่าวโทษในช่วงระหว่างการเป็นอาจารย์ของเขาคือการที่เขาสร้างระยะห่างที่ใหญ่ยิ่งระหว่างกลุ่มที่เขาพบว่าน่ารื่นรมย์และมีแวว กับกลุ่มนักเรียนที่เขาไม่เห็นแม้ประกายของความยิ่งใหญ่ในอนาคต การก่อตั้ง “สโมสรซลัก” (การรับประทานมื้อเย็นนอกเวลาและการสังสรรค์สำหรับเหล่าคนโปรดที่เขาเลือก) ไม่ได้ทำอะไรที่จะช่วยบรรเทาความรู้สึกของบรรดานักเรียนที่ไม่เคยได้รับเชิญได้เลย

ซลักฮอร์นมีสายตาที่ดีเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัยในการมองเห็นถึงความสามารถแฝง สมาชิกของสโมสรซลักจำนวนมากที่เขาเป็นคนเลือกเองกับมือในช่วงกว่าห้าสิบปี ในเวลาต่อๆ มาล้วนมีหน้าที่การงานที่น่าตื่นตาในโลกของผู้วิเศษในสายงานต่างๆ ทั้ง ควิดดิช การเมือง ธุรกิจ และสื่อหนังสือพิมพ์

ความสัมพันธ์กับโวลเดอมอร์

โชคร้ายสำหรับซลักฮอร์น หนึ่งในนักเรียนคนโปรดของเขา เด็กหนุ่มผู้หล่อเหลาและมีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมที่มีชื่อว่า “ทอม มาร์โวโล่ ริดเดิ้ล” เขามีจุดมุ่งหมายที่ห่างไกลจากความต้องการได้เข้าไปทำงานในกระทรวงหรือการเป็นเจ้าของเดลี่พรอเฟ็ต ด้วยเสน่ห์รัดรึงใจและความสามารถในการชักจูงที่เขามี ริดเดิ้ลรู้ดีถึงวิธีที่จะประจบยกยอและโน้มน้าวอาจารย์ปรุงยาและอาจารย์ประจำบ้านของเขาให้ได้มาซึ่งข้อมูลต้องห้ามในการสร้างฮอร์ครักซ์ ซลักฮอร์นได้มอบความรู้เพิ่มเติมในส่วนที่เขายังขาดไป

ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้แสดงให้เห็นในนิยาย แต่เราอาจอนุมานได้จากสิ่งที่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์บอกแก่ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เกี่ยวกับความหวาดระแวงที่เขามีต่อ ทอม ริดเดิ้ล ในสมัยเรียนช่วงหลังๆ ซึ่งดัมเบิลดอร์น่าจะเตือนซลักฮอร์นเพื่อนร่วมงานของเขา เกี่ยวกับการปล่อยให้ตัวเขาถูกใช้ประโยชน์โดยเด็กคนนั้น ซลักฮอร์นเชื่อในการประเมินของเขาเอง (ซึ่งมักนำมาใช้เป็นข้อแก้ตัวหลายๆ ครั้ง) เขาไม่รับฟังคำเตือนของดัมเบิลดอร์ซึ่งคิดว่าเป็นการวิตกเกินเหตุ เขาเชื่อว่าอาจารย์สอนวิชาแปลงร่างไม่ชอบทอมแบบไม่สามารถอธิบายได้ตั้งแต่ตอนที่เขาไปรับเด็กชายคนนี้มาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ทอมโตขึ้น

ซลักฮอร์นยังคงถูกครอบงำโดยริดเดิ้ลจนกระทั่งช่วงท้ายของการจบออกจากโรงเรียน ตอนที่เขาต้องผิดหวังเมื่อพบว่านักเรียนดีเด่นของเขาไม่เพียงแค่ปฏิเสธงานแสนวิเศษต่างๆ ที่มาเสนอให้กับเขา แต่ยังหายหน้าไป ไร้ซึ่งความปรารถนาที่จะติดต่อสัมพันธ์กับอาจารย์ผู้ที่เขาเคยรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมด้วย หลายเดือนต่อมา ซลักฮอร์นต้องยอมรับกับตัวเองอย่างช้าๆ ว่าความรักใคร่ที่ดูเหมือนทอมจะมีต่อตัวเขาสุดท้ายมันก็เป็นเพียงการแสร้งทำ ความรู้สึกผิดของซลักฮอร์นเกี่ยวกับการที่เขาแบ่งปันความรู้ทางเวทมนตร์ที่อันตรายส่วนหนึ่งให้กับเด็กชายนั้นมันเริ่มรุนแรงยิ่งขึ้น แต่เขาก็เก็บกดมันไว้อย่างแน่วแน่กว่าครั้งไหนที่เคย รักษามันเป็นความลับไม่ให้ใครได้รู้

ไม่กี่ปีหลังจากที่ริดเดิ้ลจบออกจากโรงเรียน เมื่อพ่อมดศาสตร์มืดที่มีพลังกล้าแกร่งผู้ถูกเรียกว่าลอร์ดโวลเดอมอร์เริ่มเคลื่อนไหวในโลกเวทมนตร์ ซลักฮอร์นไม่ได้เอะใจในตอนนั้นทันทีว่านั่นคือนักเรียนเก่าของเขาเอง เขาไม่เคยล่วงรู้ถึงชื่อส่วนตัวที่ริดเดิ้ลใช้ในกลุ่มพรรคพวกของเขาที่ฮอกวอตส์ และโวลเดอมอร์เองก็ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพมาหลายครั้งนับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาพบกัน เมื่อซลักฮอร์นได้ตระหนักว่าพ่อมดผู้น่าสะพรึงกลัวผู้นี้แท้จริงแล้วก็คือ ทอม ริดเดิ้ล เขารู้สึกหวาดกลัวยิ่ง และในคืนที่โวลเดอมอร์กลับมาที่ฮอกวอตส์เพื่อหางานในตำแหน่งอาจารย์ ซลักฮอร์นซ่อนตัวอยู่ในห้องพักของเขา หวาดกลัวว่าผู้มาเยือนจะมาหาและรื้อฟื้นความคุ้นเคย แม้โวลเดอมอร์จะไม่ได้มีปัญหาอะไรในการพบกับอาจารย์ปรุงยาเก่าของเขาก็ตาม แต่ความโล่งใจของซลักฮอร์นก็คงอยู่ได้ไม่นานนัก

เมื่อโลกเวทมนตร์เข้าสู่สงคราม และมีข่าวลือโหมกระพือว่า โวลเดอมอร์ ซึ่งไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม มีวิธีที่ทำให้เขาเป็นอมตะ ซลักฮอร์นมั่นใจว่าเป็นเพราะตัวเองที่ทำให้โวลเดอมอร์อยู่ยงคงกระพันโดยการสอนเขาเกี่ยวกับฮอร์ครักซ์ (ซึ่งความรู้สึกผิดนี้จริงๆ ก็ไม่ถูกนัก เพราะริดเดิ้ลรู้ถึงวิธีในการสร้างฮอร์ครักซ์อยู่แล้ว และที่แสร้งทำก็เพื่อหาว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพ่อมดที่สร้างมากกว่าหนึ่งอัน) ซลักฮอร์นล้มป่วยเนื่องจากความรู้สึกผิดและความกลัว อัลบัส ดัมเบิลดอร์ ซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่ในขณะนั้น ดูแลเพื่อนร่วมงานของเขาด้วยความเอื้อเฟื้อเป็นพิเศษในเวลานี้ ซึ่งมีผลให้ความรู้สึกผิดของซลักฮอร์นยิ่งเพิ่มมากขึ้น และยิ่งเป็นการสนับสนุนการตัดสินใจของเขาที่จะไม่บอกใครเรื่องความผิดพลาดเลวร้ายที่เขาได้ก่อขึ้น

ลอร์ดโวลเดอมอร์ไม่ได้มีความพยายามใดที่จะเข้ายึดครองฮอกวอตส์ในการเรืองอำนาจครั้งแรกของเขา ซลักฮอร์นเชื่อ ซึ่งถูกต้อง ว่าเขาปลอดภัยที่สุดหากเขายังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมนี้ มากกว่าการออกไปเสี่ยงในโลกภายนอกในช่วงที่โวลเดอมอร์ยิ่งใหญ่แบบนี้ เมื่อโวลเดอมอร์พบกับสิ่งที่เขาสมควรได้รับขณะที่เข้าโจมตีแฮร์รี่ พอตเตอร์ ในวัยทารก ซลักฮอร์นปีติยินดียิ่งกว่าผู้อื่นในประชาชนผู้วิเศษ เพราะหากโวลเดอมอร์ถูกฆ่าลงได้ ซลักฮอร์นก็สามารถให้เหตุผลได้ว่า เขาไม่ได้สร้างฮอร์ครักซ์ขึ้นมา ซึ่งนั่นก็หมายความว่าซลักฮอร์นเป็นผู้บริสุทธิ์ในที่สุด มันเป็นความโล่งใจอย่างที่สุดของซลักฮอร์น และคำพูดไม่ต่อเนื่องต่างๆ ที่เขาเผลอหลุดปากออกมาจากอารมณ์ชั่ววูบขณะได้ยินข่าวการพ่ายแพ้ของโวลเดอมอร์ นั่นทำให้ดัมเบิลดอร์ตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่ซลักฮอร์นได้บอกความลับของศาสตร์มืดให้แก่ทอม ริดเดิ้ล ดัมเบิลดอร์พยายามที่จะถามซลักฮอร์นอย่างนุ่มนวล อย่างไรก็ตามมันได้แต่ทำให้เขานิ่งเงียบ  ไม่กี่วันต่อมา ซลักฮอร์น (ผู้ซึ่งตอนนี้ทำงานมานับครึ่งศตวรรษให้กับโรงเรียน) ก็ได้ขอยื่นลาออกจากงาน

วัยเกษียณ

ฮอเรซตั้งใจที่จะเพลิดเพลินไปกับการเกษียณที่น่าปลื้มปีติ คืนอิสระจากภาระการสอนและการแบกรับทั้งความผิดและความกลัวที่อยู่กับเขามานานปี เขากลับสู่บ้านที่แสนสบายของพ่อแม่เขา (ซึ่งตอนนี้ได้เสียชีวิตไปแล้ว) ที่ซึ่งเขาเคยเพลิดเพลินไปกับช่วงวันหยุดจากโรงเรียน ตอนนี้เขาใช้มันเป็นที่อยู่อาศัยถาวรได้แล้ว

เป็นเวลาเกือบๆ ทศวรรษ ที่เขาเพลิดเพลินไปกับความสมบูรณ์พูนสุข ทั้งห้องเสบียงใต้ดินที่พรั่งพร้อม และห้องสมุดของเขา การถือโอกาสไปเยี่ยมเยียนสมาชิกเก่าของสโมสรซลักเป็นครั้งคราว จัดงานเลี้ยงศิษย์เก่าที่บ้านของเขา เขายังคิดถึงงานสอน รู้สึกเหงาเศร้าเป็นบางครั้งเมื่อคิดถึงเหล่าใบหน้าที่จะมีชื่อเสียงในอนาคตซึ่งตอนนี้จะผ่านฮอกวอตส์ไปโดยที่จะไม่ได้รู้จักกับเขาแม้สักนิด

เป็นเวลานับทศวรรษของวัยเกษียณของซลักฮอร์น มีข่าวลือมาถึงผ่านช่องทางการสื่อสารที่กว้างขวางของเขา ว่าลอร์ดโวลเดอมอร์ยังมีชีวิตอยู่ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในรูปแบบที่ไร้ร่างก็ตาม ข่าวนี้จากบรรดาข่าวทั้งหมดบนโลกเป็นสิ่งที่ซลักฮอร์นหวาดกลัวมากที่สุด เพราะมันบ่งบอกว่าความกลัวที่อยู่ลึกที่สุดของเขามันสมเหตุสมผล ที่ว่าโวลเดอมอร์ยังมีชีวิตอยู่ในรูปแบบของเศษเสี้ยววิญญาณ เพราะเขาในวัยหนุ่มสามารถสร้างฮอร์ครักซ์ได้สำเร็จชิ้นหนึ่งหรือมากกว่า

การเกษียณของซลักฮอร์นในตอนนี้จึงประดังไปด้วยปัญหา นอนไม่หลับและหวาดกลัว เขาถามตัวเองว่ามันฉลาดแล้วหรือที่ออกมาจากฮอกวอตส์ ที่ซึ่งก่อนนั้นโวลเดอมอร์เกรงกลัวที่จะบุกรุกเข้าไป ที่ซึ่งดัมเบิลดอร์ได้รับข่าวสารที่แน่นอนว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

การหลบซ่อน

ไม่นานหลังจากบทสรุปของการประลองเวทไตรภาคีที่ฮอกวอตส์ (ซึ่งซลักฮอร์นติดตามอย่างใจจดใจจ่อจากข่าวหนังสือพิมพ์) โลกเวทมนตร์ปะทุไปด้วยข่าวลือสดๆ ร้อนๆ แฮร์รี่ พอตเตอร์ รอดจากการแข่งขันภายใต้เหตุการณ์ที่น่าสงสัย การกลับคืนสู่ฮอกวอตส์พร้อมกุมร่างของเพื่อนผู้เข้าแข่งขันไว้แน่น ผู้ซึ่งเขาอ้างว่าถูกฆ่าโดยโวลเดอมอร์ที่คืนชีพมาใหม่

ขณะที่เรื่องราวของแฮร์รี่ถูกเพิกเฉยจากทั้งกระทรวงเวทมนตร์และสื่อโลกเวทมนตร์ ฮอเรซ ซลักฮอร์น กลับเชื่อในเรื่องราวนั้น การยืนยันมาถึงในสามคืนหลังจากการตายของ เซดริก ดิกกอรี่ เมื่อผู้เสพความตาย คอร์บาน แยกซ์ลีย์ (Corban Yaxley) มาที่บ้านของซลักฮอร์นกลางดึก มีเจตนาชัดเจนที่จะชักชวนหรือบังคับพาเขาไปหาโวลเดอมอร์

ซลักฮอร์นตอบโต้ด้วยความรวดเร็วที่ทำให้ประหลาดใจสำหรับใครที่เห็นว่าเขาเชื่องช้าขึ้นและอ้วนขึ้นแค่ไหนตลอดหลายปีของการเกษียณ การแปลงร่างตัวเองเป็นเก้าอี้เท้าแขนของเขาสามารถรอดพ้นจากการค้นหาของแยกซ์ลีย์ได้สำเร็จ เมื่อผู้เสพความตายจากไป ซลักฮอร์นเก็บข้าวของไม่กี่อย่างที่จำเป็นลงกระเป๋า ใส่กุญแจทิ้งบ้านของเขาไว้เบื้องหลังแล้วหนีไป

กว่าหนึ่งปี ซลักฮอร์นย้ายจากบ้านหนึ่งไปอีกบ้านหนึ่ง บ่อยครั้งที่เข้าไปครอบครองที่พักอาศัยของพวกมักเกิ้ลเมื่อเจ้าของไม่อยู่ เพราะว่าเขาไม่กล้าที่จะอยู่กับเพื่อนๆ ซึ่งอาจจะแพร่งพรายความลับออกไปได้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือโดนขู่บังคับก็ตาม เขามีความเป็นอยู่ที่ทุกข์ยากลำบาก เคราะห์ร้ายจากสิ่งที่เขาก็ไม่รู้ว่าคืออะไรที่โวลเดอมอร์ต้องการจากเขา เขาคิดว่าที่มีแนวโน้มที่สุดคือลูกศิษย์เก่าของเขาแค่ต้องการให้เขาเข้าร่วมในกองกำลัง ซึ่งเป็นเรื่องเล็กเมื่อเทียบกับสิ่งที่เป็นเมื่อครั้งพลังของเขาอยู่ในจุดสูงสุดก่อนหน้านี้ ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของเขา อย่างไรก็ตาม ซลักฮอร์นสงสัยว่าโวลเดอมอร์ต้องการที่จะฆ่าเขา เพื่อป้องกันเขาแพร่งพรายที่มาของการอยู่ยงคงกระพันแบบต่อเนื่อง

งานสอนใหม่ต่อมา

ถึงแม้ว่าคาถาและคำสาปของซลักฮอร์นนำหน้าพวกผู้เสพความตายได้สองสามก้าว แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาซ่อนเร้นจาก อัลบัส ดัมเบิลดอร์ ผู้ที่ตามเขาไปถึงหมู่บ้าน บัดลีห์ แบ็บเบอร์ตัน ได้ในที่สุด ที่ซึ่งซลักฮอร์นได้เข้ายึดบ้านของมักเกิ้ลไว้ อาจารย์ใหญ่ไม่ได้หลงกลไปกับการปลอมตัวที่ใช้ตบตาแยกซ์ลีย์ได้ เขาเสนอให้ซลักฮอร์นได้กลับไปสอนที่ฮอกวอตส์ เพื่อให้ช่วยจูงใจได้มากขึ้น ดัมเบิลดอร์ได้นำ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ไปกับเขาด้วย ผู้ที่ซลักฮอร์นเพิ่งเคยได้เจอเป็นครั้งแรก นักเรียนฮอกวอตส์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด อีกทั้งเขายังเป็นลูกชายของหนึ่งในนักเรียนคนโปรดตลอดกาลของซลักฮอร์น “ลิลี่ เอฟเวนส์”

แม้ว่าจะมีการต้านทานได้ในเบื้องต้น แต่ซลักฮอร์นก็ไม่สามารถต้านทานต่อสิ่งล่อใจรวมทั้งสถานที่ปลอดภัยและทั้งตัวแฮร์รี่เอง ผู้ที่มีความดึงดูดใจยิ่งกว่าทอม ริดเดิ้ล ซลักฮอร์นระแวงสงสัยว่าดัมเบิลดอร์จะมีเจตนาแอบแฝงอะไรมากกว่านั้น แต่เขามั่นใจว่าเขาสามารถรับมือได้กับความพยายามของดัมเบิลดอร์ที่จะหลอกถามถึงความช่วยเหลือที่เขามอบให้แก่ลอร์ดโวลเดอมอร์ เขาเตรียมพร้อมกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้โดยการสร้างความทรงจำปลอมในคืนที่ริดเดิ้ลเข้ามาหาเขาเพื่อขอให้เขาสอนเรื่องเกี่ยวกับฮอร์ครักซ์

ซลักฮอร์นกลับไปรับตำแหน่งอาจารย์วิชาปรุงยาที่ฮอกวอตส์ด้วยความยินดี ก่อตั้งสโมสรซลักขึ้นมาอีกครั้งและพยายามสะสมเหล่านักเรียนที่มีความสามารถเยี่ยมหรือมีชาติตระกูลดีเอาไว้ทั้งหมด เป็นไปตามเจตนาและการคาดการณ์ของดัมเบิลดอร์ ซลักฮอร์นหลงใหลประทับใจในตัวของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่เขาเชื่อ (อย่างเข้าใจผิดๆ) ว่าแฮร์รี่มีความสามารถอย่างที่สุดในวิชาที่เขาสอน ในที่สุดแล้วแฮร์รี่ก็ประสบความสำเร็จในการงัดเอาความทรงจำที่แท้จริงของซลักฮอร์นเกี่ยวกับการพูดคุยเรื่องฮอร์ครักซ์กับริดเดิ้ล หลังจากที่ใช้น้ำยาที่ซลักฮอร์นมอบให้เขาเอง “ฟิลิกซ์ ฟิลิคิส” ซึ่งทำให้แฮร์รี่โชคดีอย่างหยุดไม่อยู่

ฮอกวอตส์ภายใต้การควบคุมของผู้เสพความตาย

เมื่อโรงเรียนถูกครอบงำโดยลอร์ดโวลเดอมอร์ มี เซเวอร์รัส สเนป เป็นอาจารย์ใหญ่ และมีพวกผู้เสพความตายแคร์โรว์ทำหน้าที่กดขี่ควบคุมเหล่าบุคลากรและนักเรียน ซลักฮอร์นเรียนรู้ว่าเมื่อเทียบกับโวลเดอมอร์มันก็ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการที่เขาต้องอยู่ในตำแหน่งนี้คอยสอนเหล่าเลือดผสมและเลือดบริสุทธิ์ สิ่งที่เขาทำได้คือการทำตัวให้สงบเสงี่ยม อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่เคยใช้ข้อบังคับที่รุนแรงของพวกแคร์โรว์ และพยายามดูแลนักเรียนในความปกครองของเขาให้ดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

สงครามฮอกวอตส์

พฤติกรรมของซลักฮอร์นในคืนที่อันตรายที่สุดในชีวิตของเขาเผยให้เห็นถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ในตอนแรกนั้น เขาดูเหมือนจะหนีจากการต่อสู้ นำนักเรียนบ้านสลิธีรินออกไปจากปราสาทอย่างปลอดภัย แต่เมื่อไปถึงหมู่บ้านฮอกส์มี้ด เขาช่วยปลุกและเคลื่อนย้ายเหล่าชาวบ้านกลับไปพร้อมกับ ชาลี วีสลีย์ นำกองกำลังเสริมในตอนที่เป็นจุดวิกฤติของสงคราม ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาเป็นหนึ่งในสามคนสุดท้าย (ร่วมกับ มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล และ คิงสลีย์ ชักเคิลโบลต์) ดวลกับโวลเดอมอร์ก่อนการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายกับแฮร์รี่ ซลักฮอร์นกู้คืนความกล้าหาญที่ปราศจากความเห็นแก่ตัว เสี่ยงชีวิตเข้าสู้กับอดีตนักเรียนของเขา

ความสำนึกผิดอย่างแท้จริงของซลักฮอร์นสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบอกริดเดิ้ลถึงสิ่งที่เขาต้องการจะรู้ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาไม่ได้และไม่เคยเลยที่จะมีความเป็นผู้เสพความตายในตัว ถึงแม้ว่าจะมีความอ่อนแอเล็กน้อย ความเกียจคร้านนิดหน่อย และความค่อนข้างหัวสูงทะนงตน เขาก็ยังคงเป็นคนที่จิตใจดี และเต็มไปด้วยความรู้ผิดชอบชั่วดี ในการทดสอบสุดท้าย ซลักฮอร์นเผยให้เห็นว่าเขาต่อต้านศาสตร์มืดโดยไม่โอนอ่อนใดๆ เมื่อความกล้าหาญของเขาในสงครามฮอกวอตส์ได้เผยแพร่ออกไป การกระทำของเขา (รวมทั้งการกระทำของ เรกูลัส แบล็ก ซึ่งเรียกความสนใจได้มากหลังจากการตายของโวลเดอมอร์) ได้ลบล้างตราบาปที่ติดอยู่กับบ้านสลิธีรินนับร้อยๆ ปีที่ผ่านมา แม้ว่าในตอนนี้เขาได้เกษียณไปแล้ว (อย่างถาวร) รูปเหมือนของเขาก็ยังคงติดเป็นเกียรติอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านสลิธีริน

แนวคิดของ เจ.เค.โรว์ลิ่ง

ควินตัส ฮอเรเซียส แฟลกคัส (Quintus Horatius Flaccus) เป็นกวีโรมันผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง รู้จักกันโดยมากในชื่อ ฮอเรซ ชื่อตัวของซลักฮอร์นสองชื่อได้มาจากเขา ส่วนชื่อ “ซลักฮอร์น” มาจากภาษาเกลิค (สก็อต) แปลว่า เสียงกู่ร้องก่อนทำสงคราม (war cry) ออกเสียงว่า sluagh-ghairm ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น ซลักฮอร์น หรือ แตรรบ ฉันรักคำนี้จากทั้งรูปและเสียงของมัน รวมถึงความหมายเชื่อมโยงต่างๆ อีกด้วย ภาษาเกลิคดั้งเดิมจะแฝงถึงความโหดร้ายทารุณ ขณะที่คำที่บิดเบือนมามีความหมายถึงอวัยวะรับสัมผัสของ Ariondistinctus (ทากดิน) ซึ่งดูเหมาะที่จะใช้กับคนที่ดูสงบเงียบไม่ค่อยเคลื่อนไหวมาก คำว่า “ฮอร์น” ก็สื่อเป็นนัยถึง การป่าวประกาศชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียงและการติดต่อสมาคมกับผู้มีชื่อเสียงของเขา