Informations :

สัตว์วิเศษในโลกเวทมนตร์

สัตว์วิเศษ ในโลกเวทมนตร์ของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ JK Rowling ผู้ประพันธ์หนังสือวรรณกรรมดังกล่าว ได้วาดฝันเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์วิเศษมากมายครับ มากจนเธอต้องแต่งหนังสือเพิ่มเติมเลยทีเดียว นั่นคือ หนังสือ สัตว์มหัศจรรย์กับถิ่นที่อยู่ ซึ่งเธอได้พูดถึงสัตว์วิเศษต่างๆที่ปรากฎในหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ของเธอ แต่กระนั้น เธอยังได้แต่งเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เศษไว้มากเกินกว่าที่จะหาบทให้กับตัวละครสัตว์วิเศษต่างๆได้

สัตว์วิเศษ ที่ปรากฎในหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ นับว่าเป็นสัตว์วิเศษที่อิงความจริงที่เคยมีอยู่ JK Rowling ได้นำเรื่องราวของสัตว์วิเศษในตำนานมาถ่ายทอดในรูปแบบฉบับของเธออย่าเช่น โทรว หรือ ยักษ์ตัวโต นับว่าเป็นเรื่องราวของตำนานที่เล่ากันมา , มนุษย์หมาป่า ที่ยังคงถูกกล่าขวัญถึง เป็นตำนานที่ยังคงมีผู้คนหลงไหลอยู่ , ยูนิคอน สัตว์วิเศษราวเทพ เลือดของยูนิคอนสามารถทำให้ดำรงชีวิตอยู่ได้แม้คุณไกลตายเพียงใด แต่ต้องแลกด้วยคำสาบที่ติดตัวไปตลอดกาล และ นกฟีนิกส์ สัตว์วิเศษที่มีพลังเยีวยาจากน้ำตา พลังกายที่มหาศาล และ การตายแล้วเกิดใหม่จากเถ่าถ่านอันเป็นตำนานของการเริ่มต้นชีวิตใหม่

ในปัจจุบันได้มีการตีพิมพ์หนังสือ " สัตว์มหัศจรรย์กับถิ่นที่อยู่ " เป็นแบบฉบับภาษาไทยแล้วครับ ซึ่งเพื่อนๆสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ไม่ยากเย็น โดยหนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Nanmeebook สำนักเดียวกับผู้จัดพิมพ์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ฉบับภาษาไทย และ รูปแบบของหนังสือเล่มนี้ถูกจัดทำออกมาเป็นหนังสือของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ตัวละครที่ทุกคนรู้จัก แล้ว คุณจะรู้จัก แฮร์รี่ มากขึ้นอีกนิดจากหนังสือเล่มนี้ !

การจำแนนสัตว์วิเศษ

1. เบอร์ด็อก มัลดูน : ประธานสถาพ่อมดในศตวรรษที่14 ประกาศว่าสมาชิกชุมชนผู้วิเศษณ์ตัวใดที่ \'เดินสองเท้า\' จะได้รับสถานะเป็น \"สิ่งมีชีวิตชั้นสูง\" และที่เหลือ จะต้องเป็นสัตว์ต่อไป --- แต่แล้วมัลดูนก็ตระหนักว่าเขานั้นคำนวนผิดพลาดไปอย่างใหญ่หลวง เพราะในห้องประชุมอัดแน่นไปด้วยก๊อบลินที่พาสัตว์สองเท้าทั้งหมดที่มันเจอมาด้วย เช่น พิกซี่และแฟรี่, โทรลล์, แม่มดเฒ่าที่พยายามจะจับเด็กกิน, พอร์ล็อก เป็นต้น เห็นได้ว่า การ \'เดินสองเท้า\' ไม่อาจรับประกันว่าสิ่งมีชีวิตวิเศษณ์เหล่านั้นจะสามารถเข้าร่วมการประชุมสภาพ่อมด หรือ จะมีความสนใจในกิจการของรัฐบาลได้

2. มาดามเอลฟริดา แคลกก์ : ประธานสถาพ่อมดคนต่อมา ได้ให้นิยามคำว่า \"สิ่งมีชีวิตชั้นสูง\" ว่า พวกที่พูดภาษามนุษย์ได้ สัตว์ที่สามารถสื่อสารกับสมาชิกสภาฯได้เข้าใจ ก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมครั้งต่อมา --- แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นอีกครั้ง โทรลล์ที่ก๊อบลินสอนให้พูดภาษามนุษย์ในประโยคง่ายๆก็เข้ามาทำลายห้องประชุม ตัวจาร์วี่พากันวิ่งแข่งรอบขาเก้าอี้ในสภา และกัดข้อเท้าทุกคนที่มันพบ -- ในขณะเดียวกัน ผีกลุ่มใหญ่ (ผู้ไม่ผ่านเงื่อนไขของมัลดูน เพราะผีไม่ได้เดินสองเท้า พวกมันร่อนไปมาต่างหาก) ได้เข้าร่วมการประชุมด้วย แต่ต้องจากไปอย่างโกรธเกรี้ยวเพราะสิ่งที่พวกมันเรียกว่า \"ความหน้าไม่อายของสภาที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความต้องการของสิ่งมีชีวิต โดยไม่คำนึงถึงความปรารถนาของผู้ที่ตายไปแล้ว\" -- ส่วนเซ็นทอร์ ที่ตามนิยามของมัลดูนได้ถูกจัดให้เป็นเพียง \"สัตว์\" ได้ปฏิเสธจะเข้าประชุมเพื่อประท้วงสภาที่ไม่นับชาวเงือกเป็น \"สิ่งมีชีวิตชั้นสูง\" เพราะเมื่อพวกมันพ้นจากน้ำ จะสื่อสารได้เพียงภาษาเงือกเท่านั้น

3. โกรแนน สตัมป์ : รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ ค.ศ.1811 บัญญัติว่า \"สิ่งมีชีวิตชั้นสูง\" คือ
สิ่งมีชีวิตใดๆ ที่มีความเฉลียวฉลาดเพียงพอที่จะเข้าใจกฏหมายเวทมนตร์
และมีส่วยรับผิดชอบในตัวบทกฏหมาย -- ตัวแทนโทรลล์ถูกตั้งคำถามโดยไม่มีก๊อบลินคอยช่วย
และได้รับการตัดสินว่าพวกมันเป็นแค่ \"สัตว์\" แม้ว่าจะเดินสองเท้า
ชาวเงือกได้รับเชิญผ่านล่ามให้เป็น \"สิ่งมีชีวิตชั้นสูง\" เป็นครั้งแรก ส่วนแฟรี่ พิกซี่
และโนม แม้จะมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่ก็ถูกจัดประเภทว่าเป็น \"สัตว์\" อย่างชัดเจน

เป็นธรรมดาที่เรื่องนี้ไม่ยุติลงง่ายๆ ยังมีพวกกลุ่มหัวรุณแรงที่ต้องการให้จัดประเภทมักเกิ้ลเป็น \"สัตว์\" ส่วนเซ็นทอร์ ก็ยังคงปฏิเสธจะรับสถานะ \"สิ่งมีชีวิตชั้นสูง\" และเรียกร้องจะเป็นแค่ \"สัตว์\" เหมือนเดิม (รายละเอียดเราจะเรียนกันในบท เซ็นทอร์ นะคะ) ในขณะเดียวกัน มนุษย์หมาป่าก็ถูกเกี่ยงไปเกี่ยงมาระหว่างแผนกสัตว์กับแผนกสิ่งมีชีวิตชั้นสูง ขณะนี้ มีสำนักงานบริการช่วยเหลือมนุษย์หมาป่าอยู่ที่แผนกสิ่งมีชีวิตชั้นสูง แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีหน่วยทะเบียนและจับกุมมนุษย์หมาป่าอยู่ในแผนกสัตว์ด้วย

นอกจากนี้ สิ่งมีชีวิตที่มีความฉลาดสูงจำนวนมาก ก็ถูกจัดประเภทให้เป็นเพียง \"สัตว์\" เพราพวกมันไม่สามารถเอาชนะสันดานดิบในตัวได้ เช่น อโครแมนทูล่าและมันติคอร์ ที่พูดจาได้เรื่องได้ราว แต่ก็จะเขมือบมนุษย์ทุกคนที่เข้าไปใกล้ หรือสฟิงส์ ที่พูดเป็นแต่ปริศนาและคำทาย พอตอบผิดก็จะโหดร้ายอย่างมาก

การจัดประเภทสิ่งมีชีวิต

เนื่องจากกองออกระเบียบและควบคุมสัตว์วิเศษได้จัดประเภทของสัตว์ สิ่งมีชีวิตชั้นสูง และ วิญญาณทั้งหมดที่รู้จัก สิ่งนี้ได้เป้นแนวทางที่ชี้ให้เห็นอันตรายของสัตว์แต่ละชนิด โดยแบ่งได้เป็นห้าประเภทดังนี้

ประเภทสัตว์วิเศษโดยกระทรวงเวทมนตร์ (ก.ว.ม.)

XXXXX อันตรายระดับเพชรฆาต / ไม่สามารถฝึกหรือเลี้ยงไว้ในครัวเรือนได้เลย

XXXX อันตราย / ต้องใช้ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญ / พ่อมดที่มีทักษะสูงสามารถรับมือได้

XXX พ่อมดที่มีความสามารถทั่วไปสามารถรับมือได้

XX ไม่มีอันตราย / อาจเลี้ยงไว้ในครัวเรือนได้

X น่าเบื่อ

รายชื่อสัตว์วิเศษที่จำแนกโดย ก.ว.ม.

][PAGE1][PAGE2][PAGE3][PAGE4][

สายพันธุ์มังกร

มังกรอาจจะเป็นสัตว์ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็ว่าได้ และก็เป็นสัตว์จำพวกที่ปกปิด จากสาตามักเกิ้ลยากที่สุดด้วย มังกรตัวเมียส่วนมากจะมีขนาด ใหญ่กว่าและ ดุร้ายกว่าตัวผู้ แต่ไม่ว่าจะเป็นมังกรเพศไหนก็ไม่ควรเข้าใกล้ ยกเว้นพ่อมด ที่เก่งกาจและได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเท่านั้น หนัง เลือด หัวใจ ตับ และเขามังกร ส้วนมีคุณสมบัติทางเวทย์มนต์สูง แต่ไข่มังกรก็จัดอยู่ในสินค้าห้ามซื้อขาย มังกรมี อยู่สิบสายพันธุ์ที่หายากแต่บางครั้งก็มีการผสมข้ามพันธุ์ที่หายากขึ้นมาได้ มังกรสายพันธุ์แท้มีดังต่อไปนี้

1.จีนลูกไฟ (chinese fireball)
เป็นมังกรเอเชียเพียงพันธุ์เดียว และมีรูปร่างที่แปลกแตกต่างจากพันธุ์อื่น ๆ เกล็ดเรียบสีม่วง รอบใบหน้าที่สั้นและย่นมีระบายรรีบสีทองล้อมประดับไว้ดวงตาโปนโต เปลวไฟรูปร่างคล้ายดอกเห็ดที่มันพ่นออกมาในยามโกรธเป็นที่มาของชื่อพันธุ์ลูกไฟ น้ำหนักอยู่ระหว่าง2-4ตัน ตัวเมียจะใหญ่กว่าตัวผู้ ไข่เป็นสีทับทิมสดมีจุดสีทองเปลือกไข่มีค่าเพระนำไปใช้ประกอบเวทย์มนต์แบบจีนได้พันธุ์ลูกไฟมีนิสัยดุร้าย แต่มีความอดทนต่อมังกรสายพันธุ์เดียวกันสูงมากกว่ามังกรส่วนใหญ่ บางครั้งถึงกับยอมใช้อาณาเขตร่วมกันตัวอื่นถึง2ตัวพันธุ์จีนลูกไฟกินสัตว์เลี้ยงลูก ด้วยนมเป็นหลัก แม้ว่าจะชอบกินหมูหรือมนุษย์มากกว่าก็ตาม

2.นอร์เวย์หลังเป็นสัน (Norwegian Ridgeback)
นอร์เวย์หลังเป็นสันมีความคล้ายคลึงกันมังกรพันธุ์ฮังการีหางหนามในหลาย ๆ ด้าน แต่แทนที่จะมีหนามแหลมที่หาง มันจะมีสันสีดำสนิทยื่นออกมาจากหลังแทน พันธุ์หลังเป็นสันจะดุร้ายกับพันธุ์เดียวกันมากเป็นพิเศษทุกวันนี้มันจัดเป็นหนึ่ง ในสายพันธุ์มังกรที่หายากขึ้นทุกที มันเคยโจมตีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่บนดินมาแล้ว แทบทุกชนิดและที่ต่างจากมังกรทั่วไปคือ มันกินสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำด้วย รายงานที่ปราศจากหลักฐานระบุว่า มังกรพันธุ์นี้เคยโฉบเอาลูกปลาวาฬไปจากชายหาดแห่งหนึ่งในนอร์เวย์เมื่อปี ค.ศ.1802 ไข่ของพันธุ์หลังเป็นสันแฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ นักโทษแห่งอัสคาบันมีสีดำ และตัวอ่อนจะพัฒนาความสามารถในการพ่นไฟได้เร็วกว่าพันธุ์อื่น (ระหว่างหนึ่งถึงสามเดือนเท่านั้น)

3.เพรูเวียน ไวเปอร์ทูท (Peruvian Vipertooth)
หรือเปรูเขี้ยวพิษ เป็นมังกรพันธุ์เล็กที่สุด และบินได้เร็วที่สุด ความยาวอยู่ราว ๆ สิบห้าฟุต เกล็ดเรียบสีทองแดง และมีสันสีดำ เขาสั้น เขี้ยวมีพิษร้ายแรง พันธุ์เขี้ยวพิษโปรดปรานแพะและวัวแต่ก็ชื่นชอบรสเนื้อมนุษย์ด้วย จนสมาพันธ์พ่อมดนานาชาติจำเป็นต้องส่งผู้ควบคุมไปลดประมาณของ พันธุ์เขี้ยวพิษเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 ก่อนหน้านั้นปริมาณของมักรนี้ ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ

4.ยูเครเนียน ไอรอนเบลลี (Ukrainian Ironbelly)
รือยูเครนกระเพาะเหล็ก เป็นมังกรพันธุ์ใหญ่ที่สุด น้ำหนักมากที่สุดถึง 6ตัน ตัวกลมป้อม บินได้ช้ากว่าพันธุ์เขี้ยวพิษและพันธุ์โรมาเนียเขายาว อย่างไรก็ตาม พันธุ์กระเพาะเหล็กมีอันตรายมากมันทำลายให้บ้านเรือนเรียบเป็นหน้ากลองได้ เกล็ดสีเทาเป็นมัน ตาสีแดงเข้ม กรงเล็บยาวและแหลมคมมาก มังกรพันธุ์กระเพาะเหล็กถูกเจ้าหน้าที่พ่อมดยูเครนจับตาดูอย่างใกล้ชิด นับตั้งแต่มีตัวหนึ่งโฉบไปหิ้วเรือใบ (โชคดีที่ว่างเปล่า) ที่ทะเลดำในปี ค.ศ.1799

5.โรมาเนียน ลองฮอร์น (Romanian Longhorn)
หรือโรมาเนียเขายาว มีเกล็ดสีเขียวดำเขาสีทองเป็นประกาย ซึ่งมันจะใช้เสียบเหยื่อย่างไฟของเขามันเมื่อเอาไปป่นเป็นผงแล้วมีค่ามาก ใช้เป็นเครื่องปรุงยาได้ ปัจจุบันนี้ดินแดนแหล่งกำเนิดของพันธุ์โรมาเนียเขายาว ได้กลายเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์มังกรที่สำคัญที่สุดในโลก ซึ่งพ่อมดทุกสัญขาติ ได้ศึกษามังกรพันธุ์ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด พันธุ์เขายาวถูกจัดอยู่ในโครงการ เพาะพันธุ์เร่งด่วนด้วย เนื่องจากจำนวนของมันลดต่ำลงในช่วงสองสามปีที่ ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นเพราะการซื้อขายเขาของมัน ซึ่งปัจจุบันจัดเป็นสินค้าซื้อขายได้

6.เวลส์สีเขียวธรรมดา (Common Welsh Green)
พันธุ์เวลส์สีเขียวนั้นสีกลมกลืนกับหญ้าเขียวสดที่บ้านเกิดของพวกมันเป็นอย่างดี มักจะทำรังอยู่บนภูเขาสูง ซึ่งกำหนดไว้เป้นเขตอนุรักษ์เพื่อให้มันอยู่อาศัยถ้าไม่นับเหตุการณ์ที่อิลฟราคอมบ์ สายพันธุ์นี้ก็จัดอยู่ในประเภทที่สร้างปัญหาน้อยที่สุด มันชอบกินแกะเป็นอาหาร และจะหลีกเลี่ยงจากมนุษย์ ยกเว้นเมื่อถูกรบกวน พันธุ์เวลส์สีเขียวมีเสียงคำรามที่สูง ๆ ต่ำ ๆ เหมือนดนตรีอย่างน่าประหลาด และเป็นเสียงที่จดจำได้ง่าย มันจะพ่นไฟเป็นลำบาง ๆ ไข่เป็นสีน้ำตาลหม่น ๆ มีจุดสีเขียว

7.สวีเดนจมูกสั้น (Swedish Short-Snout)
เป็นมังกรสีฟ้าเหลือบเงินแสนสวย คนมักเอาหนังของมันมาทำถุงมือและโล่ เปลวไฟที่พ่นออกมาเป็นสีฟ้าใส ซึ่งเผาผลาญไม้และ กระดูกเป็นเถ้าถ่าน ได้ภายในไม่กี่วินาที พันธุ์จมูกสั้นฆ่ามนุษย์น้อยกว่ามังกรส่วนใหญ่ มันมักอาศัยอยู่ตามป่าและบริเวณภูเขาที่ไม่ทีคนอาศัยอยู่ จึงไม่มีวีรกรรมมากนัก

8.แอนตี้โพเดี้ยน โอเพิลอาย (Antipodean Opaleye)
หรือแอนติโพเดี้ยนตาสีรุ้ง มีถิ่นกำเนิดในนิวซีแลนด์ แต่ต่อมาก็อพยพไปอยู่ออสเตรเลียเนื่องจากที่อยู่ในบ้านเกิดเริ่มจำกัด อาศัยอยู่ในหุบเขามากกว่าตามภูเขา ซึ่งแตกต่างจากมังกรทั่ว มังกรพันธุ์นี้มีขนาดกลาง(น้ำหนักระหว่าง 2-3 ตัน)
ตาสีรุ้งอาจจะเป็นมังกรพันธุ์ที่สวยงามที่สุดก็เป็นได้ มีเกล็ดมันวาวสีเหลืองรุ้ง และมีดวงตาหลากสีประกายปราศจากม่านตา ซึ่งเป็นที่มาของชื่อพันธุ์ มังกรพันธุ์นี้จะพ่นไฟสีม่วงเจิดจ้า ตามมาตรฐานมังกรถือว่าไม่ดุร้ายนัก ส่วนมากถ้าไม่หิวก็จะไม่ฆ่า อาหารโปรดคือแกะ แต่ก็เคยล่าเหยื่อที่ใหญ่กว่านั้น การฆ่าจิงโจ้ครั้งใหญ่ตอนปลายทศตวรรษที่ 1970 เป็นฝีมือของพันธุ์สีรุ้งตัวผู้ที่ถูกตัวเมียซึ่งมีอิทธิพลมากกว่าไล่ออกจากบ้าน ไข่ขสองมันสีเทาซีดและมักเกิ้ลที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวมักเข้าใจผิดว่าเป็นฟอสซิล

9.ฮังการีหางหนาม (Hungarian Horntail)
คาดว่าดุร้ายที่สุดในบรรดามังกรทุกสายพันธุ์ พันธุ์ฮังการีหางหนาม มีเกล็ดสีดำ และรูปร่างคล้ายกิ้งก่า ตาสีเหลือง เขาสีบรอนซ์ และตลอดหางอันยาว เหยียดของมัน ก็มีหนามแหลมสีบรอนซ์เช่นเดียวกัน พันธุ์หางหนามพ่นไฟได้ไกลที่สุด (ไกลสุดถึง 15 ฟุต) ไข่สีเทาเหมือนสีเมนต์และเปลือกแข็งมากตัวอ่อนจะเจาะเปลือกไข่ ออกมาโดยใช้หาง ซึ่งมีหนามแหลมติดตัวมาตั้งแต่เกิด พันธุ์ฮังการีหางหนามกินแพะ แกะ และถ้าเป็นไปได้ก็จะกินมนุษย์เป็นอาหาร

10.เฮบริเดี้ยนสีดำ (Hebridean Black)
มังกรท้องถิ่นของอังกฤษอีกสายพันธุ์หนึ่งซึ่งดุร้ายกว่าพันธุ์ เวลส์สีเขียวเพื่อนร่วมถิ่นมาก พันธุ์เฮบริเดี้ยนสีดำใช้พื้นที่อยู่อาศัยถึง 100 ตารางไมล์ต่อ1 ตัว มันยาวได้ถึก 30 ฟุต เกล็ดไม่เรียบตาสีม่วงสุกใส และ มีสันเตี้ย ๆ แต่คมกริบเรียงเป็นแถวตลอดแนวหลัง ปลายหางมีหนามใหญ่ลักษณะเหมือนลูกศรและมีปีกเหมือนค้างคาวเฮบริเดี้ยน สีดำกินกวางเป็นอาหารหลัก แต่ก็เคยบินโฉบเอาสุนัขตัวใหญ่หรือแม้แต่แม่วัวไปกิน ตระกูลพ่อมดแมกฟัสดี้ที่มีถิ่นพำนักอู่ในเฮบริดีซมานับศตวรรษรับหน้าที่ดูแล ควบคุมมังกรประจำถิ่นพันธุ์นี้เรื่อยมาจนเป็นประเพณี

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

][รากฐานของชื่อ][ตัวละครทั้งหมด][บทเพลงจากหนังสือ][อาหาร/เครื่องดื่ม][สายเลือด][พจนานุกรมแฮร์รี่ พอตเตอร์][

][ค่าเงินโลกเวทมนตร์][วันเกิดของตัวละคร][ทีม/คณะ/กลุ่ม/ชมรม/ใดๆก็แล้วแต่...][ควิดดิช][

][สัตว์วิเศษในโลกเวทมนตร์][สถานที่ในโลกเวทมนตร์][พืชสมุนไพร][เวทมนตร์คาถา][รสชาติทุกรสของเบอร์ตี้บอตต์][บทเรียนพยากรณ์ศาสตร์][

source: potterstoryweb.com