Production
แฮร์รี่ พอตเตอร์ (แดเนี่ยล แรดคลิฟฟ์) กับเพื่อนๆ - รอน วีสลีย์ (รูเพิร์ต กริ้นท์) และ เฮอร์ไมโอนี เกร็นเจอร์ (เอ็มม่า วัตสัน) กลับมาเรียนในปีสาม ที่โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทย์มนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ ที่ซึ่งเด็กวัยรุ่นทั้งสาม ถูกบังคับให้เผชิญกับความกลัวที่เร้นลับที่สุดของพวกเขา ในขณะที่ต้องรับมือกับนักโทษแหกคุกที่เป็นอันตราย และบรรดาผู้คุมวิญญานที่น่ากลัวพอๆ กัน ซึ่งถูกส่งไปที่นั่นเพื่อคุ้มกันพวกเขา...
แฮร์รี่ พอตเตอร์ หนุ่มน้อยวัย 13 ต้องใช้เวลาช่วงปิดภาคฤดูร้อนอย่างไม่เต็มใจอีกครั้งหนึ่งกับครอบครัวเดอร์สลีย์ ญาติที่แสนน่าเบื่อของเขา ด้วยความเหนื่อยหน่ายที่เขาจะต้อง 'ประพฤติตัวให้ดี' และไม่ฝึกฝนการใช้คาถาใดๆ นั่นก็คือจนกระทั่ง ป้ามาร์จ (แพม เฟอร์ริส) พี่สาวที่ชอบแสดงอำนาจของลุงเวอร์นอนแวะมาเยี่ยม ป้ามาร์จปฏิบัติต่อแฮร์รี่อย่างร้ายกาจมาโดยตลอด และในคราวนี้เธอได้ทำให้เขาคุมตัวเองไม่อยู่ จนกระทั่งทำให้เธอตัวพองเหมือนลูกโป่งและลอยได้ 'โดยไม่ได้ตั้งใจ' ด้วยความกลัวว่าตนเองจะถูกลงโทษจากป้าและลุง (และผลสะท้อนที่จะกลับมาจากฮอกวอตส์ และกระทรวงเวทย์มนตร์ ซึ่งห้ามนักเรียนใช้คาถา ในโลกที่ไม่มีเวทย์มนตร์โดยเด็ดขาด) แฮร์รี่จึงหลบหนีไปสู่ยามรัตติกาล
เขาได้ถูกรับขึ้นรถไปอย่างทันท่วงทีโดย 'รถเมล์อัศวินราตรี' พาหนะมหัศจรรย์สามชั้นสีม่วง ที่โฉบตัวเขาเพื่อพาไปส่งไว้ที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว เมื่อไปถึงที่นั่น แฮร์รี่ได้พบกับรัฐมนตรีแห่งกระทรวงเวทย์มนตร์ คอร์นีเลียส ฟัดจ์ (โรเบิร์ต ฮาร์ดี้) ซึ่งไม่มีคำอธิบายได้ ถึงการที่เขาไม่ลงโทษแฮร์รี่ในการเป็นพ่อมดพเนจร และกลับยืนยันให้เขาค้างแรมที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว ก่อนที่จะมุ่งหน้ากลับไปฮอกวอตส์
เหตุผลของการที่ฟัดจ์ไม่ได้ไล่แฮร์รี่ออกจากโรงเรียนนั้น สืบเนื่องมาจากการที่ ซิเรียส แบล็ก (แกรี่ โอลด์แมน) พ่อมดอันตรายและลึกลับ ได้หลบหนีจากคุกแห่งอัซคาบัน และเชื่อกันว่ากำลังตามหาตัวแฮร์รี่ (เล่าลือกันมาว่า แบล็กเป็นผู้รับผิดชอบ ในการนำลอร์ดโวลเดอมอร์ไปพบกับพ่อแม่ของแฮร์รี่ และผลที่ตามมาก็คือการตายของพวกเขา และในตอนนี้เขาตั้งใจจะมาฆ่าแฮร์รี่ด้วย) ดังนั้นสถานที่แห่งเดียวที่ปลอดภัยสำหรับเขาก็คือ ฮอกวอตส์
แต่ที่ทำให้ยิ่งแย่ไปกว่าก็คือ ฮอกวอตส์ต้องต้อนรับบรรดาผู้คุมวิญญาณ ผู้ดูแลจากอัซคาบันที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งพยายามจะปกป้องแฮร์รี่และโรงเรียนจากแบล็ก โดยพวกมันจะดูดเอาวิญญาณจากเหยื่อ และโชคไม่ดีของแฮร์รี่ เพราะพวกมันดูเหมือนจะถูกดึงดูดเข้าหาเขาอย่างอธิบายไม่ได้ การปรากฎตัวอย่างเป็นลางร้ายของพวกมันนั้น ทำให้พ่อมดหนุ่มน้อยรู้สึกเย็นเยียบไปจนถึงกระดูก และทำให้เขาไร้กำลังได้อย่างสิ้นเชิง จนกระทั่ง ศาสตราจารย์ลูปิน (เดวิด ธิวลิส) อาจารย์ผู้สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ ได้ฝึกให้แฮร์รี่รู้จักวิธีใช้คาถาผู้พิทักษ์ เพื่อปกป้องตัวเองจากอำนาจของผู้คุมวิญญาณ ที่มีผลทำให้ไร้ความรู้สึก
ในขณะเดียวกัน ปีที่สามของแฮร์รี่ในฮอกวอตส์ ก็เต็มไปด้วยตัวละครที่น่าตื่นเต้นอีกหลายตัว อย่างเช่น บัคบีค สัตว์วิเศษครึ่งนกครึ่งม้าที่เรียกว่า 'ฮิปโปกริฟฟ์'; การพบกับลางบอกเหตุแห่งความตายที่น่าขนหัวลุก รู้จักกันในชื่อ 'กริม'; และการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น รวมทั้งการไปเที่ยวหมู่บ้านพ่อมดฮอกส์มี้ดอย่างไม่เปิดเผย การถอดรหัสที่ซุกซ่อนอยู่ใน 'แผนที่ตัวกวน' และการเดินทางที่น่าสพรึงกลัวสู่ 'เพิงโหยหวน' (สถานที่ซึ่งขึ้นชื่อว่าผีดุที่สุดในประเทศอังกฤษ) ในเวลาเดียวกัน แฮร์รี่ก็ต้องพยายามหาเหตุผลให้ได้ ถึงการปรากฎและหายตัวอย่างเป็นปริศนาของเฮอร์ไมโอนี่ ด้วยความช่วยเหลือของรอนและ แฮกริด (ร็อบบี้ โคลแทรน) ร่างยักษ์ ซึ่งได้เข้ารับตำแหน่งใหม่ในฮอกวอตส์ เป็นอาจารย์สอนวิชาการดูแลสัตว์วิเศษ
การเผชิญหน้าระหว่างแฮร์รี่และนักโทษลึกลับ ซิเรียส แบล็ก เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ..แต่อะไรคือความสัมพันธ์ที่แท้จริง ระหว่างศาสตราจารย์ลูปินและแบล็ก? ความลับดำมืดอะไรที่ ศาสตราจารย์สเนป (อลัน ริคแมน) อยากจะเปิดเผยเป็นอย่างยิ่ง? และทำไม สแคบเบอร์ หนูที่เป็นสัตว์เลี้ยงของรอนจึงดูตื่นกลัวขนาดหนัก และคอยวิ่งหนีจากการจับต้องตัวของเขา? แฮร์รี่จะต้องใช้ทั้งกำลังใจ เวทย์มนตร์ และแรงสนับสนุน เพื่อที่เขาจะสามารถรวบรวมสิ่งที่จะตอบคำถามเหล่านี้ ที่จะเปิดเผยความจริง ซึ่งอยู่เบื้องหลังซิเรียส แบล็ก และสิ่งที่เชื่อมโยงเขากับอดีตที่แสนลึกลับ ของพ่อมดหนุ่มน้อยผู้มีความสามารถคนนี้...
--------------------------------------------------------------------------------
วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ภูมิใจเสนอ ผลงานสร้างภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter and the Prisoner of Azkaban ภาคที่สามของภาพยนตร์หลายภาค ซึ่งสร้างจากนิยายที่ได้รับความนิยมอย่างมหาศาลของ เจ. เค. โรว์ลิ่ง
อัลฟองโซ คัวรอน ผู้กำกับฯ ที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลตุ๊กตาทอง (Y Tu Mama Tambien, Great Expectations, A Little Princess) มารับหน้าที่กำกับการแสดง โดยมี เดวิด เฮย์แมน (Harry Potter and the Sorcerers Stone, Harry Potter and the Chamber of Secrets), คริส โคลัมบัส (Harry Potter and the Sorcerers Stone, Harry Potter and the Chamber of Secrets, Mrs Doubtfire) และ มาร์ค แรดคลิฟฟ์ (Harry Potter and the Sorcerers Stone, Harry Potter and the Chamber of Secrets, Mrs. Doubtfire) เป็นผู้อำนวยการสร้าง และ ไมเคิล บาร์นาแธน (Harry Potter and the Sorcerers Stone, Harry Potter and the Chamber of Secrets, Mrs Doubtfire) และ คัลลัม แมคดูกัล (Die Another Day) เป็นผู้อำนวยการบริหาร โดยมี สตีฟ โคลฟส์ เป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์อีกครั้งหนึ่ง
เรื่องราวยังได้นำ แดเนียล แรดคลิฟฟ์ (The Tailor of Panama, David Copperfield ทาง BBC), รูเพิร์ท กรินท์ และ เอ็มม่า วัตสัน มาพบกันในเรื่องที่สามนี้ กับบท แฮร์รี่, รอน และเฮอร์ไมโอนี่ แน่นอนว่าทั้งหมดต้องร่วมกันเผชิญหน้ากับ ทอม เฟลตัน (Anna and the King, The Borrowers) ซึ่งรับบท เดรโก มัลฟอย ซึ่งยังคงความเป็นคู่ปรับมาอย่างยาวนานของแฮร์รี่
ผู้ที่มาร่วมทีมนักแสดงหลักนั้น ได้แก่ แกรี่ โอลด์แมน (Hannibal, The Professional, Bram Stokers Dracula) ซึ่งรับบท ซิเรียส แบล็ก ผู้เป็นลางรัาย, เดวิด ธิวลิส (Timeline, Naked, The Big Lebowski) เป็นลูปิน ซึ่งจะมารับตำแหน่งอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่, ทิโมธี สปอล (Nicholas Nickleby, Vanilla Sky, The Sheltering Sky) รับบท ปีเตอร์ เพตติกรูว์ และ ไมเคิล แกมบอน (Sleepy Hollow, Gosford Park, The Singing Detective ทาง BBC) เป็น อัลบัส ดัมเบิลดอร์ ซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่ที่น่านับถือของฮอกวอตส์ แทน ริชาร์ด แฮร์ริส ผู้ล่วงลับ และบรรดาผู้ที่มาร่วมทีมเป็นครั้งแรก ได้แก่ จูลี่ คริสตี้ (Hamlet, Dragonheart) รับบทมาดาม โรสเมอร์ทา เจ้าของร้านเหล้าจิตใจดี, แพม เฟอร์ริส (Matilda, The Darling Buds of May ทาง BBC) รับบท ป้ามาร์จ ป้าของแฮร์รี่ผู้แสนร้ายกาจ, ดอว์น เฟรนช์ (The Vicar of Dibley ทาง BBC, French and Saunders) รับบท สุภาพสตรีอ้วนในภาพวาด และ พอล ไวท์เฮาส์ (ดาราแห่ง The Fast Show ทาง BBC) รับบท เซอร์ คาโดแกน อัศวินวางท่าที่แสนภูมิใจในตัวเอง ผู้อยู่ในภาพวาด
ผู้ที่ร่วมแสดงกับทีมดาราหน้าใหม่คือ แม็กกี้ สมิธ (Tea With Mussolini, Divine Secrets of the Ya Ya Sisterhood, The Prime of Miss Jean Brodie) ซึ่งรับบทเป็น ศาสตราจารย์ มักกอนนากัล ผู้ช่วยผู้ซื่อสัตย์ของดัมเบิลดอร์อีกครั้งหนึ่ง; อลัน ริคแมน (Truly Madly Deeply, Sense and Sensibility, Die Hard) เป็นศาสตราจารย์สอนวิชาปรุงยา สเนป ที่แสนลึกลับ และ ร็อบบี้ โคลเทรน (Nuns of the Run, GoldenEye, The World is Not Enough) รับบท แฮกริด ยักษ์ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก (บทที่ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BAFTA และรางวัล London Film Critics Circle Award สาขา Best Supporting Actor รวมทั้งรางวัล Scottish Screen สาขา Best Actor จากเรื่อง Harry Potter and the Sorcerers Stone), จูลี่ วอเตอร์ส (Billy Elliot, Educating Rita, Personal Services) กลับมาเป็นนางวีสลีย์ คู่กับ มาร์ค วิลเลียมส์ (Shakespeare in Love, The Borrowers, 101 Dalmatians) ซึ่งรับบทพ่อของรอน อาเธอร์ วีสลีย์ และ บทของลุงเวอร์นอน และป้าเพตทูเนีย จะได้ ริชาร์ด กริฟฟิธส์ (Sleepy Hollow, Naked Gun 2, King Ralph) และ ฟีโอน่า ชอว์ (My Left Food, The Butcher Boy, Jane Eyre ของฟรังโก้ เซฟฟิเรลลี่)
ทิศทางใหม่
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับนักโทษแห่อัซคาบันภาพยนตร์ของ Warner Bros. Pictures เป็นภาคที่ 3 ที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมเยาวชนของนักประพันธ์ชื่อดัง J.K. Rowling ในเรื่องแฮร์รี่และเพื่อนของเขารอน,เฮอร์ไมโอนี่ ในตอนนี้กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น กลับมาเรียนที่ฮอกวอตส์ในชั้นปีที่ 3 ถูกบังคับให้พบกับความน่าสะพรึงกลัว ความมืด ในขณะที่พวกเขาต้องมาเผชิญหน้ากับนักโทษแหกคุกอัซคาบันที่เข้ามาคุกคามแฮร์รี่ และเกิดการต่อสู้กับเหล่าผู้คุมวิญญาณที่ดูเหมือนจะเป็นลางร้ายและใครที่จะช่วยปกป้องพวกเขา
เมื่อผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับนักโทษแห่งอัซคาบัน ที่เป็นฝีมือการกำกับของ อัลฟองโซ คัวรอน เขาพร้อมที่จะแสดงความสามารถบน award-winning film Y Tu Mam? Tambi?n และเขาเปิดเผยว่าเขาไม่ช่ำชองในเรื่อง การศึกษาเกี่ยวกับวรรณกรรม แฮร์รี่ พอตเตอร์ หลังจากที่เขาอ่านบทภาพยนตร์ของ สตีฟ เคลิฟส์ และเรื่องราวต่างๆของวรรณกรรมคัวรอน คงต้องขอยอมแพ้
ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับเวทย์มนตร์คาถาและบุคคลที่มีเวทย์มนตร์คาถา มันถูกตีพิมพ์ออกมาสำรวจ มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับฉันและที่ความสัมพันธ์กับทุกวันนี้ กล่าวโดย นักเขียน-ผู้กำกับ เป็นเรื่องที่น่าหลงใหลที่เกี่ยวกับครอบครัว เรื่อง A Little Princess และถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาบทภาพยนต์ดีเด่น ในปี 2003 สำหรับ Y Tu Mam? Tambi?n การตีพิมพ์หนังสือที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโต,ความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว,ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน, การขาดพ่อแม่คอยให้คำแนะนำและการแสวงหาคำตอบด้วยตัวเอง การตีพิมพ์ส่งผลกระทบต่อชนชั้นทางสังคม,ความไม่ยุติธรรม,ลัทธิต่างๆ ทั่วโลกอีกด้วย
ขณะที่ผู้กำกับ เดวิด เฮย์แมน โน๊ตไว้ว่า Y Tu Mam? Tambi?n เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ความถูกต้องของเด็กที่กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่นและความเป็นสุภาพบุรุษ ในภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาค3 เป็นเรื่องของการผ่านพ้นจากวัยเด็กเข้าสู่วัยรุ่น หนังสือมีความคล้ายกันเลยทีเดียว อัลฟองโซเข้าใจถึงความแตกต่างในชีวิตวัยรุ่น เขาก็เคยเป็นวัยรุ่นมาก่อน นอกจากนั้นคุณยังต้องการที่ชม A Little Princess ว่าเขามีเวทย์มนตร์ในจิตวิญญาณของเขา ลึกลงไปเขายังเห็นใจ พวกผู้ชาย และมีอารมณ์ขัน เขาเป็นคนทำหนังที่ยอดยี่ยมจริงๆ
อัลฟองโซน่ากลัวกับนักแสดงวัยหนุ่มๆ สาวๆ และให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพยนตร์เป็นอย่างมาก คริส โคลัมบัส กล่าวเพิ่มเติม เขาเข้าร่วมกับเฮย์แมนลัเข้าเป็นหุ้นส่วนกับ มาร์ค แรด-คลิฟฟ์ ขณะที่เขากำกับ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาค3 หลังจากที่เขาจัดการกับภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ เขามีทรรศนะคติที่น่าตื่นเต้นในการทำงานทุกวันๆอีกด้วย และยังมีความน่าเชื่อถือในการแสดงความรู้สึกในการเล่าเรื่องอีกด้วย
การกำกับภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์และแฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ มีรายได้รวมทั้งหมด ใน 4 ปี โคลัมบัสทำการตัดสินใจ เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ผมจะทานอาหารเย็นกับพวกเด็กๆ! เขากล่าวอย่างใจดี คงต้องมีผู้กำกับคนใหม่ที่จะสานต่อในการสร้างภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ มันเป็นดาบ 2 คม จริงๆ พวกเราดูผู้กำกับมีความสุขกับการสร้างภาพยนตร์ทั้งหมดกับเตรียมการและสร้างสถานที่ให้เรียบร้อย ในเวลาเดียวกันเราต้องการใครสักคนที่จะนำเอาตำแหน่งของทัศนียภาพและจินตนาการในการสร้างภาพยนตร์ พวกเราต้องการผู้ชมที่มีนิสัยชอบผจญภัยและโลกของพวกเขาเติบโตจากความรักแต่ต้องเปิดเผยวิสัยทัศน์ใหม่ๆ
นักขียน J.K. Rowling ตามข่าวเธอคิดว่าเรื่อง A Little Princess เป็นภาพยนตร์ที่เธอโปรดปราน เธอให้คัวรอนสนับสนุนเธอเต็มที่ ขณะที่เขาพยายามนำเอาความน่าตื่นเต้นของเธอแล้วพิจารณาหนังสือภาค 3 ที่นำมาทำภาพยนตร์ Jo Rowling ถามฉันว่าไม่ทำตามหนังสือที่ฉันเขียนแต่มีความซื่อสัตย์และมุ่งมั่นของหนังสือ ผู้กำกับ เล่า เธอพูดเก่งมากเกี่ยวกับโลกที่เธอสร้างขึ้นมาและทราบดี ถ้าคุณต้องการทำภาพยนตร์นั้นไม่มากกว่า 2ชั่วโมงครึ่ง คุณต้องทำตัวเลือกถ้าฉันรู้ว่าฉันจะมีชื่อเสียงไปเกือบทั่วโลกที่ขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์ คงจะเป็นไปได้ที่ฉันจะทำภาพยนตร์ที่ดีที่สุดออกมาแล้ว
คัวรอนสนุกกับ การช่วงต่อในการสร้างภาพยนตร์ ก่อนที่จะสร้างโลกแห่งเวทย์มนตร์คาถาขึ้นมา ขณะที่มันทำให้เขาสนใจเนื้อเรื่องและพฤติกรรมของนักแสดง แดเนียล แรดคลิฟฟ์ , เอ็มม่า วัตสัน และ รูเพิร์ท กริ้นท์ เป็นนักแสดงวัยรุ่นในการกำกับนำความท้าทายมาให้เขา 2 อย่าง คือความท้าทาย พาพวกเขาผจญภัยผ่ายวัยหนุ่มสาวและทำงานเป็นครั้งแรกกับโคลัมบัส พวกเขาให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาชีพการแสดงได้
ผมมีโอกาสได้ทำงานแปลทั้งหมดผมเรียนรู้มามากกว่า 2 ปี ที่ทำงานกับคริส แดเนียล แรด- คลิฟฟ์ พูดอย่างมีศรัทธา ผมไม่คิดว่าผมจะสามารถทำให้อัลฟองโซ คัวรอน ทำหนังก่อนหน้านี้ปฏิบัติกับ ไมค์ นีย์เวลล์ มันเป็นการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องของผม
สำหรับ เอมม่า วัตสันเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่โคลัมบัสได้ให้ความมั่นใจกับเธอว่าภาพของเธอในนักโทษแห่งอัซคาบันไม่ชึคนรุนแรง อัลฟองโซทำให้พวกเราคิดถึงนิสัยของตัวเราและพวกเขาควรโต้ตอบอย่างไรในสถานการณ์นั้น บงอย่างฉันคิดว่าฉันไม่พร้อมที่จะทำในภาพยนตร์ภาคที่1และ2 เธอคิดทบทวน
คัวรอน รู้สึกโชคดีในการทำงานกับนักแสดงพวกนี้ มีประสบการณ์ล้ำค่าจากภาคที่1และ2 พวกเรารู้ทุกสิ่งของความสัมพันธ์ของตัวละครและสิ่งรอบตัวทั้งหมดของแช่นเดียวกับของทิศทาง เช่น สเปเชี่ยล เอฟเฟ็กต์ ต่างๆ,บลู สกรีน, และการต่อสู้แข่งกับลูกบอลบนไม้กวาด เขาสังเกต ที่เพิ่มมากขึ้นพวกเขามีการเจริญเติบโตพวกเขาจะสำรวจขอบเขตของอารมณ์มากกว่าเดิม
สิ่งหลักๆของคัวรอนก็คือการเริ่มลงมือพิจารณาการย่างเข้าสู่วัยกลางคนของตัวละคร ความกลัวของพวกเขาเกิดข้นจากภายใน ส่วนมากมาจากสัตว์ประหลาดที่มีตัวตน ตามที่เฮย์แมน มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับอัลฟองโซ สรุปว่าเด็กจะเปลี่ยนแปลงเมื่อพวกเขาอายุประมาณ 13 ปี ประสบการณ์การเจอสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่เพียงแค่สัตว์ประหลาดจากภายนอก เช่น แมงมุมหรือบาซิลิสก์ เหล่าสิ่งต่างๆที่ชั่วร้ายมาจากภายใน
แฮร์รี่ไม่กลัวที่จะถูกพ่อมดฝ่ายมืดคุกคามแต่ความสัมพันธ์เกี่ยวกับชีวิตของเขา คัวรอนวางแผนอย่างละเอียด เขาค้นพบสิ่งใหม่ๆเกี่ยวกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาละสิ่งต่างๆรอบตัวพลังของเขาที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
แรดคลิฟฟ์ บรรยาย ในหัวข้อ ความทุกข์ของวัยรุ่น ในหนังสือของ Rowing ในจินตนาการของเขา แฮร์รี่ พอตเตอร์ ในวัย 13 ปี ขณะที่เขาเห็นมัน แฮร์รี่เป็นเด็กที่มีอารมณ์หงุดหงิด เขาไม่กลัวที่จะพูดลับหลังเดอร์สลีย์ เอกลักษณ์ของเขา ถึงแม้ว่าเขาคิดเหมือนกับคนอื่นๆมีอารมณ์รุนแรงกับเคอะเขินต่อสังคม
ขณะที่ แฮร์รี่ เผชิญหน้ากับเรื่องราวในอดีตที่ถูกเปิดเผย เฮอร์ไมโอนี่ มีประสบการณ์มาก่อน ในภาพยนตร์ภาคที่ 1และ2 เฮอร์ไมโอนี่มีสติเธอรู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ วัตสัน กล่าวถึงตัวละครที่โตเกินวัย เธอเป็นพวกมักเกิ้ลและเกิดทะเลาะกับเด็กบ้านสลิธีริน ชื่อ เดรโก มัลฟอย ในภาคที่ 3 เฮอร์ไมโอนี่ตัดสินใจว่าเธอไม่ควรทำอย่างนั้นอีก ไม่ว่าจะเป็น มัลฟอย หรือ คนอื่นๆ เธอจบด้วยการตบหน้ามัลฟอยและโมโหนอกห้องเรียน เธอเป็นเด็กหญิงที่มีพลังที่รุนแรงมากและแน่นอนเธอสนุกนาน
การช่วยเหลือ 3 นักแสดงให้เข้าใจลึกซึ้งถึงนิสัยของตัวละคร คัวรอนถามพวกเขาแต่ละคนว่าให้เขียนรายละเอียดลงบนรายงานว่าจะแสดงนิสัยของพวกเขาในทุกๆวันที่ฮอกวอตส์ ในการเริ่มต้นในภาค 3 ผมจำได้ว่าถือรายงานของผมและขอความกรุณา ขณะที่ไม่ใช่ทั้งเอ็มม่า หรือรูเพิร์ธ ทำเสร็จแล้ว แรดคลิฟฟ์ ระลึกถึงพร้อมยิ้มกว้าง ผมเขียนนิสัยทั้งหมดลงไปบนหน้ากระดาษ แต่วันต่อมา เอ็มม่ามาพร้อมกับเขียนมาถึง 16 หน้าครึ่ง
รายงานของฉันเกี่ยวกับเฮอร์ไมดอนี่ทำให้ฉันคิดว่าฉันไม่เคยคิดถึงอดีต วัตสัน เผยความลับ อัลฟองโซถามพวกเราว่าการเขียนเกี่ยวกับพฤติกรรมละนิสัยที่พวกเขาทำความคิดของเขา และทำอย่างไรที่จะแสดงออกมา เขาเรียกมันว่า การพูดหลังหน้ากากของเขา รักการอ่านหนังสือละชอบทำการบ้าน มันช่วยทำให้ฉันเข้าใจเธอ
คัวรอนยังคอยเรียงความของ รูเพิร์ธ กริ้นท์ แต่ นั่นมันนิสัยของผมนะ! รูเพิร์ธ ประท้วง แดนและเอ็มม่ามักจะช่วยผมแก้ตัวกับคัวรอนเสมอ เช่นว่า สุนัขกินการบ้านของผมไป อะไรประมาณนั้น แต่รอนเองไม่เคยชอบการบ้านเลยและเขาพบว่าการแก้ตัวบ่อยๆอาจจะทำให้เขาไม่ต้องทำรายงาน ดังนั้นผมว่ามันเป็นเพียงแค่นิสัยของตัวละครเท่านั้น!
ผู้กำกับพบว่าแบบฝึกหัดเป็นประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ มันทำให้เขาเข้าใจอย่างลึดซึ้งถึงบุคลิกภาพของนักแสดงและนิสัยของเขา เด็กๆเห็นแล้วว่าจริงๆแล้วหัวใจของการแสดงของพวกเขาอยู่ในรายงานนี่เอง และไม่กลัวที่จะเปิดเผยหรือสำรวจความอ่อนแอ คัวรอน กล่าว เราเก็บส่วนประกอบจนกระทั่งหลังการถ่ายทำ พวกเราจะพบบ่อยในขณะที่ถ่ายทำภาพยนตร์อยู่มันเป็นส่วนเกี่ยวข้องที่จะช่วยเด็กๆในขณะนั้น
เกี่ยวกับการกำกับภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์
คงจะต้องใช้เรื่องราวในหนังสือเป็นต้นแบบในแฮร์รี่ พอตเตอร์ กับนักโทษแห่งอัซคาบัน ผู้กำกับ อัลฟองโซ คัวรอน เปิดเผยว่า เขาต้องจัดการเปลี่ยนแปลงเสื้อผ้าของนักแสดงใหม่
เพราะว่าวัยรุ่นส่วนมากหันมาสนใจกับวัฒนธรรมการแต่งกายและแฟชั่นที่ทันสมัยมากขึ้น ผู้กำกับ คัวรอนรู้สึกได้ว่า แฮร์รี่,รอน,เฮอร์ไมโอนี่และนักเรียนคนอื่นๆที่ฮอกวอตส์ก็เป็นแบบนั้นด้วย
ผมต้องทำให้ฮอกวอร์ต ดูทันสมัยและเหมือนจริงที่สุด คัวรอน อธิบาย ยกตัวอย่างเช่น ผมไปศึกษาที่อังกฤษและเฝ้าดูพฤติกรรมของเด็กๆที่สวมใส่เครื่องแบบนักเรียนของพวกเขา ไม่มีใครแต่งตัวเหมือนกันเลย วัยรุ่นแต่ละคนมีรสนิยมในการแต่งตัวที่แตกต่างกันออกไป และมันก็สะท้อนออกมาจากพฤติกรรมการแต่งแครื่องแบบนักเรียนของพวกเขา ดังนั้นผมคิดว่าเด็กๆที่แสดงในภาพยนตร์ต้องสวมใส่เครื่องแบบนักเรียนของพวกเขา ในขณะที่พ่อแม่ของพวกเขาไม่อยู่ที่นั่น
เน็คไทเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมจะทำมันเปื้อนและเสื้อของผมต้องดีงมันออกมานิดนึง รูเพิร์ท กริ้นท์ พูด มันก็สนุกดีแต่ก็ทำให้เครียดอีกด้วยที่จะช่วยให้พวกเราสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวออกมา
เมื่อคัวรอนถามแรดคลิฟฟ์ว่า แฮร์รี่จะแต่งตัวอย่างไรถ้าเขากลายเป็นวัยรุ่น ผมคิดว่าส่วนประกอบมันน่าจะมากเกินไปเพราะว่าแฮร์รี่เป็นภาพที่อยู่ในความนึกคิดนักแสดงหนุ่มพิจารณา
ผมไม่อยากใส่กระดุมหรือสร้อย แต่เขาน่าจะเป็นตัวของตัวเอง และถึงแม้ว่าเสื้อผ้าของเขาไม่เย็นสบายเลย แต่ก็ไม่ควรเป็นทางการมากและไม่เหมือนเด็ก
เอ็มม่า วัตสันมีความยินดีเป็นอย่างมาก เฮอร์ไมโอนี่เป็นคนสนุกสนานมีความทันสมัยในเรื่องแฟชั่น เฮอร์ไมโอนี่ไม่มีกระโปรงขนสัตว์และเสื้อที่ถักจากไหมพรมเหมือนคุณย่า และกล้าที่จะพูดว่าใส่ยีนส์! วัตสันรายงาน เธอไม่ทันสมัยแต่ก็ทันสมัยมากกว่าที่เธอเคยเป็น เฮอร์ไมโอนี่ยังคงใส่เครื่องแบบนักเรียนกับติดกระดุมไว้ด้านบนและมันก็สุดแสนจะลำบาก
ซึ่งตรงกับความคิดของคัวรอน เจนี่ ทีไมม ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย จะเปลี่ยนให้เครื่องแบบนักเรียนฮอกวอตส์ให้ดูลึกลับมากขึ้น พวกเราทำให้สีมืดลงรวมทั้งหมวกกับสีภายในบ้านแต่ละหลัง ดังนั้นคุณจะรู้ได้ทันทีเลยว่านักเรียนแต่ละคนอยู่บ้านไหน ทีไมม กล่าว มันจะช่วยให้เกิดความแตกต่างจากกัน เราจะให้แต่ละคนเลือก เสื้อยืด,เสื้อที่ถักจากไหมพรม,เสื้อที่ถักด้วยขนสัตว์ และการเปลี่ยนแปลงอื่นๆบนเครื่องแบบนักเรียนด้วย
การเปลี่ยนแปลงยังไม่เสร็จสมบูรณ์ในเรื่องเสื้อผ้าในภาคแรกและภาคที่สอง แต่สื่อให้เห็นว่าตัวละครในหนังสือมีการพัฒนาตัวของเขาเอง โคลัมบัสให้ข้อคิด พวกเราไม่เลือกเสื้อที่ล้าสมัยให้กับนักแสดง เสื้อผ้าของพวกเขาจะแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทีละหน่อยจนกระทั่งเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น
ทีไมมยังจะเปลี่ยนแปลงชุดของทีมควิชดิชที่ฮอกวอตส์ด้วย เป็นความคิดที่จะทำให้มันทันสมัยมากขึ้น เหมือนรองเท้ากีฬาเช่นรักบี้ หรือ ฟุตบอล เธออธิบาย เราจึงนำลายทางและเบอร์มาเป็นส่วนประกอบเราพราะว่าควิดดิชมีฉากที่ต้องถ่ายขณะฝนตกด้วย เราจึงต้องเสื้อกันฝนที่มีความทันสมัยและทำให้เครื่องแบบนักเรียนดูเหมือนกัน
ผลงานที่สุดยอดที่สุดคงเป็นนักโทษแหกคุกอัซคาบัน ซิเรียส แบล็ก ซึ่งเป็นผลงานของทีไมม, คัวรอน,โอลด์แมนและทีมงานแผนกแต่งหน้า พวกเราพยายามทำให้ดีที่สุดโอลด์แมน พูด พวกเราคิดว่านักโทษที่ต้องอยู่ในคุกถึง 12 ปี ผมของเขาน่าจะกลายไปเป็นสีเทา และรอยสักของเขาเป็นความคิดของคัวรอน ทั้งหมดก็เป็นความพยายามของทีมงานทั้งหมด
สำหรับศาสตราจารย์คนสนิทของแฮร์รี่ ศาสตราจารย์ลูปิน ทีไมมเลือกผ้าขนสัตว์ที่เป็นของประจำชาติอังกฤษ อัลฟองโซกล่าวว่าอยากจะให้ลูปินดูเหมือนกับลุงที่ไปงานเลี้ยงสุดสัปดาห์ ดังนั้นเราจึงทำให้เสื้อคลุมของเขาดูสกปรกมากว่าเสื้อคลุมของอาจารย์คนอื่นๆ
และในการพัฒนาเสื้อใหม่ของฮอกวอตส์อาจารย์คนใหม่ที่สอนวิชาพยากรณ์ศาสตร์ ศาสตราจารย์ทรีลอนีย์ที่ได้ เอ็มม่า ธอมป์สัน มารับบทนี้ เธอคิดว่าคงเป็นเพราะว่าเธอเป็นคนตลกและสายตายาวเหมือนกับตัวละครในเรื่อง จึงทำให้คัวรอนและทีไมมเลือกเธอมารับบทนี้
ฉันเห็นเธอในขณะที่คนอื่นไม่เห็นในกระจกมาเป็นเวลานาน ธอมป์สันพูด เธอมีดวงตาที่ใหญ่และโปนออกมา และผมของเธอก็ฟูเหมือนกับไม่ได้หวีมาเป็นเวลานาน บางทีอาจจะมีกระรอกมาทำรังก็ได้
และเน้นที่ดวงตาให้เหมือนกับคนที่มองเห็นอนาคตและสายตาสั้น ทีไมมออกแบบได้อย่างสมบูรณ์ทำให้ทรีลอนีย์ดูเหมือนคนล้าสมัย จุดเด่นก็คือแว่นทีมีขนาดใหญ่เกินไปประกอบกับเลนส์ขนาดใหญ่ แว่นตาทำให้การแต่งตัวสมบูรณ์ ธอมป์สันกระตือรือร้น ถึงแม้ว่าถ้าหากฉันรับบทเป็นทรีลอนีย์เป็นเวลานานๆ ฉันอยากจะตาบอดตอนหนังจบ เพราะว่าฉันไม่สามารถเห็นความคิดของพวกเขา
ทีไมมยังทำให้ มิเชล แกมบอง ศาสตราจาย์ดัมเบิลดอร์คนใหม่ให้เหมือนกับริชาร์ด แฮร์ริส ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์คนเก่าผู้ล่วงลับไปแล้วอีกด้วย อัลฟองโซต้องการให้ศาสตราจารย์
ดัมเบิลดอร์ เหมือนกับชายชราที่ออกแนวฮิปปี้แต่ยังคงความเป็นผู้ดีและดูเหมือนพวกชนชั้นสูง เธออธิบาย เสื้อผ้าชุดก่อนของเขาหนักทีเดียวและดูสง่าผ่าเผยมีอำนาจ แต่พวกเราใช้ไหมและด้ายย้อมสีเมื่อดัมเบิลดอร์เดินไปรอบๆเสื้อคลุมของเขาจะปลิวสะบัดไปมาที่ด้านหลัง มันจะทำให้เขาดูเหมือนคนที่มีพลังอำนาจ
สำหรับตัวละครลึกลับ ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ ทีไมมเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับยุค 70 และทอเส้นผมให้เป็นสีเงินและใส่เส้นด้ายตรงปลาย เขาดูเหมือนคนที่หนาว ใส่เสื้อผ้าเก่าๆขาดๆ
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับนักโทษแห่งอัซคาบัน กลับมาอีกครั้งชนะเลิศรางวัล Acadamy Award ในการกำกับและออกแบบ สจ๊วต เคร๊กและทีมงานผู้กำกับที่มีความสามารถ,ออกแบบฉาก,คนเขียนบทภาพยนตร์,ออกแบบโครงเรื่อง, ประติมากรและตกแต่ง สเต็ปฟานี่ มักมิลลัน
มีการออกแบบเป็นกุญแจสำคัญในการจัดตอนหนึ่งในภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ รวมทั้งห้องโถงใหญ่ และห้องนั่งเล่นรวมของกริฟฟินดอร์ เคร็กอยากจะเปิดโลกแฮร์รี่ พอตเตอร์ ภายในฮอกวอตส์ดินแดนเวทย์มนต์คาถา ในการสร้างภาพยนตร์ครั้งนี้
นักออกแบบทำงานกันอย่างละเอียดกับผู้กำกับอัลฟองโซ คัวรอน ในการออกแบบฉากใหม่ๆ รวมทั้งห้องเรียนวิชาพยากรณ์ศาสตร์ของศาสตร์จารย์ทรีลอนีย์ และเปลี่ยนแปลงห้องเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด กับถ้วยชาที่มากกว่า500 ใบ ป่าต้องห้ามที่สร้างในสตูดิโอเชพเพอร์ตัน,หมู่บ้านฮ็อกมีดส์,ร้านไม้กวาดสามอัน,คุกอัซคาบัน,ลานหอนาฬิกา, และความสำเร็จในการสร้างเพิงโหยหวน
ตอนหนึ่งในภาพยนตร์มีการออกแบบให้ผู้ท้าทายต่อคนรอบข้าง เพิงโหยหวนต้องการให้คนดูประทับใจและสนุก เสียงที่ดังเอี๊ยดอ๊าดและการที่ไหวที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องจากเสียงลมที่เคลื่อนไหว เคล็ก พูด มีการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Acadamy Award สำหรับผู้กำกับออกแบบ ดีเด่น ของแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ ได้ได้มาถึง 3 รางวัลออสการ์สำหรับการทำงานใน The English Patient,Dangerous Liaisoss and Grandhi.
ความยาวบนถนนสายหนึ่ง สิ่งที่น่ากลัวมันจะเกิดขึ้นที่บริเตน เริ่มต้นผ่านต้นวิลโลว์จอมหวด ลงไปที่อุโมงค์ใต้ดิน ทางคดเคี้ยวผ่านกับดักที่ประตู ไกลออกไปเจอบันไดผุพัง สุดท้ายฏ็จะห้องในเพิงโกโรโกโสนั้น การเดินทางไปยังเพิงโหยหวนเป็นการเดินทางที่น่ากลัว ลูปินต้องทนในระหว่างที่เขาจะแปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่า เคร็ก เปิดเผย ในห้องนั้นเหมือนมีการฆาตกรรมเกิดขึ้น และจะสื่อให้เห็นความเจ็บปวดทรมานของลูปินขณะที่เขากำลังแปลงร่าง
ถึงแม้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดารวมถึงการออกแบบ ผู้ควบคุมสเปเชี่ยล เอฟเฟ็กต์ จอห์น ริชาร์ดสัน และสตีฟ ฮามิลตัน ผู้ช่วยเหลือกับเคร็กและบริษัทช่วยกันเพิงโหยหวนให้ดูเหมือนมีชีวิตจริงโดยการใช้ไฮดรอลิคเข้ามาช่วยยกขึ้น
คัวรอนใช้ความสารถทั้งหมดที่เขามีในการออกแบบภาพยนตร์ครั้งนี้ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อเมื่อเด็กๆเดินผ่านไปยังลานหอนาฬิกา ตามทางไปสู่หมู่บ้านฮอกส์มี้ด รอบๆจะมีรูปปั้นแกะสลัก มีน้ำพุเป็นชั้นๆ เป็นรูปงูและนกอินทรีเป็นพื้นแบบธงของประเทศเม็กซิโก
ในการช่วยเหลือการสร้างในครั้งนี้บรรยากาศในการชมภาพยนตร์ คัวรอนจ้างทีมงานผู้ตัดต่อภาพยนตร์ชื่อดัง สตีฟ เวสเบริ์ก ที่เคยตัดต่อกับเรื่อง A Little Princess, Men In Black ภาค 2 ออกแบบเสียง ริชาร์ด เบกส์ ในเรื่อง Lost in Translation, Adaptation และผู้กำกับภาพ มิเชล เซียร์ซิน ในเรื่อง Midnight Express,Fame,The Life of David Gale
ในภาพยนตร์ภาคนี้มืดกว่าสองภาคที่แล้ว ดังนั้นแสงจึงทำให้อารมณ์ขุ่นหมองที่เต็มไปด้วยความมืด เซียร์ซิน กล่าว อัลฟองโซเชื่อว่าใช้ภาพในระยะใกล้จะทำให้ประหยัด โดยการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและขยายมุมกล้องให้ใหญ่ และฉากหลังมีความสำคัญในการเล่าเรื่องในฐ่นะที่เป็นนักแสดง
ตามที่คัวรอน จัดให้มุมกล้องขยายฮอกวอตส์ให้เด่นขึ้นในเรื่อง และพัฒนาการแสดงขึ้นด้วย เราใช้กล้องเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงและจะไม่ใช้ในระยะใกล้ ขณะใช้อุปกรณ์ในการเล่าเรื่อง เราเสนอให้สังเกตเด็กๆนักแสดงต่อไปเรื่อยๆ ขณะที่ผมพบว่าภาทางร่างกายมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ถึงแม้ว่าอัลฟองโซจะรับช่วงต่อมาจาก แฮร์รี่ พอตเตอร์ ในตอนที่แล้วเขาและมิเชล เซียซิน ใช้มุมกล้องกว้างทำให้เกิดมุมมองและประสบการณ์ใหม่ๆ เคร็กเชื่ออย่างนั้น มันเหมือนกับทำให้โลกของแฮรรี่ พอตเตอร์ดูสดใสขึ้น
รวมทั้งภาพยนตร์ออกแนวลึกลับ ความยาวของภาพยนตร์ในหุบเขาCoe ประเทศสก็อตแลนด์ใช้เวลาถ่ายทำเป็นเวลาหลายอาทิตย์ ที่ใช้อธิบายบรรยากาศภายนอกของฮอกวอตส์ รวมทั้งจุดไคล์แม๊กซ์ของเรื่องคือฉากที่แฮร์รี่,รอน,เฮอร์ไมโอนี่ พยายามช่วยเหลือบัคบีค ตัวฮิปโปกริฟฟ์สัตว์มหัศจรรย์ในดินแดนเวทย์มนตร์คาถา ฉากหนึ่งในสก็อตแลนด์เป็นความภูมิใจของฉันในภาพยนตร์เซียซิน กล่าว เราต้องอดทนอยู่ 28 วันฝนตกขณะที่ถ่ายทำอยู่ที่นั่นเราไม่สามารถถ่ายทำได้อย่างสมบูรณ์เพราะอากาศไม่เหมาะสมกับเรื่องของเรา ทีมงานส่วนใหญ่จะลื่นบนโคลนแต่ก็ไม่สามารถทำให้ฉันหมดความสุขไปได้!
ฉากการแข่งขันควิดดิชตอนหนึ่งที่อาจจะทำให้อารมณ์ขุ่นมัว คือฉากที่ถ่ายทำในตอนฝนตก จัดการแข่งขันให้มืดสลัวและท้องฟ้าดูน่ากลัว ทำให้เห็นถึงความอันตราย ที่ผู้คุมวิญญาณดูดเอาความสุขของแฮร์รี่ไปและเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้คุมวิญญาณก็เหมือนกับจะเป็นอัมพาต และมีความรู้สึกเหมือนกับจะไม่มีความสุขได้อีก เป็นสิ่งหนึ่งที่แฮร์รี่อาจต้องสูญเสียไปคือความเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ
Credit: Warner Bros and JKR Source: Mugglethai.com