Adriano Goldman ผู้กำกับภาพให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับซีรีส์แฮร์รี่ พอตเตอร์

Adriano Goldman ผู้กำกับภาพ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับซีรีส์แฮร์รี่ พอตเตอร์

Adriano Goldman ผู้กำกับภาพ (Cinematographer) ชาวบราซิล พูดคุยและให้สัมภาษณ์กับ André Pilli และ Anna Mandes เกี่ยวกับการกำกับภาพให้กับซีรีส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ ของ HBO ที่จะฉายตอนแรกในวันคริสต์มาส ที่ 25 ธันวาคมนี้ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจอยากมาสรุปให้อ่านกันครับ

การถ่ายทำซีรีส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ เน้นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดูสมจริง (Realism) และจับต้องได้ (Grounded) แตกต่างกับภาพยนตร์ในภาคแรก ๆ ที่มีความเป็นการ์ตูน เขาให้ความเห็นว่ามุมภาพของภาพยนตร์นั้นเล่าด้วยมุมมองที่ล้าสมัย และเกินจริงแบบการ์ตูน (เพราะมุมกล้องในตอนนั้นผ่านมา 20 ปี แล้ว) แต่ซีรีส์จะเน้นความสมจริงเป็นหลัก และใช้มุมกล้องและการเคลื่อนไหวกล้องที่ดูดีขึ้นตามยุคสมัย

ชีวิตจริงที่ยากลำบาก

เนื่องจากเรื่องราวของแฮร์รี่ พอตเตอร์ อยู่ในช่วงทศวรรษ 1990 (ค.ศ. 1990-1999) ทีมงานจึงต้องทำการวิจัยและตีความสีสันในยุคสมัยนั้น รวมถึงเครื่องแต่งกายต่าง ๆ ให้สมจริงที่สุด ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ปิดกั้นแนวคิดใหม่ที่ใส่เข้าไป เพราะในโลกของแฮร์รี่ มีทั้งส่วนที่เป็น “โลกในชีวิตจริง” (ช่วงที่แฮร์รี่อยู่กับลุงและป้าในโลกมักเกิ้ล) และ “โลกเวทมนตร์” ที่เปิดกว้างในแง่ของจินตนาการและไอเดียในการนำเสนอ

“ผมโต้แย้งหนักมาก เพราะต้องการให้ช่วงต้นของแฮร์รี่ที่ต้องอยู่กับลุงและป้าของเขา (ผมเรียกมันว่า ‘ชีวิตจริง’) เป็นช่วงชีวิตที่ยากลำบากสำหรับเขาขนาดไหน”

มันทำให้ทีมงานต้องถกกันหนักมากว่าจะให้ช่วงปฐมบทหรือช่วงเริ่มต้นมีสีสันมากแค่ไหน เขาและทีมงานอยากให้ภาพถ่ายทอดสีสัน ชีวิตชีวา และถ่ายทอดความเศร้าก่อนที่แฮร์รี่จะได้พบกับโลกเวทมนตร์

การเล่าเรื่องราวในช่วงแรกที่แฮร์รี่อยู่กับครอบครัวเดอร์สลีย์จึงเล่าด้วยสีสันและอารมณ์ที่ถูกกดไว้ ก่อนที่จะพาผู้ชมไปสัมผัสกับประสบการณ์เวทมนตร์ของฮอกวอตส์แรกเห็น

“ผมไม่อยากให้ฉากเหล่านั้นร่าเริงเกินไป เพราะมันจะลดอารมณ์ของแฮร์รี่ (และคนดู) ที่ค้นพบโลกเวทมนตร์ครั้งแรกลงไป”

ในตอนแรก ยังไม่มีฮอกวอตส์ ปราสาทฮอกวอตส์จะปรากฎให้เห็นในตอนท้ายสุดของ Episode และจะไม่มีการสำรวจฮอกวอตส์ในตอนแรก

เป้าหมายของ Adriano Goldman คือการนำทางคนดูด้วยภาพของซอยพรีเว็ต โรงเรียน โลกที่ห้ามมีปากเสียงและถูกควบคุมเข้มงวด ไปสู่โลกแห่งความตื่นเต้นและมหัศจรรย์ที่รออยู่เบื้องหน้า

“เมื่อเรามาถึงจุดสิ้นสุดของ ‘ชีวิตจริง’ และก้าวเข้าสู่ตรอกไดแอกอน ที่ซึ่งทุกอย่างมีสีสัน มีชีวิตชีวา และครื้นเครง พวกเขาก็พูดว่า ‘อ้า… ฉันเข้าใจการเปลี่ยนผ่าน (transition) แล้วตอนนี้'”

จาก Teaser สู่ซีรีส์จริง

คุณโกลด์แมนกล่าวว่า ฟุตเทจที่เราได้เห็นในทีเซอร์ก่อนหน้านี้ที่คุมโทนสีน้ำเงินและบรรยากาศที่เศร้าเกินไป เป็นเหตุผลให้บางฉากมีการปรับเปลี่ยนอย่างละเอียด วอลเปเปอร์ฉากหลังดูอุ่นขึ้น เสื้อผ้ามีความอิ่มตัว (saturation) ของสีมากขึ้น รวมถึงผิวพรรณของแฮร์รี่ที่มีสุขภาพดีขึ้นจากในทีเซอร์ โดยไม่ทิ้งความติดดินไป

การถ่ายทำท่ามกลางนักแสดงเด็กจำนวนมาก

การถ่ายทำกับนักแสดงเด็กจำนวนมาก ทำให้การจัดการตารางและการวางแผนต่าง ๆ ต้องทำอย่างพิถีพิถัน มีการจัดการเรียนขึ้นในกองถ่ายที่ Warner Bros. Studios Leavesden เช่นเดียวกับตอนที่ถ่ายทำภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถเรียนไปด้วยได้ เขาบอกว่าเด็ก ๆ ต้องเรียนวันละ 7 ชั่วโมงในแต่ละวัน

“คุณต้องถ่ายเร็วมาก และยิ่งถ่ายเร็วขึ้นแค่ไหน คุณภาพก็จะตกลงเท่านั้น ไม่มีทางเลี่ยงได้ เวลาถ่ายทำของเด็ก ๆ มันโหดสุดๆ” เขาเสริมว่า “คุณต้องถ่ายทำฉากทั้งหมดไว้ล่วงหน้า ตอนที่พวกเขาเข้าเรียน” การเตรียมความพร้อม การเคลื่อนไหว การจัดมุมกล้อง การเซ็ตแสง การบล็อกกิ้งด้วยสแตนอิน ทุกอย่างต้องทำล่วงหน้าเพื่อให้ดำเนินงานจริงได้อย่างรวดเร็ว เมื่อนักแสดงตัวจริงพร้อมถ่าย

แสงไฟจากเปลวเทียน

คุณโกลด์แมนเลือกใช้งานการจัดแสงแบบ Single Source Approach หรือการจัดแสดงให้ดูเหมือนมีแหล่งกำเนิดแสงเพียงแหล่งเดียวในฉาก เพื่อความสมจริงและคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นแสงเงาที่ตกกระทบบนใบหน้าที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน กระทั่งประกายระยิบระยับ แสงตกกระทบในดวงตาของตัวละครที่มีที่มาจากแสงเหล่านั้น ซึ่งอาศัยความร่วมมือของทั้งทีมและนักแสดง เพื่อให้ได้สุนทรียภาพตามที่ต้องการ

แม้แต่แสงจากหน้าต่างก็ต้องพิจารณาว่ามีหน้าต่างมากน้อยแค่ไหน แสงสมจริงกับที่ควรจะเป็นหรือไม่ เพราะสภาพแวดล้อมของแสงในแต่ละช่วงเวลานั้นแตกต่างกัน เพื่อให้สมจริงและเป็นไปตามธรรมชาตินิยม (Naturalism)

มีการจัดวางชุดไฟ 4 ชุดสำหรับถ่ายทำฉากซอยพรีเว็ต เปิด ปิด สลับกันไป เพื่อจำลองแสงไฟถนนและสร้างแสงธรรมชาติในยามค่ำคืน

คุณ Adriano Goldman ให้ดูตัวอย่างแสงที่ตกกระทบให้ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด จากทีเซอร์แฮร์รี่ พอตเตอร์

ความโหดของควิดดิช

เขาบอกว่าฉากควิดดิชใน Episode ที่ 7 ที่เขาไม่ได้เป็นคนกำกับภาพ แต่เป็นคนเตรียมให้ เฉพาะแค่ที่เก็บปฏิกิริยาของนักแสดงระหว่างการรับชมควิดดิช พวกเขามีเวลาถ่ายทำแค่ 7 ชั่วโมง ตามคิวถ่าย 15 เทค ใน 1 วัน เพราะอีก 7 ชั่วโมงที่เหลือ เด็ก ๆ ต้องเรียนหนังสือในกอง มันเป็นอะไรที่ยากและเครียดมาก ๆ เพราะข้อจำกัดในเรื่องของเวลา มันทำให้การเตรียมวัตถุดิบได้จำกัดตามไปด้วย และนั่นจะเป็นปัญหาถ้าเราถ่ายทำมุมต่าง ๆ ไว้ไม่พอ ทุกอย่างต้องถ่ายรวดเร็วแข่งกับเวลาไปหมด

ความต่อเนื่องของภาพในภาคถัดไป

ตัวซีรีส์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ มีเรื่องราวหนึ่งเดียว การรักษาความต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เขาพยายามสร้าง “คัมภีร์ภาพ (Visual Bible)” ขึ้นมา เพื่อให้ผู้กำกับภาพและทีมงานอื่น ๆ ที่จะเข้ามาทำในตอนหรือภาคถัดไป สามารถรักษาแนวทางที่วางไว้ได้

แม้ว่าในอนาคตจะมีการผลัดเปลี่ยนผู้กำกับ การรักษามาตรฐานถ่ายทำเป็นสิ่งสำคัญ การใช้เลนส์ การโคลสอัปตัวละคร การจัดแสงภาพรวมที่ต่อเนื่องกันไปทุกภาค แม้ว่าคุณโกลด์แมนจะชอบการทำงานกำกับภาพคนเดียวตลอดทั้งโปรเจกต์มากกว่า เพราะเขาสามารถควบคุมทิศทางภาพ เลนส์ การใช้สีได้เบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นจนจบ แต่การถ่ายทำซีรีส์สเกลใหญ่ระดับนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีผู้กำกับแต่ละฝ่ายหลาย ๆ คน เพราะการถ่ายทำต้องเร่งกับเวลาและกระบวนการผลิต

เบื้องหลังกองถ่าย

ความยากของการถ่ายทำและปรัชญาการถ่ายทำของโกลด์แมนกับซีรีส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ เมื่อเปรียบเทียบกับ The Crown ที่เขาเคยกำกับภาพมา มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ใน The Crown พวกเขาถ่ายทำด้วยสถานที่จริงถึง 80% ในขณะที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ สร้างฉากในสตูดิโอเกือบทั้งหมด ทำให้ขั้นตอนการเตรียมงาน (Pre-Production) มีความเป็นนามธรรมและลึกลับมากกว่า เขาและทีมงานต้องวางแผนทุกอย่างขึ้นบนกระดาษ ต้องใช้ตัวช่วยในการจัดแสงเพิ่มเติม โดยไม่ให้หลุดไปจากความสมจริง

ผมไม่ได้มองว่าใครคือเจ้าของโปรเจกต์นี้ โปรเจกต์นี้ไม่ใช่ของผม แต่เป็นโปรเจกต์ที่ผมและทุกคนต้องร่วมมือกัน ตั้งใจทำด้วยกัน ด้วยวิธีการที่ชัดเจนที่สุด มีประสิทธิภาพมากที่สุด เราทุกคนคือผู้ร่วมงาน (Collaborator) ไม่ใช่ผู้สั่งการ เราเน้นการสื่อสารกับทีมงานและนักแสดง เพื่อให้บรรยากาศของกองถ่ายลื่นไหล

แม้การทำงานในโปรเจกต์ใหญ่ระดับนี้จะมีความกดดันจากสตูดิโอสูง แต่เขาก็ยังทิ้งตัวตนและมุมมองทางศิลปะของเขาผ่านการทำงานร่วมกับทีมผู้กำกับ


ที่มา: A Masterclass with the Harry Potter Cinematographer | Adriano Goldman และ MuggleNet