Harry Potter prequel

“ถึงฉันจะร้างลาจากการเขียนอย่างไม่หยุดหย่อนมาสักพักแล้วตอนที่นั่งเขียนสิ่งนี้ แต่ถ้อยคำต่าง ๆ ก็พรั่งพรูออกจากปากกาของฉันรวดเร็วอย่างน่าตกใจ – ฉันไม่ได้กำลังง่วนอยู่กับการเขียนพรีเควล ฉันเขียนเน้นเรื่องนี้ไว้ที่ตอนท้ายของการ์ดด้วย ฉันคิดว่านั่นน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยทำงานให้กับงานการกุศลอันสุดจะทรงคุณค่าทั้งสองงานนี้ ”
– เจ. เค. โรว์ลิ่ง (29 พฤษภาคม 2008) –

“Harry Potter prequel” (แฮร์รี่ พอตเตอร์ พรีเควล) คือชื่ออย่างไม่เป็นทางการของเรื่องราวความยาว 800 คำ ที่เขียนโดย เจ. เค. โรว์ลิ่ง ซึ่งเผยแพร่ทางออนไลน์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2008 โดยเป็นเหตุการณ์ก่อนที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ จะเกิดประมาณ 3 ปี กล่าวถึงการผจญภัยของ ซิเรียส แบล็ก และ เจมส์ พอตเตอร์ เธอได้ประกาศเขียนเรื่องนี้ลงบนเว็บไซต์ทางการของเธอในวันที่ 29 พฤษภาคม 2008 ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดได้รับการเขียนลงบนการ์ดของ Waterstone’s การประมูลนี้จัดขึ้นโดย Waterstone’s เพื่อนำเข้าประมูลให้ทาง English PEN  (สมาคมนักเขียน) และ Dyslexia Society (กลุ่มสังคมผู้บกพร่องด้านการเรียนรู้) ร่วมกับนักเขียนท่านอื่นอีก 12 คน ในวันที่ 10 มิถุนายน 2008 ซึ่งการประมูลการ์ดแผ่นนี้ปิดประมูลนี้ตัวเลข £25,000 (ราว 1,116,000 บาท) ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของหลังจบการประมูลก็คือ Hira Digpal ประธานบริษัท Tokyo-based investment-banking consulting company [อ้างอิง]

ปัจจุบันต้นฉบับของเรื่องราวต่อจากนี้ได้ถูกขโมย ไม่ปรากฎชะตากรรมของแผ่นกระดาษแผ่นนี้ และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดจากแผ่นกระดาษที่มีมูลค่า 25,000 ปอนด์

รถจักรยานยนต์วิ่งฉิวเลี้ยวหักศอกอย่างกะทันหันในความมืดเสียจนเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายที่ขับรถไล่ตามมาถึงกับร้องออกมาว่า “โว้ว!” สิบเอกฟิชเชอร์กระทืบเท้าอันใหญ่โตของเขาเหยียบเบรก พลางคิดว่าเจ้าหนุ่มที่นั่งซ้อนท้ายคงร่วงลงมาอยู่ใต้ล้อรถเขาแน่แล้ว อย่างไรก็ตาม รถจักรยานยนต์นั้นเลี้ยวโดยไม่มีวี่แววว่าผู้ขับขี่คนใดร่วงจากที่นั่ง และชั่วพริบตาให้เห็นไฟท้ายสีแดงแวบเดียว มันก็หายลับไปในตรอกแคบที่อยู่ข้างถนน

“เราได้ตัวมันละ!” พลตำรวจแอนเดอร์สันร้องอย่างตื่นเต้น “นั่นทางตัน!”

ฟิชเชอร์แอนตัวชิดพวงมาลัยพร้อมตบเกียร์ เขาทำสีด้านข้างตัวรถถลอกไปครึ่งคันขณะพยายามขับตามเข้าไปในตรอก

เป้าหมายที่พวกเขาไล่ตามมากว่าสิบห้านาทีจอดนิ่งอยู่ในแสงไฟหน้ารถ นักบิดทั้งสองคนจนมุมอยู่ระหว่างตึกสูงซึ่งก่อด้วยอิฐและรถตำรวจ ที่ซึ่งตอนนี้กำลังคืบคลานเข้าไปหาพวกเขาเหมือนนักล่าที่มีตาเรืองแสงและส่งเสียงร้องคำราม

มีระยะห่างระหว่างประตูรถกับกำแพงตรอกเพียงนิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้ฟิชเชอร์และแอนเดอร์สันประสบความทุกลักทุเลในการเอาตัวเองออกจากรถ เกียรติของพวกเขาถูกหยามจากการที่ต้องค่อย ๆ ขยับไปทีละนิ้ว ๆ เหมือนปูไต่เข้าไปหาพวกแหกกฎ ฟิชเชอร์ทำกระดุมเสื้อหลายเม็ดหลุดกระเด็นขณะไถพุงมหึมาของเขาครืดไปกับกำแพง และบั้นท้ายของเขาก็ทำกระจกมองข้างหักในที่สุด

“ลงจากรถ!” เขาตะโกนสั่งวัยรุ่นซึ่งกำลังยิ้มอวดดี ซึ่งกำลังนั่งอาบแสงสีฟ้าอย่างสบายใจเหมือนกำลังเล่นสนุกอยู่

พวกเขาทำตามคำสั่ง ฟิชเชอร์ซึ่งในที่สุดก็ผละตัวเองจากกระจกมองข้างที่หลุดได้จ้องมองพวกเขา พวกนั้นเหมือนจะอยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย เจ้าคนที่เป็นคนขับมีผมสีดำยาว ท่าทางหล่อเหลาอวดดีนั่นทำให้ฟิชเชอร์นึกอย่างไม่สบอารมณ์ถึงแฟนหนุ่มของลูกสาวตัวเองที่เกกมะเหรกเกเรและชอบเล่นกีตาร์ ส่วนเจ้าหนุ่มคนที่สองก็มีผมสีดำเหมือนกัน แต่สั้นกว่าและชี้เปะปะไปทุกทิศทาง เขาสวมแว่นตาและส่งยิ้มกว้าง ทั้งสองสวมเสื้อยืดปักลายนกสีทองตัวใหญ่ ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นลายปักของวงร็อคไร้รสนิยมและน่าหนวกหูเป็นแน่

“ไม่สวมหมวกกันน็อก!” ฟิชเชอร์ร้อง ชี้ศีรษะซึ่งไม่ได้สวมหมวกจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง “ขับรถด้วยความเร็วเกินกำหนดใน — ในความเร็วที่เยอะมาก!” (อันที่จริงความเร็วที่ตรวจจับได้นั้นเร็วยิ่งกว่าที่ฟิชเชอร์จะเตรียมใจรับได้ว่าจะมีรถจักรยานยนต์ที่ไหนขับได้เร็วขนาดนั้น) “ไม่หยุดรถตามที่ตำรวจสั่ง!”

“เราก็อยากจะหยุดคุยกับคุณนะครับ” เด็กหนุ่มที่สวมแว่นพูด “เพียงแต่พวกเรากำลัง –”

“อย่ามาหัวหมอ — พวกนายสองคนลำบากแน่!” แอนเดอร์สันตะคอก “ชื่อ!”

“ชื่อเหรอ?” เจ้านักบิดผมยาวทวนคำ “เอ่อ – ยังไงดี ดูก่อนนะ มีทั้ง วิลบอร์ฟอร์ซ … บัทเชบา … เอลเวนดอร์ค …”

“แล้วชื่อนี้ก็เข้าท่าตรงที่นายเอาไปใช้กับเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงก็ได้” เจ้าหนุ่มที่สวมแว่นตาพูด

“โอ้ คุณหมายถึงชื่อของพวกเราเหรอ?” เจ้าหนุ่มคนแรกถามขณะที่แอนเดอร์สันโกรธจนพูดไม่ออก “คุณน่าจะบอกเราสิ! คนนี้ชื่อ เจมส์ พอตเตอร์ ส่วนผมชื่อ ซิเรียส แบล็ก”

“เดี๋ยวจะมีอะไร ๆ ซีเรียสให้นายแบกเดี๋ยวนี้แหละ ไอ้เจ้าเด็กกวนประ –“

แต่ทั้งเจมส์และซิเรียสไม่ได้สนใจฟัง พวกเขาตื่นตัวในทันใดเหมือนสุนัขล่าเนื้อ จดจ้องข้ามฟิชเชอร์และแอนเดอร์สันและหลังคารถตำรวจไปยังทางเข้าตรอกมืด ๆ แล้วด้วยการเคลื่อนไหวอันคล่องแคล่วเฉพาะตัว พวกเขาก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง

ในชั่วนาทีระทึกใจตำรวจทั้งสองนึกว่าตัวเองกำลังถูกเล็งด้วยปืน แต่แค่วินาทีถัดมาพวกเขาก็เห็นว่านักบิดทั้งสองไม่ได้ดึงอะไรออกมานอกจาก –

“ไม้กลองรึ?” แอนเดอร์สันเยาะ “นายเป็นคู่หูคู่ฮาใช่ไหม? เอาล่ะ เราขอจับพวกนายในข้อหา –”

แต่แอนเดอร์สันยังไม่ทันได้เอ่ยชื่อข้อหา เจมส์กับซิเรียสก็ตะโกนคำที่แปลไม่เข้าใจออกมาแล้วแสงไฟหน้ารถตำรวจก็เปลี่ยนทิศ

ตำรวจทั้งสองหมุนตัวหันหลังแล้วถึงกับผงะถอยหลัง ผู้ชายสามคนกำลังบิน – บินอยู่จริง ๆ – เข้ามาในตรอกบนไม้กวาด – และในเวลาเดียวกันนั้นเองรถตำรวจก็ยกตัวขึ้นบนล้อหลัง

ฟิชเชอร์เข่าอ่อน เขานั่งลงอย่างแรง แอนเดอร์สันสะดุดขาฟิชเชอร์แล้วล้มทับตัวเขาตอนที่มีเสียง ฟุบ–ปัง–โครม—พวกเขาได้ยินเสียงคนที่อยู่บนไม้กวาดกระแทกเข้ากับรถที่ตีลังกาอยู่จนหมดสติ ไม้กวาดหักกระจายอยู่รอบ ๆ พวกนั้น

รถจักรยานยนต์กลับมาแผดเสียงอีกครั้ง ฟิชเชอร์อ้าปากค้าง รวบรวมเรี่ยวแรงเพื่อหันกลับไปมองเด็กวัยรุ่นทั้งสอง

“ขอบคุณมากครับ!” ซิเรียสพูดกลบเสียงสะเทือนของเครื่องยนต์ “เราเป็นหนี้พวกคุณหนหนึ่งละ”

“ใช่ ดีใจที่ได้เจอคุณ!” เจมส์พูด “และอย่าลืมนะ เอลเวนดอร์ค! ได้ทั้งชายและหญิง!”

เสียงดังสะท้านสะเทือน ฟิชเชอร์และแอนเดอร์สันกอดกันด้วยความหวาดกลัว รถของพวกเขาเพิ่งจะกลับมาอยู่บนพื้นตามปกติ ทีนี้กลายเป็นรถจักรยานยนต์ที่เร่งเครื่อง และก่อนที่ตำรวจทั้งคู่จะเชื่อว่าตัวเองเห็นอะไรมันก็ทะยานขึ้นไปบนฟ้า เจมส์และซิเรียสลอยห่างไปในท้องฟ้ายามราตรี ไฟท้ายรถกระพริบเบื้องหลังเขาเหมือนเม็ดทับทิมที่กำลังหายลับไป

จากพรีเควลที่ฉันไม่ได้กำลังเขียนมันอยู่ — แต่ฉันสนุกกับมันมาก!
– เจ. เค. โรว์ลิ่ง 2008

ต้นฉบับภาษาอังกฤษ

“Although I did feel a bit like a relapsing addict as I sat down to write – the words poured from my pen with frightening ease – I am NOT working on a prequel. Indeed, I’ve written that clearly at the bottom of the card itself. I just thought that this was the best way to make money for two extremely worthwhile charities.”
– J. K. Rowling –

ต้นฉบับลายมือโดย เจ.เค.โรว์ลิ่ง

The speeding motorcycle took the sharp corner so fast in the darkness that both policemen in the pursuing car shouted “Whoa!” Sergeant Fisher slammed his large foot on the brake, thinking that the boy who was riding pillion was sure to be flung under his wheels. However, the motorbike made the turn without unseating either of its riders, and with a wink of its red tail light, vanished up the narrow side street.

“We’ve got em now!” cried PC Anderson excitedly. “That’s a dead end!”

Leaning hard on the steering wheel and crashing his gears, Fisher scraped half the paint off the flank of the car as he forced it up the alleyway in pursuit.

There in the headlights sat their quarry, stationary at last after a quarter of an hour’s chase. The two riders were trapped between a towering brick wall and the police car, which was now crawling towards them like some growling, luminous-eyed predator.

There was so little space between the car doors and the walls of the alley that Fisher and Anderson had difficulty extricating themselves from the vehicle. It injured their dignity to have to inch, crab-like, towards the miscreants. Fisher dragged his generous belly along the wall, tearing buttons off his shirt as he went, and finally snapping off his wing mirror with his backside.

“Get off the bike!” he bellowed at the smirking youths, who sat basking in the flashing blue light as though enjoying it.

They did as they were told. Finally pulling free from the broken wing mirror, Fisher glared at them. They seemed to be in their late teens. The one who had been driving had long black hair; his insolent good looks reminded Fisher unpleasantly of his daughter’s guitar-playing, layabout boyfriend. The second boy also had black hair, though his was short and stuck up in all directions; he wore glasses and a broad grin. Both were dressed in T-shirts emblazoned with a large golden bird; the emblem no doubt of some deafening, tuneless rock band.

“No helmets!” Fisher yelled, pointing from one uncovered head to the other. “Exceeding the speed limit by–by a considerable amount!” (In fact, the speed registered had been greater than Fisher was prepared to accept that any motorcycle could travel.) “Failing to stop for the police!”

“We’d have loved to stop for a chat,” said the boy in glasses, “only we were trying–”

“Don’t get smart–you two are in a heap of trouble!” snarled Anderson. “Names!”

“Names?” repeated the long-haired driver, “Er–well, let’s see. There’s Wilberforce… Bathsheba… Elvendork…”

“And what’s nice about that one is, you can use it for a boy or a girl,” said the boy in glasses.

“Oh, our names, did you mean?” asked the first, as Anderson sputtered with rage. “You should’ve said! This here’s James Potter, and I’m Sirius Black.”

“Things’ll be seriously black for you in a minute, you cheeky little–”

But neither James nor Sirius was paying attention. They were suddenly as alert as gundogs, staring past Fisher and Anderson, over the roof of the police car, at the dark mouth of the alley. Then, with identical, fluid movements, they reached into their back pockets.

For the space of a heartbeat both policemen imagined guns gleaming at them, but a second later they saw that the motorcyclists had drawn nothing more than–

“Drumsticks?” jeered Anderson.”Right pair of jokers, aren’t you? Right, we’re arresting you on a charge of–”

But Anderson never got to name the charge. James and Sirius had shouted something incomprehensible, and the beams from the headlights had moved.

The policemen wheeled around, then staggered backwards. Three men were flying–actually flying–up the alley on broomsticks–and at the same moment, the police car was rearing up on its back wheels.

Fisher’s knees bucked; he sat down hard. Anderson tripped over Fisher’s legs and fell on top of him, as flump–bang–crunch–they heard the men on brooms slam into the upended car and fall, apparently insensible, to the ground, while broken bits of broomstick clattered down around them.

The motorbike had roared into life again. His mouth hanging open, Fisher mustered the strength to look back at the two teenagers.

“Thanks very much!” called Sirius over the throb of the engine. “We owe you one.”

“Yeah, nice meeting you!” said James. “And don’t forget: Elvendork! It’s unisex!”

There was an earthshaking crash, and Fisher and Anderson threw their arms around each other in fright; their car had just fallen back to the ground. Now it was the motorcycle’s turn to rear. Before the policemen’s disbelieving eyes, it took off into the air. James and Sirius zoomed away into the night sky, their tail light twinkling behind them like a vanishing ruby.

From the prequel I am not working on–but that was fun! – J.K. Rowling 2008