นากินี (Nagini)

ข้อมูลโดยสังเขป

เกิด: ก่อนปี 1927

เสียชีวิต: 2 พฤษภาคม 1998 ที่ฮอกวอตส์ ด้วยฝีมือของเนวิลล์ ลองบัตท่อม และดาบของก็อดดริก กริฟฟินดอร์

เพศ: หญิง / เพศเมีย

ข้อมูลทางกายภาพ: เคยเป็นมนุษย์ผู้หญิงที่เป็นมาเลดิกตัส (ต้องคำสาปทางสายเลือดให้กลายร่างเป็นสัตว์อย่างควบคุมไม่ได้) ก่อนจะสูญเสียการควบคุมให้เธอกลายเป็นงูร้ายโดยถาวร

นากินี (Nagini) เป็นที่รู้จักในแฮร์รี่ พอตเตอร์ ว่าเป็นงูสัตว์เลี้ยงประจำกายของลอร์ดโวลเดอมอร์ ทว่าในภาพยนตร์สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ นากินีเคยเป็นหญิงสาวมาก่อน แต่ดันโชคร้ายเพราะเกิดมาเป็นมาเลดิกตัส (ต้องคำสาปทางสายเลือดให้กลายร่างเป็นสัตว์) และการกลายร่างนั้นจะทำให้กลายเป็นสัตว์โดยถาวรไม่วันใดก็วันหนึ่งด้วย ทำให้เราต้องทำความเข้าใจใหม่ว่า เดิมนากินีเคยมีชีวิตเป็นมนุษย์ที่ต้องคำสาปให้กลายร่างเป็นงูร้าย สุดท้ายคำสาปนั้นกลืนกินเธอจนกลายร่างเป็นงูยักษ์โดยถาวร และกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงเคียงกายของโวลเดอมอร์ในภายหลังนั่นเอง

นากินีในร่างมนุษย์

นากินี เป็นสาวเอเชีย มีชีวิตอยู่ตั้งแต่ช่วงก่อนปี 1927 เธออาศัยอยู่กับคณะละครสัตว์วิเศษ Circus Arcanus ของสเกนเดอร์ (Skender) ที่เดินทางไปแสดงตามประเทศต่างๆ อย่างนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และปารีส ฝรั่งเศส เธอเป็นโชว์จุดขายของคณะที่รู้จักกันในฐานะของ Snake Girl หญิงสาวเอเชียที่กลายร่างเป็นงูร้ายได้

นากินีในร่างของงู

ภาพจากภาพยนตร์ Fantastic Beast: The Crimes of Grindelwald

นากินี เป็นงูยักษ์เพศเมีย ตัวยาวด้วยขนาดเกือบสี่เมตร หรืออย่างน้อย 12 ฟุต (ถ้วยอัคนี บ.1 น.26) ลำคอของมันหนาเท่าต้นขาผู้ชาย ดวงตาซึ่งรูม่านตาเป็นขีดนั้นตั้งไม่กะพริบ (เครื่องรางยมทูต บ.1 น.20) และมีปลายหางเป็นเกล็ดลายเพชร (ถ้วยอัคนี บ.1 น.26)
นากินีไม่ชอบเสียงอึกทึก (เครื่องรางยมทูต บ.1 น.21)

พิษของนากินี

“หางหนอนสามารถทำตามคำสั่งของข้า และชุบร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ซึ่งอ่อนแอปวกเปียกของข้าขึ้นมาได้สำเร็จ ข้าสามารถใช้ร่างนั้นชั่วคราวระหว่างรอคอยส่วนผสมที่จะต้องนำมาใช้ในการชุบชีวิตแท้จริง… ข้าต้องใช้คาถาที่คิดค้นขึ้นเอง… อาศัยความช่วยเหลือจากนากินีที่รักเล็กน้อย น้ำยาที่ปรุงจากเลือดยูนิคอร์นและพิษงูที่นากินีมอบให้… ไม่ช้าข้าก็กลับมามีร่างที่เกือบจะเหมือนมนุษย์และแข็งแรงพอที่จะเดินทาง”
– แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี บ.33 น.742

พิษของนากินีใช้เพิ่มพละกำลังให้แก่โวลเดอมอร์ในระหว่างที่ยังมีร่างเป็นเพียงร่างของทารกที่ไม่สมบูรณ์น่าเกลียดและอ่อนปวกเปียก และยังใช้เป็นส่วนผสมในน้ำยาชุบชีวิตจริงๆ ให้แก่โวลเดอมอร์ ร่วมกับเลือดยูนิคอร์น มนตร์ดำเก่าแก่หนึ่งบท และสามส่วนผสมทรงพลังคือ เนื้อของทาสรับใช้ กระดูกของพ่อ และเลือดของแฮร์รี่ พอตเตอร์ แม้แหล่งข้อมูลบางแห่งจะระบุว่าพิษของนากินีใช้เป็นส่วนประกอบร่วมกับเลือดยูนิคอร์นในการคืนสภาพจากเงาร่างที่สิงสู่สัตว์เพื่อประทังชีวิตให้กลายเป็นร่างเหมือนทารกที่ไม่สมบูรณ์ แต่ก็ไม่สามารถยืนยันความคลุมเครือนี้ได้ชัดเจน (แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี บ.33 น.742)

ความเข้าใจเรื่องน้ำยาในส่วนนี้แตกต่างกัน บ้างเชื่อว่า พิษนากินีใช้ร่วมกับเลือดยูนิคอร์นปรุงยามาตั้งแต่สร้างให้เกิดร่างที่ไม่สมบูรณ์ ประทังชีวิตในแต่ละชั่วโมง ไปจนถึงทำให้คืนชีพในร่างของมนุษย์อีกครั้ง บ้างลงความเห็นว่า พิษนากินีใช้ดื่มกินเพื่อประทังชีวิตในแต่ละวัน และนำไปปรุงเพื่อให้โวลเดอมอร์คืนชีพ บ้างก็บอกว่า น้ำยานั้นใช้ตอนทำให้เกิดร่างที่ไม่สมบูรณ์และตอนสุดท้ายที่ชุบชีวิตคืนมาเท่านั้น ตอนที่ประทังชีวิตแค่ดื่มพิษของนากินีเท่านั้น ความคลุมเครือและไม่ชัดเจนในจุดนี้จึงไม่สามารถยืนยันคำตอบที่แน่ชัดในทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ได้

นอกจากนี้แล้ว พิษของนากินียังมีความรุนแรงมากกว่างูทั่วไป พิษของนากินีมีผลให้บาดแผลของเหยื่อที่ถูกกัดไม่สามารถสมานติดกันได้และทำให้เสียเลือดมาก (ภาคีนกฟีนิกซ์ บ.22 น.592)

 

ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครีเดนซ์ แบร์โบน หรือคอร์วัส เลสแตรงจ์ ที่ 5

นากินีและครีเดนซ์พบกันครั้งแรกในปี 1927 ผ่านคณะละครสัตว์วิเศษที่นากินีแสดงโชว์ ทั้งสองเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เพราะต่างก็มีพลังประหลาดในตัวเองเหมือนกัน เป็นสิ่งชั่วร้ายเหมือนกัน นากินีรู้ตัวดีว่าการเป็นมาเลดิกตัสที่ต้องคำสาปทางสายเลือดนั้นจะมีจุดจบเช่นไร เธอรู้ดีว่าที่สุดแล้วสักวันหนึ่งเธอจะกลายเป็นงูร้ายอย่างถาวร และเธอปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป อยากคงอยู่ในสถานะของมนุษย์เหมือนผู้คนปกติทั่วไป นั่นเป็นเหตุผลที่ดูเหมือนจะสนับสนุนให้เธอเคียงข้างนิวท์ เพราะหวังว่าเขาจะช่วยชีวิตเธอให้รอดพ้นจากคำสาปที่ตกทอดทางสายเลือดของเธอได้

ขณะที่ครีเดนซ์ดูเหมือนจะต้องการใช้ความชั่วร้ายหรือพลังออบสคูรัสที่มีอยู่ในตัวเองทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับเธอ
แต่ก็ยังไม่ยืนยันว่าท้ายที่สุดแล้วทั้งคู่จะมีชะตาชีวิตจบลงที่ตรงไหน

 

ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลอร์ดโวลเดอมอร์

“ฉันคิดว่าถ้าเขาจะรักใคร่อะไรได้ บางทีก็คงเป็นงูตัวนั้นนั่นแหละ ที่แน่ๆ เขาชอบเก็บนากินีไว้ใกล้ตัว และดูเหมือนเขาจะมีอำนาจควบคุมมันได้มากผิดปกติ แม้แต่เมื่อเทียบกับพวกที่พูดภาษาพาร์เซล”
– อัลบัส ดัมเบิลดอร์ (แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม บ.23 น.528)

การเริ่มต้นความสัมพันธ์ของโวลเดอมอร์กับนากินีนั้นยังคงเป็นปริศนา ไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้แน่ชัดว่าเขาพบกับนากินีเมื่อไหร่ ก่อนเขาสิ้นสุดอำนาจในปี 1981? หรือช่วงที่โวลเดอมอร์ไร้ร่างเร่ร่อนไปมา? หรือระหว่างที่เขาหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าแอลเบเนียปี 1994? แน่นอนว่าป่าเปลี่ยวในแอลเบเนียเป็นที่หลบภัยชั้นเยี่ยม โวลเดอมอร์ใช้เป็นที่ซ่อนตัวนานถึงสิบปี นับแต่ปี 1981-1991 (เครื่องรางยมทูต บ.31 น.568)

สิ่งเดียวที่เรารู้คือ โวลเดอมอร์อยู่กับนากินีอยู่แล้วตอนที่เขาตัดสินใจสังหารเบอร์ธา จอร์กิ้นส์ แล้วทำให้นากินีกลายเป็นฮอร์ครักซ์ชิ้นสุดท้าย ในช่วงหน้าร้อนประมาณเดือนกรกฎาคมปี 1994 ที่แอลเบเนีย (อ้างอิง Bloomsbury Live Chat)

มิถุนายน 1992 หลังการตายของศาสตราจารย์ควีเรลล์และล้มเหลวในการเป็นเจ้าของศิลาอาถรรพ์ โวลเดอมอร์ที่เป็นเพียงควันที่ไร้ร่างได้กลับไปหลบซ่อนในแอลเบเนียอีกครั้ง และหลบซ่อนอยู่ที่นั่นจนถึงหน้าร้อนในปี 1994 โวลเดอมอร์ที่ไร้ร่างกายเป็นเพียงเงามืดอาศัยการสิงสู่ในสัตว์เพื่ออยู่รอดในป่าลึกของแอลเบเนียเพื่อประทังชีวิต เขามักเลือกสิงสู่ในร่างของงู แต่ก็มีการสิงสู่ในสัตว์อื่นๆ เช่น หนู ด้วย แต่ทุกครั้งที่เขาสิงสู่ในสัตว์ พวกมันจะมีอายุขัยที่น้อยลงอย่างรวดเร็วด้วย (ถ้วยอัคนี บ.33 น.739 และ 740)

หลังจากที่หางหนอนหลบหนีการจับกุมที่ฮอกวอตส์ไปในช่วงต้นปี 1994 ผู้เสพความตายคนนี้ก็ออกตามหาโวลเดอมอร์ที่ซ่อนตัวอยู่ในแอลเบเนียจนพบ ผ่านข่าวลือและจากพวกหนูด้วยกัน ทั้งยังนำเบอร์ธา จอร์กิ้นส์และข้อมูลน่าประทับใจเรื่องการประลองเวทไตรภาคีจากเธอมามอบให้แก่โวลเดอมอร์ หางหนอนยังเป็นคนที่ปรุงยาชุบร่างของโวลเดอมอร์จากเงาที่สิงสู่ร่างสัตว์ไปมาจนกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายทารกน่าเกลียดได้สำเร็จ ในส่วนนี้ไม่ระบุส่วนผสมปรุงยาที่แน่ชัดว่าใช้พิษนากินีร่วมกับเลือดยูนิคอร์นเหมือนที่ใช้ดื่มกินเพื่อประทังชีวิตด้วยหรือไม่ หากใช้พิษนากินีด้วยแต่แรกก็เป็นไปได้ว่าโวลเดอมอร์อาศัยอยู่กับนากินีมาสักพักหรือนานกว่านั้นมากแล้ว เพราะโวลเดอมอร์เคยอาศัยอยู่ที่แอลเบเนีย จนพบกับศาสตราจารย์ควีเรลล์และครอบงำเขาจนเดินทางกลับมายังฮอกวอตส์ได้ในปี 1991 แต่เพราะความล้มเหลวจึงทิ้งควีเรลล์ให้ตายแล้วหนีกลับมาหลบซ่อนที่ป่าลึกในแอลเบเนียนี้อีกครั้ง ในเดือนมิถุนายนปี 1992 (ถ้วยอัคนี บ.33 น.739)

ในเดือนสิงหาคม ปี 1994 หนึ่งสัปดาห์ที่โวลเดอมอร์อาศัยอยู่ที่บ้านของครอบครัวริดเดิ้ล ในหมู่บ้านลิตเติ้ลแฮงเกิลตัน กับปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ หรือหางหนอน โวลเดอมอร์ต้องอาศัยพิษจากนากินีเป็นอาหารเสริมสร้างกำลังให้แก่ร่างที่เหมือนเด็กกำลังคู้ตัว ไม่มีเส้นผม มีแต่สะเก็ดสีแดงช้ำ แขนขาผอมแห้งและอ่อนปวกเปียก ใบหน้าที่ผอมหลิมและมีลักษณะเหมือนงูดวงตาสีแดงวาวโรจน์ (ถ้วยอัคนี บ.32 น.724, บ.33 น.742) เขาไม่สามารถเดินเหินหรือช่วยเหลือตัวเองได้เหมือนตอนมีร่างกายสมบูรณ์แบบมนุษย์ จึงต้องพึ่งพาหางหนอนคอยดูแล และคอยรีดพิษนากินีมาให้เป็นอาหารทุกสองสามชั่วโมง (ถ้วยอัคนี บ.1 น.22) และนากินียังเตือนแก่โวลเดอมอร์ว่ามีตาแก่มักเกิ้ลนามว่า แฟรงก์ ไบรส์ ซึ่งเป็นคนสวนของบ้านริดเดิ้ล แอบฟังการสนทนาของเขากับหางหนอน เรื่องที่วางแผนจะจัดการแฮร์รี่อยู่ด้านนอกห้องอีกด้วย แน่นอน แฟรงก์ ไบรส์ เสียชีวิตลงในค่ำนั้นของคืนวันที่ 16 สิงหาคม 1994

“เจ้าต้องรีดพิษเธอก่อนเข้านอน หางหนอน คืนนี้ข้าต้องกินอีก การเดินทางทำให้ข้าเสียแรงไปมาก”
– แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี บ.1 น.20

“ข้าไม่ได้แข็งแรงขึ้น หากข้าต้องอยู่ตัวคนเดียวเพียงอีกสองสามวัน ข้าก็มีหวังต้องสูญเสียพละกำลังอันน้อยนิดที่ข้าเพิ่งได้คืนมาจากการฟูกฟักเงอะๆ งะๆ ของเจ้า หุบปากนะ!”
– โวลเดอมอร์ (แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี บ.1 น.23)

24 มิถุนายน 1995 น้ำยาที่ปรุงจากเลือดยูนิคอร์นและพิษของนากินี (คาดเดาว่าใช้ประทังโวลเดอมอร์มาตลอด แต่ข้อมูลในส่วนนี้ก็คลุมเครือ ไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน) ถูกนำมาใช้ร่วมกับส่วนผสมทรงพลังอื่นอีกสามอย่าง คือ เนื้อที่ทาสรับใช้มอบให้ กระดูกของพ่อ และเลือดของศัตรู ร่วมกับมนตร์ดำเก่าแก่บทหนึ่ง ในการคืนชีพโวลเดอมอร์ที่สุสานของหมู่บ้านลิตเติ้ลแฮงเกิลตัน และหางหนอนสามารถชุบชีวิตโวลเดอมอร์คืนมาได้สำเร็จ เขาตั้งใจจะให้ค่ำคืนนั้นนากินีได้กินแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นอาหารด้วย แต่ทุกอย่างกลับผิดพลาด เพราะแฮร์รี่รอดพ้นเงื้อมมือของเขาไปได้อีกครั้ง

ในช่วงธันวาคม 1995 (ก่อนคริสต์มาส) ด้วยความเชื่อมโยงผ่านฮอร์ครักซ์ในตัวแฮร์รี่ พอตเตอร์ และนากินี ทำให้เขามองเห็นตัวเองผ่านสายตาของงูกำลังฉกทำร้าย อาเธอร์ วีสลีย์ ที่บริเวณด้านนอกของประตูกองปริศนา ระหว่างที่เขาปฏิบัติหน้าที่ให้กับภาคีนกฟีนิกซ์ (ภาคีนกฟีนิกซ์ บ.21 น.562) โวลเดอมอร์ตั้งใจส่งนากินีไปยังกองปริศนาเพื่อสำรวจด้านใน แต่ถูกขัดขวางเพราะเจออาเธอร์หลบซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหนหน้าประตูทางเข้ากองปริศนาเสียก่อน (ภาคีนกฟีนิกซ์ บ.22 น.595)

“ดูเหมือนจะมีพิษไม่ปกติอยู่ในเขี้ยวงูนั่นที่ทำให้แผลเปิดอยู่ตลอด แต่พวกเขาแน่ใจว่าจะหายาแก้พิษได้หรอก เขาว่าเคยเจอที่ร้ายกว่าของพ่ออีก ตอนนี้พ่อก็เลยต้องได้รับน้ำยาเพิ่มเลือดทุกชั่วโมง”
– อาเธอร์ วีสลีย์ (ภาคีนกฟีนิกซ์ บ.22 น.592)

ปี 1997 หลังการกลับมาเรืองอำนาจของโวลเดอมอร์ นากินียังคงเป็นงูที่อยู่ใกล้ชิดกับโวลเดอมอร์ ในระหว่างการประชุมแผนจับกุมตัวแฮร์รี่ พอตเตอร์ ของผู้เสพความตายและโวลเดอมอร์ที่คฤหาสน์มัลฟอย โวลเดอมอร์ได้ใช้คำสาปพิฆาตเพื่อปลิดชีพศาสตราจารย์แชริตี้ เบอร์เบจ ผู้สอนวิชามักเกิ้ลศึกษาที่ฮอกวอตส์ เพื่อนศาสตราจารย์ของเซเวอร์รัส สเนป ในเย็นวันนั้น และให้ร่างของเธอเป็นอาหารเย็นแก่นากินี (เครื่องรางยมทูต บ.1 น.23)

ในวันที่ 1 สิงหาคม 1997 โวลเดอมอร์เดือดดาลด้วยโทสะเมื่อทอร์ฟิน โรลว์ เรียกเขากลับมาดูความล้มเหลวของตัวเอง เพราะโรลว์กับโดโลฮอฟเจอแฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ที่คาเฟ่มักเกิ้ลแห่งหนึ่งบนถนนท็อตนัมคอร์ตของลอนดอน หลังเฮอร์ไมโอนี่เอ่ยชื่อ “โวลเดอมอร์” โดยไม่ทันได้ล่วงรู้ว่าเป็นคำต้องห้ามที่ทำให้ผู้เสพความตายเจอตัวพวกเขา แต่สุดท้ายสองผู้เสพความตายดันเอาตัวเขามาให้จอมมารไม่ได้ โวลเดอมอร์จึงสั่งให้เดรโกทรมานโรลว์ และเกือบฆ่าโรลว์เพื่อให้เป็นอาหารนากินี (เครื่องรางยมทูต บ.9 น.167)

เพราะคาดเดาว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์ จะต้องกลับไปยังหมู่บ้านก็อดดริกส์โฮลโล่ บ้านเกิดของเขา โวลเดอมอร์จึงไปถึงที่นั่นก่อน แล้วลงมือสังหารบาธิลดา แบ็กช็อต แม่มดผู้เขียนหนังสือประวัติศาสตร์เวทมนตร์ที่เป็นทั้งเพื่อนบ้านแสนสนิทของดัมเบิลดอร์และพอตเตอร์ แล้วทิ้งนากินีไว้เพื่อรอการมาถึงของแฮร์รี่ ดูเหมือนโวลเดอมอร์จะวางแผนไว้อย่างดิบดี เขาทำให้นากินีมีร่างเป็นหญิงชราที่แฮร์รี่จะเข้าใจว่าเป็นบาธิลดา แบ็กช็อต

ร่างหญิงชราพาแฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ (ในหนังสือทั้งคู่ใช้น้ำยาสรรพรสแปลงเป็นชายวัยกลางคนหัวล้านและภรรยาร่างเล็ก) มายังบ้านของแบ็กช็อต แล้วพยายามแยกแฮร์รี่ออกจากเฮอร์ไมโอนี่ ล็อกเกตของสลิธีรินที่เป็นฮอร์ครักซ์ซึ่งแฮร์รี่คล้องคอติดตัวมาด้วยสามารถรับรู้ถึงเสี้ยววิญญาณที่เกี่ยวโยงกันกับตัวของหญิงชราแต่สื่อสารกันไม่ได้ แฮร์รี่ไม่ทันเอะใจในส่วนนี้ว่าถูกต้อนให้มาติดกับดัก ทันทีที่ร่างหญิงชราถามเขาว่า “เธอคือพอตเตอร์ใช่ไหม” เป็นภาษาพาร์เซล ประโยคเดียวที่มันพูดกับเขา (โดยที่แฮร์รี่ไม่ทันเอะใจอีกครั้ง) นั่นคือการส่งสัญญาณให้โวลเดอมอร์มายังบ้านของบาธิลดา เพราะแฮร์รี่ได้มาถึงแล้ว โวลเดอมอร์สั่งให้นากินีจับตัวแฮร์รี่ไว้ เธอหลอกล่อเบนความสนใจแฮร์รี่ไปชั่วขณะ แล้วร่างของหญิงชราก็ค่อยๆ ยุบลง แล้วนากินีก็เลื้อยออกมาจากบริเวณที่เคยเป็นคอของเธอ (เครื่องรางยมทูต บ.17 น.314) นากินีพยายามฉกและรัดแฮร์รี่จนไร้หนทางสู้แล้ว แต่เฮอร์ไมโอนี่ก็มาช่วยไว้ได้ทัน และหายตัวหลบหนีจากโวลเดอมอร์และนากินีมาได้อย่างฉิวเฉียด (เครื่องรางยมทูต บ.17 น.316)

หลังจากที่โวลเดอมอร์รู้ว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์ ล่วงรู้ความลับเรื่องฮอร์ครักซ์ของตนเอง โวลเดอมอร์ก็ไปตรวจทุกที่ที่ซ่อนฮอร์ครักซ์ไว้ และเมื่อเหลือฮอร์ครักซ์ที่เป็นวัตถุอันสุดท้ายที่ฮอกวอตส์ นั่นก็คือรัดเกล้าของเรเวนคลอ เขาก็ตัดสินใจไปที่ฮอกวอตส์พร้อมประกาศการรบ ระหว่างที่เขารอคอยให้แฮร์รี่มามอบตัวที่เพิงโหยหวนเพื่อจะได้ยุติการต่อสู้และไม่มีใครต้องตายอีก เขาก็ตัดสินใจเสกคาถาเพื่อปกป้องนากินีและไม่ปล่อยให้ห่างตัวอีกเลย (เครื่องรางยมทูต บ.32 น.590)

“นี่เป็นทางเดียว นากินี”

โวลเดอมอร์เสกร่ายคาถาเพื่อคุ้มภัยให้นากินี งูใหญ่ตัวหนาถูกแขวนลอยอยู่กลางอากาศ มันบิดตัวอย่างสง่างามในบริเวณคุ้มครองที่เขาเสกด้วยเวทมนตร์ เป็นลูกกลมโปร่งใสที่ส่องประกายดุจแสงดาว คล้ายกรงหรือตู้กระจกที่แวววาว (เครื่องรางยมทูต บ.32 น.590) ซึ่งดัมเบิลดอร์รู้ดีว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งโวลเดอมอร์จะทำเช่นนี้ (เครื่องรางยมทูต บ.33 น.630)

เมื่อเซเวอร์รัส สเนปมาพบกับโวลเดอมอร์ที่เพิงโหยหวน (ในภาพยนตร์เป็นโรงเรือของฮอกวอตส์) โวลเดอมอร์ก็ตัดสินใจสังหารสเนปเพราะคิดว่าการตายของสเนปจะทำให้เขาเป็นนายแห่งไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์อย่างแท้จริง แน่นอนว่านั่นเป็นความเข้าใจผิด เพราะไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ไม่เคยเป็นของสเนปเลย เพื่อไม่ให้แผนผิดพลาดโวลเดอมอร์จึงเคลื่อนลูกกลมเสกที่มีนากินีอยู่ด้านในมาครอบสเนปและให้นากินีลงมือฉกสังหารสเนป

เขาไม่ได้ใช้คาถาเพื่อปาดคอสเนปแล้วให้นากินีฉกแบบในภาพยนตร์ แต่เขาสั่งให้ลูกกลมเสกที่ปกป้องนากินีอยู่ด้านในเลื่อนมาครอบขังสเนปเข้าไปตั้งแต่ศีรษะจนถึงบ่า แล้วโวลเดอมอร์ก็สั่งเป็นภาษาพาร์เซลให้นากินีจัดการฆ่าสเนป

“ขณะที่เขี้ยวงูแทงทะลุคอ ขณะที่เขาไม่อาจผลักกรงมนตราออกไปจากตัวได้ ขณะที่หัวเข่าของเขาทรุดลง และเขาล้มลงไปบนพื้นห้อง”
– แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต บ.32 น.603

หลังการเฉลิมฉลองบนความเข้าใจผิดที่คิดว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์ตาย ดูเหมือนโวลเดอมอร์จะละเลยความปลอดภัยต่อนากินีเสียแล้ว เมื่อโวลเดอมอร์เล่นงานเนวิลล์ ลองบัตท่อม จนหลงลืมการรักษาความปลอดภัยให้นากินี เมื่อห่าธนูจากเซ็นทอร์จู่โจมเข้าใส่กลุ่มผู้เสพความตายจนเบนสายตาทุกคนไป เนวิลล์ที่รอดพ้นจากการถูกเล่นงานก็ดึงเอาดาบของกริฟฟินดอร์ออกจากหมวกคัดสรรที่ยับเยิน และฟันลงไปบนนากินีจนหัวงูขาดกระเด็นในฉับเดียว

นากินี เสียชีวิตในวันที่ 2 พฤษภาคม 1998

 

นิรุกติศาสตร์หรือประวัติของคำ

เจ.เค.โรว์ลิ่ง ระบุว่า “นาคาเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายงูในตำนานของอินโดนีเซีย เป็นที่มาของชื่อ นากินี บางทีมันถูกบรรยายว่ามีปีกด้วย หรือบางทีก็กล่าวถึงในลักษณะครึ่งคนครึ่งงู” (อ้างอิง J.K.Rowling)

คำว่า นากินี (Nagini) เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษาสันสกฤต ของคำว่า นาค (Nag) หรือ นาคา (Naga) ที่แปลว่างู บางครั้งคำว่า Naga ก็หมายถึงงูใหญ่ด้วย และนาคินี (Nagini) หมายถึง งูตัวเมีย สำหรับบ้านเรา จะคุ้นเคยกันว่านาคคืองูที่จำแลงกายมาขอบวชในทางพุทธศาสนา หรือพญานาค (King of Nagas หรือ King of Serpents) ที่เป็นงูใหญ่ ปกครองบรรดางูทั่วไปลงมาอีกที

ในบางตำนานยังกล่าวกันว่า นากินี คือ สิ่งมีชีวิตครึ่งผู้หญิงครึ่งงูด้วย ซึ่งค้นพบในตำนานของอินเดีย และแพร่หลายในดินแดนตะวันออก

 

ความเข้าใจเกี่ยวกับ Milk

ภาพ Concept Art โดย Paul Catling ที่ไม่ได้นำมาใช้จริงในภาพยนตร์

“You will milk her before we retire (เจ้าต้องรีดพิษเธอก่อนเข้านอน)” และ “Who is to milk Nagini? (ใครจะรีดพิษนากินี?)”

เป็นที่เข้าใจอย่างหลากหลายในคำว่า Milk ซึ่งโดยทั่วไปหมายความถึง นม น้ำนม หรือรีดนม ทว่า Milk ที่ใช้กับสิ่งมีชีวิตอย่างงู หรือแมงมุม มีความหมายถึงการรีดพิษ ไม่ใช่การรีดนมจากงูอย่างที่แฟนคลับทั้งไทยและต่างประเทศบางส่วนเข้าใจแต่อย่างใด ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริงมีคนที่ประกอบอาชีพเป็นนักรีดพิษ หรือ Snake Milker อยู่ด้วย

ที่สุดแล้ว milk ในแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่เชื่อมโยงกับนากินี เจ.เค.โรว์ลิ่ง จะตั้งใจนำเสนอทักษะทางภาษาและความรู้ที่เธอมีเกี่ยวกับงูมาใช้ หรือทำให้นากินีกลายเป็นงูที่พิเศษกว่างูทั่วไปด้วยการมีเต้านมเหมือนในงาน Concept Art ของทางการที่วาดและออกแบบโดย Paul Catling ซึ่งไม่ถูกนำมาใช้งานจริง ต้องอธิบายก่อนว่างานออกแบบที่ไม่ได้ถูกใช้จริงมีแนวโน้มที่จะไม่ถูกต้องหรือไม่ผ่านการคัดเลือกให้นำมาใช้จึงต้องตัดมันออกไป และไม่สามารถนำมายืนยันความถูกต้องได้ เพราะงาน Concept Art ไม่ได้ผ่านการตรวจหรือยอมรับจากเจ.เค.ในทุกชิ้นงาน ก็คงต้องให้ เจ.เค.โรว์ลิ่งเป็นผู้เฉลย แต่หากโดยส่วนตัวของผู้เขียนแล้ว คิดว่าเป็นการตั้งใจใช้คำอย่างมีทักษะความรู้ที่หมายถึง รีดพิษ มากกว่าจะหมายถึง รีดนม แม้นากินีจะเคยมีร่างเดิมเป็นมนุษย์มาก่อนก็ตาม

(อ้างอิง Snake Milker Jobs, ReptilePark และ Pottermore)

 

เบื้องหลัง

  • ในภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ ผู้ออกแบบคาแรคเตอร์ของนากินี ออกแบบด้วยส่วนผสมทางกายภาพของงูหลาม (Burmese Python) หนึ่งในหกสายพันธุ์งูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กับอนาคอนดา (Anaconda) และให้ความยาวตั้งแต่จมูกจนถึงปลายหางมีความยาวอยู่ที่ 20 ฟุต ซึ่งยาวกว่าที่ระบุในหนังสือ (ระบุไว้ว่าอย่างน้อย 12 ฟุต) นอกจากนี้ยังให้แววตาของนากินีดูเหมือนแววตาของงูพิษ (Viper) และมีการเคลื่อนไหวแบบงูเห่า (Cobra) (อ้างอิง Harry Potter: Page to Screen น.474 และ Harry Potter: A Pop-up Book)
  • ในภาพยนตร์ สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ (Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald) นากินีในร่างมนุษย์ รับบทโดย Claudia Kim
  • เจ.เค.โรว์ลิ่งบอกว่า ความลับเรื่องที่นากินีเคยเป็นมนุษย์มาก่อน เธอเก็บมาไว้นาน 20 ปี (อ้างอิง J.K.Rowling)

 

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม

  • แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี บทที่ 29 หน้า 652-3 ระหว่างเรียนวิชาพยากรณ์ศาสตร์ช่วงบ่ายอยู่นั้น จู่ๆ แฮร์รี่ก็เห็นภาพในความฝัน เป็นภาพของหางหนอน อยู่กับโวลเดอมอร์และนากินี หางหนอนทำบางอย่างผิดพลาด และเกือบตายกลายเป็นอาหารของนากินี แต่โชคดีที่ความผิดพลาดนั้นไม่ได้ทำให้แผนการล้มเหลว เพราะสุดท้ายใครคนหนึ่งก็ตายอย่างที่วางไว้
  • แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี บทที่ 30 แฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่าที่ฝันเห็นโวลเดอมอร์ นากินี และหางหนอนในฝันตอนคาบเรียนพยากรณ์ให้ดัมเบิลดอร์ฟัง
  • แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับภาคีนกฟีนิกซ์ บทที่ 21 หน้า 562 ปรากฎตัวในภาพนิมิตของแฮร์รี่ที่มองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านตาของนากินี กำลังฉกทำร้ายอาเธอร์ วีสลีย์
  • แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับภาคีนกฟีนิกซ์ บทที่ 22 เป็นการเอ่ยถึงและเล่าเรื่องราวในสิ่งที่แฮร์รี่เห็นผ่านสายตาของนากินี และพบว่าพิษของนากินีทำให้บาดแผลไม่ยอมสมานกัน
  • แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับภาคีนกฟีนิกซ์ บทที่ 22 พูดถึงนากินีกับการที่แฮร์รี่มองเห็นผ่านตางู
  • แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม บทที่ 23 ดัมเบิลดอร์คาดเดาไว้แล้วว่าพฤติกรรมของนากินีนั้นมีแนวโน้มที่อาจจะเป็นฮอร์ครักซ์ชิ้นที่ 6 ชิ้นสุดท้ายก่อนที่เขาจะสิ้นอำนาจหลังจากฆ่าแฮร์รี่ไม่สำเร็จในปี 1981 และยังบอกอีกว่า นากินีอาจเป็นอย่างเดียวที่เขารักใคร่
  • แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต บทที่ 1 นากินีในคฤหาสน์มัลฟอย กับการกินแชริตี้ เบอร์เบจ เป็นอาหารเย็น
  • แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต บทที่ 17 นากินีในร่างหญิงชราที่ถูกเข้าใจว่าเป็นบาธิลดา แบ็กช็อต
  • แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต บทที่ 32 การตายของนากินี

Show Comments

No Responses Yet

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.