การที่เนวิลล์อาจเป็นเด็กชายอีกคนที่คำทำนายกล่าวถึง มีนัยสำคัญอย่างไรบ้าง?

บทความนี้เป็นเนื้อหาจากเว็บไซต์ทางการเวอร์ชั่นเก่าของเจ.เค.โรว์ลิ่ง ปัจจุบันเนื้อหาส่วนนี้ไม่มีอยู่ในเว็บไซต์ปัจจุบันแล้ว


ในที่สุดฉันก็ได้ตอบคำถามที่มาจากการสำรวจแล้ว! ขอโทษนะคะที่ต้องรออยู่นาน แต่ขอเริ่มจากการบอกว่าฉันดีใจมากแค่ไหนที่คำถามนี้เป็นคำถามที่ได้รับการโหวตมากที่สุด เพราะนี่เป็นคำถามที่ฉันอยากจะตอบที่สุดเลย  พวกคุณบางคนอาจจะไม่ชอบสิ่งที่ฉันจะพูดต่อจากนี้แต่ฉันจะชี้แจงประเด็นนั้นหลังจากตอบจบนะคะ!

สรุปเลยก็คือเนวิลล์เกิดในวันที่ 30 กรกฎาคม หนึ่งวันก่อนที่แฮร์รี่จะเกิด ดังนั้นเขาก็เป็นอีกคนที่เกิด “ในเดือนที่เจ็ดวางวาย” พ่อแม่ของเขาก็เป็นมือปราบมารที่มีชื่อเสียงทั้งคู่และเคย “ท้าทายโวลเดอมอร์ถึงสามหน” เหมือนกับลิลี่และเจมส์ ดังนั้นโวลเดอมอร์จึงมีเด็กสองคนเป็นตัวเลือกที่คำทำนายอาจจะกล่าวถึง อย่างไรก็ดีเขายังไม่รู้ว่าผลของการจู่โจมพวกเขาจะเป็นอย่างไร เพราะเขาไม่ได้ยินคำทำนายทั้งหมด  อย่างที่ดัมเบิลดอร์บอกว่า

“เขา (คนที่ดักฟัง) ได้ยินแค่ตอนต้น ตอนที่ทำนายการเกิดของเด็กผู้ชายในเดือนกรกฎาคม กับพ่อแม่ที่เคยท้าทายโวลเดอมอร์มาแล้วสามหน  ด้วยเหตุนี้เองเขาถึงไม่สามารถเตือนเจ้านายของเขาได้ว่าการบุกโจมตีเธออาจจะเสี่ยงต่อการส่งถ่ายอำนาจไปให้เธอ”

– อัลบัส ดัมเบิลดอร์ (แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับภาคีนกฟีนิกซ์ บ.36)

ตามความเป็นจริงแล้ว คำพยากรณ์ได้มอบผู้ท้าชิงที่อาจจะกลายมาเป็นศัตรูให้โวลเดอมอร์สองคน การที่เขาเลือกว่าจะฆ่าเด็กคนหนึ่ง เขาก็กำลังเลือกว่าเด็กคนนั้นจะถูกแต่งตั้งเป็นคนที่ถูกเลือกด้วย (โดยไม่รู้ตัว)  และมอบอาวุธที่ผู้วิเศษคนอื่น ๆ ไม่มีในครอบครอง คือแผลเป็นและความสามารถพิเศษที่มันได้มอบให้ นั่นก็คือ หน้าต่างวิเศษที่สามารถส่องเข้าไปในจิตใจของโวลเดอมอร์ได้

แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น หากโวลเดอมอร์ตัดสินใจว่าเลือดบริสุทธิ์นั้นเป็นภัยอันตรายกับเขามากกว่าเลือดผสม  อะไรจะเกิดขึ้นหากเขาเลือกจะโจมตีเนวิลล์แทน  นี่คือสิ่งที่แฮร์รี่สงสัยในช่วง “เจ้าชายเลือดผสม” และสรุปได้อย่างถูกต้องว่าคำตอบนั้นขึ้นอยู่กับว่าหนึ่งในพ่อแม่ของเนวิลล์จะสามารถหรือเตรียมพร้อมที่จะตายเพื่อลูกชายของพวกเขาอย่างที่ลิลี่ตายเพื่อแฮร์รี่หรือไม่ หากพวกเขาไม่ทำ เนวิลล์ก็จะโดนฆ่าโดยทันที  แต่ถ้าแฟรงก์หรืออลิซเอาตัวไปขวางเนวิลล์ไว้ ถ้าเป็นแบบนั้นคำสาปพิฆาตก็จะสะท้อนกลับเช่นเดียวกับกรณีของแฮร์รี่และเนวิลล์ก็จะเป็นคนที่รอดชีวิตมาพร้อมกับรอยแผลเป็นรูปสายฟ้า  แล้วมันจะมีความหมายว่าอย่างไรน่ะหรือ? การที่เนวิลล์ต้องทนอยู่กับรอยแผลเป็นรูปสายฟ้านี้จะทำให้เขาประสบความสำเร็จในการหลบหนีโวลเดอมอร์มาได้อย่างที่แฮร์รี่ทำได้ไหม แล้วเนวิลล์จะมีคุณสมบัติที่ทำให้เขายังคงเข้มแข็งและมีสติ เพื่อก้าวผ่านอุปสรรคมากมายได้แบบแฮร์รี่ไหม ถึงดัมเบิลดอร์จะไม่ได้พูดอะไรมาก แต่เขาก็ไม่เชื่อว่ามันจะเป็นแบบนั้น  เขาเชื่อว่าโวลเดอมอร์ได้เลือกเด็กชายที่ดูจะโค่นล้มเขาได้เข้าแล้วจริง ๆ  เพราะการที่แฮร์รี่รอดชีวิตมาได้นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับแผลเป็นของเขาเพียงอย่างเดียว

แล้วจะเหลืออะไรไว้ให้เนวิลล์ เด็กชายที่เกือบจะกลายเป็นราชาบ้าง?  มันไม่ได้ให้พลังที่ซ่อนเร้นหรือชะตากรรมอันน่าฉงนกับเขาหรอก เขายังคงเป็นเด็กชายผู้วิเศษธรรมดา ๆ  ทว่าก็เป็นคนที่มีอดีตที่น่าเศร้าพอ ๆ กับแฮร์รี่ อย่างที่คุณได้เห็นใน “ภาคีนกฟีนิกซ์”  แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าเนวิลล์จะไม่มีจุดแข็งที่ซ่อนเร้นไว้  มันยังคงเป็นปริศนาว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร หากพบว่าเขาเคยเข้าใกล้กับการได้เป็นเด็กชายผู้ถูกเลือก

พวกคุณบางคนที่เชื่อว่าคำพยากรณ์นั้นกล่าวถึงเนวิลล์ ว่าจะมีโชคชะตาที่เกี่ยวพันกับแฮร์รี่ด้วยเรื่องพิศวงบางอย่าง อาจจะพบว่าคำตอบของฉันมันน่าเบื่อ แต่ฉันก็เขียนอะไรที่ฉันคิดว่าเป็นนัยสำคัญเกี่ยวกับแฮร์รี่กับโวลเดอมอร์และเกี่ยวกับคำพยากรณ์ ด้วยการแสดงให้เห็นว่าเนวิลล์ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกเช่นกันถ้าไม่มีเด็กชายคนไหนที่ “ถูกกำหนดไว้” ก่อนที่โวลเดอมอร์จะโจมตีและกลายมาเป็นผู้ที่อาจจะเอาชนะเขาได้  นั่นก็หมายถึงว่า คำพยากรณ์ (เช่นเดียวกับที่แม่มดได้ทำนายไว้ให้แม็กเบธหากใครได้อ่านบทละครในชื่อนี้) ก็เป็นเพียงแรงกระตุ้นให้เกิดสถานการณ์ที่จะไม่เกิดขึ้นเลยหากไม่ถูกทำให้เกิด แฮร์รี่ถูกผลักให้มาอยู่ในตำแหน่งอันน่ากลัวที่เขาอาจไม่เคยต้องการเลย  ในขณะที่เนวิลล์เองก็ยังคงเป็น ‘คนที่อาจจะเป็น’ อันเย้ายวน โชคชะตาคือชื่อที่เรามักใช้เรียกเมื่อหวนคิดถึงทางเลือกที่ตามมาด้วยผลลัพธ์อันน่าทึ่ง

แน่นอนสิ่งเหล่านี้ไม่ควรจะถูกเอาไปตีความว่าเนวิลล์จะไม่ได้มีบทบาทสำคัญในหนังสือสองเล่มสุดท้าย หรือในการต่อสู้กับโวลเดอมอร์  ส่วนคำพยากรณ์เองนั้นก็ยังคงคลุมเครือไม่เพียงแต่กับผู้อ่านแต่กับตัวละครของฉันเองด้วย คำทำนาย (ลองคิดถึงนอสตราเดมัสดูสิ!) มักจะตีความได้มากมายซึ่งนั่นก็เป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของมัน


What is the significance of Neville being the other boy to whom the prophecy might have referred?

Finally, I am answering the poll question! I am sorry it has taken so long, but let me start by saying how glad I am that this was the question that received the most votes, because this was the one that I most wanted to answer. Some of you might not like what I am going to say – but I’ll address that issue at the end of my response!

To recap: Neville was born on the 30th of July, the day before Harry, so he too was born ‘as the seventh month dies’. His parents, who were both famous Aurors, had ‘thrice defied’ Voldemort, just as Lily and James had. Voldemort was therefore presented with the choice of two baby boys to whom the prophecy might apply. However, he did not entirely realise what the implications of attacking them might be, because he had not heard the entire prophecy. As Dumbledore says:

‘He [the eavesdropper] only heard the beginning, the part foretelling the birth of a boy in July to parents who had thrice defied Voldemort. Consequently, he could not warn his master that to attack you would be to risk transferring power to you.’

In effect, the prophecy gave Voldemort the choice of two candidates for his possible nemesis. In choosing which boy to murder, he was also (without realising it) choosing which boy to anoint as the Chosen One – to give him tools no other wizard possessed – the scar and the ability it conferred, a magical window into Voldemort’s mind. 

So what would have happened if Voldemort had decided that the pure-blood, not the half-blood, was the bigger threat? What would have happened if he had attacked Neville instead? Harry wonders this during the course of ‘Half-Blood Prince’ and concludes, rightly, that the answer hinges on whether or not one of Neville’s parents would have been able, or prepared, to die for their son in the way that Lily died for Harry. If they hadn’t, Neville would have been killed outright. Had Frank or Alice thrown themselves in front of Neville, however, the killing curse would have rebounded just as it did in Harry’s case, and Neville would have been the one who survived with the lightning scar. What would this have meant? Would a Neville bearing the lightning scar have been as successful at evading Voldemort as Harry has been? Would Neville have had the qualities that have enabled Harry to remain strong and sane throughout all of his many ordeals? Although Dumbledore does not say as much, he does not believe so: he believes Voldemort did indeed choose the boy most likely to be able to topple him, for Harry’s survival has not depended wholly or even mainly upon his scar.

So where does this leave Neville, the boy who was so nearly King? Well, it does not give him either hidden powers or a mysterious destiny. He remains a ‘normal’ wizarding boy, albeit one with a past, in its way, as tragic as Harry’s. As you saw in ‘Order of the Phoenix,’ however, Neville is not without his own latent strengths. It remains to be seen how he will feel if he ever finds out how close he came to being the Chosen One.

Some of you, who have been convinced that the prophecy marked Neville, in some mystical fashion, for a fate intertwined with Harry’s, may find this answer rather dull. Yet I was making what I felt was a significant point about Harry and Voldemort, and about prophecies themselves, in showing Neville as the also-ran. If neither boy was ‘pre-ordained’ before Voldemort’s attack to become his possible vanquisher, then the prophecy (like the one the witches make to Macbeth, if anyone has read the play of the same name) becomes the catalyst for a situation that would never have occurred if it had not been made. Harry is propelled into a terrifying position he might never have sought, while Neville remains the tantalising ‘might-have-been’. Destiny is a name often given in retrospect to choices that had dramatic consequences.

Of course, none of this should be taken to mean that Neville does not have a significant part to play in the last two novels, or the fight against Voldemort. As for the prophecy itself, it remains ambiguous, not only to readers, but to my characters. Prophecies (think of Nostradamus!) are usually open to many different interpretations. That is both their strength and their weakness.


ต้นฉบับภาษาอังกฤษจาก เจ.เค.โรว์ลิ่ง: https://web.archive.org/web/20060316221641/http://www.jkrowling.com/textonly/en/faq_view.cfm?id=84

Show Comments

No Responses Yet

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.