ไม้กวาดบินและไม้กวาดแข่ง (Broomsticks & Broom Races)

“ทุกคนมายืนข้างไม้กวาด มาเร็ว เร็ว ๆ เข้า… ยื่นมือขวาออกมาเหนือไม้กวาด แล้วพูดว่า ‘ลอย!’ “

– โรแลนด้า ฮูช (ศิลาอาถรรพ์ บ.9)

ประวัติของไม้กวาดบิน

เนื้อหาต่อไปนี้คัดลอกส่วนสำคัญมาจากหนังสือ ควิดดิชในยุคต่าง ๆ ซึ่งเขียนโดย เคนนิลเวอร์ที วิสป์ มักเกิ้ลชาวไทยสามารถหาซื้อฉบับภาษาไทยได้จากสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์

ไม้กวาดบินนั้นเป็นพาหนะยอดนิยมของพ่อมดแม่มดทางตะวันตก ขณะที่ทางฟากตะวันออกนิยมการใช้พรมมากกว่า ครอบครัวพ่อมดแม่มดในเกาะบริเตนจะมีไม้กวาดบินประจำบ้านอย่างน้อย 1 อัน

แรกเริ่มเดิมที ไม้กวาดบินนั้นเหมือนไม้กวาดทั่วไปที่พบเห็นได้เป็นปกติในครัวเรือน เป็นของธรรมดาสามัญที่บ้านไหน ๆ ก็มี ไม่ได้มีหน้าตาพิเศษอะไร ด้วยเหตุผลในการปกปิดตัวตนของผู้วิเศษอย่างหนึ่ง เพราะไม้กวาดที่ถูกวางไว้ในบ้านนั้นไม่เป็นที่ผิดสังเกต รวมถึงการเคลื่อนย้ายที่ง่ายและมีราคาที่ไม่แพง

มีหลักฐานที่เป็นภาพวาดของผู้วิเศษสามคนกำลังลงจากไม้กวาด และข้อความภาษาเยอรมันระบุว่าพ่อมดแม่มดในยุโรปใช้ไม้กวาดบินตั้งแต่ ค.ศ. 962 ซึ่งไม้กวาดในยุคแรก ๆ นั้นไม่สะดวกสบายอย่างปัจจุบัน มีการระบุโดย กัทรี ล็อกริน (Guthrie Lochrin) ว่า “ก้นแตกเป็นลายและริดสีดวงกำเริบ” จากการใช้ไม้กวาดบินในระยะทางสั้น ๆ ในสกอตแลนด์ โดยเดินทางจากเมืองมอนโทรสไปอาร์โบรท

ไม้กวาดบินในยุคกลางที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ควิดดิชของกรุงลอนดอนนั้นทำด้วยไม้แอชตะปุ่มตะป่ำ ไม่มีการลงน้ำมัน ด้านปลายมีกิ่งไม้เฮเซลผูกติดไว้ลวก ๆ มันไม่สบายและไม่ลู่ลม ทั้งมีการเสกคาถาพื้น ๆ แค่ให้บินไปข้างหน้าด้วยความเร็วระดับหนึ่ง บินขึ้น บินลง และหยุดได้เท่านั้น

ภาพไม้กวาดบินในยุคกลาง จากพิพิธภัณฑ์ควิดดิชของกรุงลอนดอน
ภาพไม้กวาดบินในยุคกลาง จากพิพิธภัณฑ์ควิดดิชของกรุงลอนดอน

กระทั่งในช่วงศตวรรษที่ 12 พ่อมดได้เรียนรู้ที่จะแลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างคนที่ชำนาญการทำไม้กวาดดี ๆ กับเพื่อนบ้านที่ทำน้ำยาเวทมนตร์ได้เยี่ยม ไม้กวาดจึงนั่งสบายขึ้น และการใช้ไม้กวาดบินเพื่อความบันเทิงจึงเริ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

คาถาสำหรับไม้กวาดบิน

ในยุคกลาง คาถาที่เสกลงในไม้กวาดบินเป็นเพียงคาถาพื้น ๆ ที่ช่วยให้ไม้กวาดสามารถบินไปข้างหน้าได้ด้วยความเร็วระดับหนึ่ง บินขึ้น บินลง และหยุดได้เท่านั้น กระทั่งการแลกเปลี่ยนสินค้าเริ่มต้นในศตวรรษที่ 12 ไม้กวาดบินจึงมีการปรับปรุงให้ใช้งานดีขึ้น สะดวกสบายขึ้น กระทั่งนำไปสู่ไม้กวาดบินเพื่อเกมกีฬา

ไม้กวาดบินโดยทั่วไปจะมีการร่ายคาถาหรือใช้เวทมนตร์เพื่อป้องกันไม้กวาดจากคำสาปหรือคำแช่งส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่เวทมนตร์มืด การชนกันในการแข่งขันไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาแบบที่ไม้กวาดของแฮร์รี่เป็นตอนปีหนึ่ง

“ไม่มีอะไรจะจัดการกับไม้กวาดได้นอกจากเวทมนตร์มืดเท่านั้น–ไม่มีเด็กคนไหนเสกคาถาใส่นิมบัสสองพันได้หรอก”

– แฮกริด (ศิลาอาถรรพ์ บ.11)

ซึ่งการแช่งของควีเรลล์ที่ทำให้ไม้กวาดของแฮร์รี่สูญเสียการควบคุมตอนปีหนึ่งเป็นผลจากเวทมนตร์มืด ที่สเนปพยายามร่ายคาถาต้านคำสาปช่วย (ศิลาอาถรรพ์ บ.17)

เมื่อไม้กวาดบินกลายเป็นอุปกรณ์กีฬา จึงพัฒนาคาถามากมายขึ้นเพื่อช่วยให้ไม้กวาดแข่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นในหลาย ๆ ด้าน ทั้งการทรงตัว การสั่นสะเทือนเมื่อบินสูงขึ้น การควบคุมปรับลดความเร็วและความสูง การสร้างความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่ ฯลฯ

ดูเหมือนไม้กวาดบินจะสามารถเคลื่อนไหวได้เองในบางครั้ง เช่น ตอนที่เนวิลล์ตกจากไม้กวาดตอนปีหนึ่ง ไม้กวาดที่เขาขี่ยังคงบินสูงขึ้นไปโดยปราศจากคนขี่ และลอยเอื่อยไปทางป่าต้องห้าม (ศิลาอาถรรพ์ บ.9) ดูเหมือนจะเป็นผลจากการป้องกันการตกกระแทก เช่นเดียวกับนิมบัสสองพันที่ปลิวไกลไปจนถึงต้นวิลโลว์จอมหวด (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.9)

แฮร์รี่มองว่าไม้กวาดอาจเหมือนม้า บางทีมันคงรู้ว่าคนไหนกำลังกลัว เพราะในคลาสฝึกบินของมาดามฮูช เมื่อเธอให้นักเรียนออกคำสั่งเพื่อเรียกไม้กวาดขึ้นมาหาตนเอง ไม้เหล่านั้นดูเหมือนจะรับรู้ได้ว่าใครมีจิตใจที่เหมาะสำหรับเป็นนักกีฬา (ศิลาอาถรรพ์ บ.9)

มีการประดิษฐ์คาถาเบาะรองนั่งล่องหนเพื่อช่วยให้การนั่งบนไม้กวาดบินเป็นเวลานานไม่ทุกข์ทรมานเหมือนแต่ก่อนในปี ค.ศ.1820 โดยเอลเลียต สเม็ตวิก (Elliot Smethwyk) ทว่าไม้กวาดในศตวรรษที่ 19 ยังทำความเร็วได้ไม่มาก และมักควบคุมยากเมื่อบินในระดับสูง ๆ (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)

ภาพวาดโดย เจ.เค.โรว์ลิ่ง จาก น.ควิดดิชในยุคต่าง ๆ
ภาพวาดโดย เจ.เค.โรว์ลิ่ง จาก น.ควิดดิชในยุคต่าง ๆ

คาถาเบรก คิดค้นโดยแรนดอล์ฟ คีตช์ และแบซิล ฮอร์ตัน สองผู้ก่อตั้งบริษัทผลิตไม้กวาดบินอย่าง คอเมตเทรดดิ้ง ซึ่งจดลิขสิทธิ์ในปี 1929 (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)

คาถาใส่เบรกที่ไม่อาจลบล้าง ระบุไว้ในคำโฆษณาของไม้กวาดไฟร์โบลต์ (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.4)

คาถากันขโมย ซึ่งพูดถึงในคำโฆษณาของไม้กวาดบลูบอตเทิล (ถ้วยอัคนี บ.8)

คาถาควบคุมการสั่นในตัว ซึ่งระบุคุณสมบัติในคลีนสวีป 11 (ภาคีนกฟีนิกซ์ บ.9)

ไม้กวาดบินแต่ละยี่ห้อ

ไม้กวาดแข่ง (Broom Race) นั้นมีความแตกต่างจากไม้กวาดบิน (Broomstick) ทั่วไป ตรงที่มันถูกออกแบบเป็นพิเศษในแง่ของการทำความเร็ว การควบคุมทิศทาง และการสร้างกลไกที่ทำให้เกิดข้อได้เปรียบในเกมการแข่งขันต่าง ๆ โดยเฉพาะในกีฬาควิดดิช ที่นับได้ว่าเปลี่ยนแปลงวงการผลิตไม้กวาดบินไปตลอดกาล

ไม้กวาดบินที่ฮอกวอตส์ใช้สำหรับฝึกบินในคลาสเรียนของนักเรียนปีหนึ่งไม่ระบุรายละเอียดของยี่ห้อแน่ชัด บางอันจะสั่นเมื่อบินสูงไป หรือเฉียงออกซ้ายนิด ๆ บางก้านชี้ออกมาไม่เป็นทิศทาง (ศิลาอาถรรพ์ บ.9) เราทราบว่าไม้กวาดที่แฮร์รี่เคยใช้ฝึกบินตอนไม่มีไม้กวาดในปี 3 เป็นรุ่นชู้ตติ้งสตาร์ (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.12) แต่นั่นไม่ได้ยืนยันว่าไม้กวาดบินของฮอกวอตส์เป็นรุ่นเดียวกันทั้งหมด

ที่อังกฤษพวกเราซื้อหรือสั่งจองไม้กวาดบินที่ร้านอุปกรณ์ควิดดิชชั้นเยี่ยมในตรอกไดแอกอนของลอนดอน นอกจากนั้นยังสามารถสั่งซื้อได้ผ่านทางนิตยสารไม้กวาดรุ่นไหนดี ที่เนื้อหาของนิตยสารจะระบุข้อมูลไม้กวาดบินยี่ห้อต่าง ๆ อย่างละเอียด พร้อมใบสั่งซื้อไม้กวาดด้านหลังหนังสือ (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.10, 13)

ไม้กวาดบินที่มีการเอ่ยถึงประกอบไปด้วย

โอ๊กชาฟต์ 79 (Oakshaft 79)

ไม้กวาดต้นแบบของโอ๊กชาฟต์สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1879 โดยเอเลียส กริมสโตน (Elias Grimstone) ช่างทำไม้กวาดจากเมืองพอร์ตสมัทของอังกฤษ ตัวด้ามทำด้วยไม้โอ๊กหนา บินได้นานและแข็งแรงพอจะต้านกระแสลมแรง ๆ ได้ ไม้กวาดโอ๊กชาฟต์ถือเป็นไม้กวาดโบราณคุณภาพเยี่ยม แต่ไม่ประสบความสำเร็จในเกมควิดดิช เพราะอุ้ยอ้ายในการเลี้ยวโค้งเมื่อต้องเผชิญกับความเร็วที่สูงขึ้น ไม้กวาดบินรุ่นโอ๊กชาฟต์ 79 เป็นที่จดจำเพราะครั้งหนึ่ง โจคุนดา ไซกส์ เคยใช้มันบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกในปี ค.ศ.1935 ที่ในยุคนั้นพ่อมดแม่มดมักเลือกเดินทางด้วยเรือโดยสารเมื่อต้องเดินทางไกล เพราะปลอดภัยและไว้ใจได้มากกว่า ขณะที่ไม้กวาดบินนั้นอ่อนกำลังและไว้ใจไม่ได้เมื่อใช้งานเป็นเวลานาน (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)

มูนทริมเมอร์ (Moontrimmer)

ไม้กวาดบินยี่ห้อมูนทริมเมอร์ ประดิษฐ์โดย แกลดีส บู๊ทบี (Gladys Boothby) ในปี ค.ศ. 1901 ไม้กวาดที่เป็นตัวอย่างของการก้าวกระโดด ตัวด้ามทำจากไม้แอชรูปร่างเพรียว เป็นที่ต้องการในฐานะไม้กวาดบินเพื่อการแข่งควิดดิชอยู่เป็นเวลานาน ข้อเด่นที่เหนือกว่าไม้กวาดอื่นในยุคนั้นคือการบินได้สูงอย่างที่ไม่เคยมีไม้กวาดไหนทำได้มาก่อน ทั้งยังควบคุมได้ดีในความสูงที่เพิ่มขึ้นด้วย แต่ไม้กวาดมูนทริมเมอร์ของบู๊ทบีผลิตได้ไม่ทันต่อความต้องการจึงสิ้นสุดความนิยมไป และไม้กวาดบินใหม่อย่างซิลเวอร์แอร์โรว์ก็เข้ามาแทนที่ (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)

ซิลเวอร์แอร์โรว์ (Silver Arrow)

ประดิษฐ์โดยเลนาร์ด จูกส์ (Leonard Jewkes) ไม้กวาดบินที่ถือเป็นไม้กวาดรุ่นบุกเบิกของไม้กวาดแข่งอย่างแท้จริง มันบินได้เร็วกว่ามูนทริมเมอร์หรือโอ๊กชาฟต์อย่างมาก สามารถเร่งความเร็วได้ถึง 70 ไมล์ต่อชั่วโมงถ้ามีลมส่ง แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นที่นิยมเพราะผลิตไม่ทันความต้องการของตลาด เนื่องจากผลิตโดยพ่อมดเพียงคนเดียวเหมือนมูนทริมเมอร์ (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)

ไม้กวาดรุ่นนี้เป็นไม้กวาดที่มาดามฮูชใช้หัดขี่ (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.13)

ตอนปี 3 ที่แฮร์รี่เสียไม้กวาดนิมบัส 2000 ไป เขาเลยต้องฝึกซ้อมควิดดิชด้วยไม้กวาดเก่าเก็บรุ่นชู้ตติ้งสตาร์ของโรงเรียน ซึ่งช้ามากและกระตุกสั่น (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.10)

คลีนสวีป (Cleansweep)

ไม้กวาดแบรนด์คลีนสวีปผลิตขึ้นโดยบริษัทของสามพี่น้องบ็อบ บิล และบาร์นาบี ออลเลอร์ตัน ทำให้บริษัทไม้กวาดคลีนสวีป (The Cleansweep Broom Company) เป็นแบรนด์ไม้กวาดแรกที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อการจำหน่ายไม้กวาดบินสำหรับการแข่งขันเป็นบริษัทแรก

ประกอบด้วยรุ่น

  • คลีนสวีป 1 (Cleansweep 1) ผลิตในปี ค.ศ. 1926 เป็นไม้กวาดที่ผลิตเป็นจำนวนมากอย่างไม่เคยมีมาก่อน และจัดจำหน่ายในฐานะไม้กวาดแข่งที่ออกแบบพิเศษสำหรับเกมกีฬา ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วและง่ายดาย มันเลี้ยวโค้งได้ดีอย่างที่ไม่เคยมีไม้กวาดไหนทำได้ และภายในปีเดียวทีมควิดดิชทุกทีมในประเทศอังกฤษก็ใช้ไม้กวาดนี้ทั้งหมด (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)
  • คลีนสวีป 2 (Cleansweep 2) ปรับปรุงขึ้นใหม่ในปี 1934 (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)
  • คลีนสวีป 3 (Cleansweep 3) เปิดตัวในปี 1937 (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)
  • คลีนสวีป 5 (Cleansweep 5) เป็นรุ่นที่เฟร็ดกับจอร์จใช้แข่งขันควิดดิชในนามบ้านกริฟฟินดอร์ (ห้องแห่งความลับ บ.7) และเป็นไม้กวาดของเกว็นโดลิน มอร์แกน กัปตันทีมโฮลีเฮดฮาร์ปีส์ในปี ค.ศ.1953 หลังถูกรูดอล์ฟ บรันด์ กัปตีนทีมไฮเดิลแบร์กแฮร์เรียรส์ฝั่งตรงข้ามขอแต่งงาน เธอก็ใช้ไม้กวาดฟาดหัวเขาจนหมดสติ (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.7)
  • คลีนสวีป 6 (Cleansweep 6) นิตยสารเดอะควิบเบลอร์บอกว่ามีพ่อมดคนหนึ่งใช้ไม้กวาดรุ่นนี้เดินทางไปดวงจันทร์และนำกบบนดวงจันทร์กลับมาหนึ่งถุงเพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ (ภาคีนกฟีนิกซ์ บ.10)
  • คลีนสวีป 7 (Cleansweep 7) โอลิเวอร์ วู้ด เคยแนะนำให้แฮร์รี่ซื้อไม้กวาดรุ่นนี้เป็นอันแรกไม่ก็ไม้กวาดนิมบัส 2000 ตอนที่เขาได้เข้าทีม (ศิลาอาถรรพ์ บ.9) ซึ่งเป็นไม้กวาดที่ทีมเรเวนคลอใช้ในการแข่งขันกับกริฟฟินดอร์ในปี 1993-4 ยกเว้นโชที่ใช้คอเมต 260 (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.12, 13)
  • คลีนสวีป 11 (Cleansweep 11) เปิดตัวในปี 1995 ด้ามทำด้วยไม้โอ๊กจากสเปน เคลือบน้ำมันป้องกันคำสาปทุกชนิด พร้อมควบคุมการสั่นในตัว นิตยสารไม้กวาดรุ่นไหนดีระบุว่ามันสามารถเร่งความเร็วจากศูนย์ได้ถึงเจ็ดสิบในเวลาเพียงสิบวินาที และรอนได้เป็นของขวัญจากแม่ที่เขาได้เป็นพรีเฟ็ค (ภาคีนกฟีนิกซ์ บ.9)

คอเมต (Comet)

แบรนด์คอเมตผลิตโดยบริษัทคอเมตเทรดดิ้ง (Comet Trading) ในปี 1929 โดยแรนดอล์ฟ คีตช์ และแบซิล ฮอร์ตัน ซึ่งเป็นผู้เล่นในทีมควิดดิชฟัลมัทฟัลคอนส์ ปัจจุบันทีมควิดดิชหลายทีมในเกาะบริเตนและไอร์แลนด์ยังนิยมใช้ไม้กวาดบินของยี่ห้อนี้อยู่ (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)

ประกอบด้วยรุ่น

  • คอเมต 140 (Comet 140) เป็นไม้กวาดรุ่นแรกของทั้งคู่ โดยตั้งตามจำนวนรุ่นไม้กวาดที่คีตช์และฮอร์ตันทดสอบก่อนผลิตออกจำหน่าย มีการเสกคาถาเบรกที่ทั้งคู่จดลิขสิทธิ์ไว้ ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นควิดดิชไม่บินเลยประตูหรือบินออฟไซด์เอาง่าย ๆ อย่างแต่ก่อน (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)
  • คอเมต 180 (Comet 180) วางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1938
  • คอเมต 220 (Comet 220) ไม้กวาดรุ่นนี้ได้รับการกล่าวถึงในเดลี่พรอเฟ็ตฉบับพิเศษที่ เจ.เค.โรว์ลิ่งเขียนในวันที่ 1 ตุลาคม 1999 ระบุว่าร้านสพรินเตอร์แอนด์กรีกส์ (Splinter and Kreek’s) ประกาศขายไม้กวาดใช้แล้วรุ่นคอเมต 220 (HP-Lexicon)
  • คอเมต 260 (Comet 260) รอนเคยบอกว่าสวยสะดุดตาดี แต่เทียบกับนิมบัส 2000 ไม่ได้ (ศิลาอาถรรพ์ บ.10)
    • เป็นรุ่นไม้กวาดที่เดรโกเป็นเจ้าของ ก่อนที่พ่อจะซื้อนิมบัส 2001 ให้สลิธีรินยกทีม (ศิลาอาถรรพ์ บ.10)
    • โช แชงใช้ในการแข่งขันควิดดิชที่ฮอกวอตส์ (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.13)
    • ในปี 1995 ท็องส์บอกว่าเธอขี่ไม้กวาดรุ่นนี้ (ภาคีนกฟีนิกซ์ บ.3)
    • ระหว่างการคัดเลือกสมาชิกเข้าทีมกริฟฟินดอร์ ที่แฮร์รี่ขึ้นเป็นกัปตันทีมในปี 1996 เกิดเหตุการณ์ที่ไม้กวาดคอเมต 260 ตกลงมาระหว่างการคัดเลือก (เจ้าชายเลือดผสม บ.11)
  • คอเมต 290 (Comet 290) นิตยสารไม้กวาดรุ่นไหนดีระบุว่าคอเมต 290 สามารถเร่งความเร็วจากศูนย์ได้ถึงหกสิบ และต้องมีลมส่งพอสมควร (ภาคีนกฟีนิกซ์ บ.9)

ทินเดอร์บลาสต์ (Tinderblast)

จำหน่ายและเปิดตัวบริษัทครั้งแรกในปี 1940 ซึ่งผลิตโดยบริษัทเอลเลอร์บีแอนด์สปัดมอร์ (Ellerby & Spudmore) ที่ตั้งอยู่ในเขตป่าดำของเยอรมนี ไม้กวาดทินเดอร์บลาสต์มีคุณสมบัติในการคืนตัวได้ดีมาก แม้จะบินได้ไม่เร็วเท่าคลีนสวีปหรือคอเมต (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)

สวิฟต์สติ๊ก (Swiftstick)

ไม้กวาดอีกรุ่นที่ผลิตโดยเอลเลอร์บีแอนด์สปัดมอร์ (Ellerby & Spudmore) ที่ทำความเร็วได้ดีกว่าทินเดอร์บลาสต์ แต่มักจะสูญเสียความเร็วเมื่อบินระดับสูงขึ้น จึงไม่มีทีมควิดดิชอาชีพไหนใช้ไม้กวาดรุ่นนี้เลย (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)

ชู้ตติ้งสตาร์ (Shooting Star)

เปิดตัวในปี ค.ศ. 1955 โดยบริษัท ยูนิเวอร์แซลบรูมส์ จำกัด (Universal Brooms Limited) ชู้ตติ้งสตาร์เป็นไม้กวาดแข่งที่ราคาถูกที่สุดจวบจนทุกวันนี้ แต่โชคไม่ดี เพราะหลังจากที่ผู้คนแตกตื่นซื้อกันมาในช่วงแรก ก็พบว่าเมื่อใช้งานไปนาน ๆ ชู้ตติ้งสตาร์มักบินได้ไม่เร็วและสูงเท่าที่เคย ทำให้บริษัทต้องเลิกกิจการไปในปี 1978

รอนเป็นเจ้าของไม้กวาดรุ่นนี้อันหนึ่ง ซึ่งมันเก่าเสียจนผีเสื้อก็บินแซงได้ (ห้องแห่งความลับ บ.4) ก่อนจะได้อันใหม่เป็นคลีนสวีป 11 ในปี 1995 (ภาคีนกฟีนิกซ์ บ.9)

ไม้กวาดรุ่นนี้ได้รับการกล่าวถึงในเดลี่พรอเฟ็ตฉบับพิเศษที่ เจ.เค.โรว์ลิ่งเขียนในวันที่ 1 ตุลาคม 1999 ระบุว่าร้านสพรินเตอร์แอนด์กรีกส์ (Splinter and Kreek’s) ประกาศขายไม้กวาดใช้แล้วรุ่นชู้ตติ้งสตาร์ (HP-Lexicon)

นิมบัส (Nimbus)

(ซ้าย) นิมบัส 2000 (ขวา) นิมบัส 2001
(ซ้าย) นิมบัส 2000 (ขวา) นิมบัส 2001

ไม้กวาดรุ่นนิมบัส ผลิตโดยบริษัทนิมบัสเรซซิ่งบรูม (Nimbus Racing Broom Company) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1967 โดยเดฟลิน ไวท์ฮอร์น (Devlin Whitehorn) (J.K.Rowling) ด้วยการเปิดตัวไม้กวาดนิมบัส รุ่น 1000 ออกสู่ตลาด ทำให้โลกไม้กวาดกลับมาคึกคักอีกครั้ง และครองแชมป์อันดับหนึ่งในวงการไม้กวาดแข่งมาอย่างยาวนาน

มาดามฮูชบอกว่านิมบัสมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง มันจะเอียงนิดหน่อยตรงส่วนหาง และจะหนืดหลังจากใช้ไปสองสามปี (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.13)

นิมบัสประกอบด้วยรุ่น

  • นิมบัส 1000 (Nimbus 1000) บินได้เร็ว 100 ไมล์ต่อชั่วโมง หมุนได้ 360 องศาขณะหยุดกลางอากาศ ซึ่งเกิดจากการนำเอาคุณสมบัติที่ไว้ใจได้ของไม้กวาดรุ่นเก๋าอย่างโอ๊กชาฟต์ 79 มาผสมกับการใช้งานง่ายของคลีนสวีปรุ่นที่ดีที่สุด ทำให้ไม้กวาดนิมบัสกลายเป็นไม้กวาดที่ทีมควิดดิชอาชีพทั่วยุโรปเลือกใช้ทันที
  • นิมบัส 1001 (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)
  • นิมบัส 1500 (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)
  • นัมบัส 1700 (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)
  • นิมบัส 2000
    • ไม้กวาดแข่งอันแรกที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลซื้อให้แฮร์รี่ พอตเตอร์เพื่อใช้แข่งควิดดิชให้บ้านกริฟฟินดอร์ตอนปี 1 (ศิลาอาถรรพ์ บ.10) หลังแฮร์รี่ตกจากไม้กวาดเพราะผู้คุมวิญญาณที่บุกมาในการแข่งขันควิดดิชในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1994 ระหว่างเกมแข่งขันของบ้านกริฟฟินดอร์กับฮัฟเฟิลพัฟ ไม้กวาดของเขาก็ถูกต้นวิลโลว์จอมหวดทำลายจนไม่สามารถซ่อมแซมได้อีก (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.9)
  • นิมบัส 2001
    • เพื่อซื้อตำแหน่งให้เดรโก มัลฟอย เข้าทีมควิดดิชของสลิธีรินในฐานะซีกเกอร์ ลูเซียสพ่อของเขาจึงซื้อไม้กวาดนิมบัส 2001 บริจาคให้กับทีมทุกคนเป็นสินบน (ห้องแห่งความลับ บ.7)

ทวิกเกอร์ 90 (Twigger 90)

ผลิตขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1990 โดยบริษัทไฟลต์แอนด์บาร์เกอร์ (Flyte and Barker) ด้วยความตั้งใจจะเป็นผู้นำในตลาดแทนนิมบัส อย่างไรก็ตาม แม้ประกอบขึ้นอย่างดี พร้อมใส่ลูกเล่นใหม่ ๆ หลายอย่าง เช่น นกหวีดสัญญาณเตือนในตัวและหางช่วยปรับให้บินตรงได้เอง แต่ไม้กวาดทวิกเกอร์มักโค้งงอเมื่อบินด้วยความเร็วสูง และโชคร้ายที่ได้ชื่อว่าเป็นไม้กวาดที่พวกพ่อมดที่มีทองมากกว่าสติมักใช้กัน (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.9)

ไฟร์โบลต์ (Firebolt)

  • ไฟร์โบลต์ (Firebolt) เปิดตัวครั้งแรกในช่วงเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1993 (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.4) และขึ้นแท่นอันดับหนึ่งแทนที่นิมบัส 2001 ซึ่งครองแชมป์มาสิบสองเดือนเต็ม ไม้กวาดแข่งนี้เป็นผลงานลับสุดยอดของแรนดอล์ฟ สปัดมอร์ (Randolph Spudmore) ลูกชายของเอเบิล สปัดมอร์ (Able Spudmore) เจ้าของบริษัทแอลเลอร์บีแอนด์สปัดมอร์ (Ellerby and Spudmore) ผู้สร้างไม้กวาดทินเดอร์บลาสต์และสวิฟต์สติ๊ก (Pottermore) เป็นไม้กวาดแข่งด้ามทรงเพรียว เพรียวกว่าคลีนสวีปนิดหน่อย (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.13) ทำจากไม้แอชเนื้อเนียนละเอียด ขัดเงาเหลี่ยมเพชร พร้อมหมายเลขประจำด้ามแกะสลักด้วยมือ ก้านไม้กวาดทุกก้านทำจากกิ่งเบิร์ชที่คัดสรรมาเพื่อดัดให้เหมาะแก่หลักอากาศพลศาสตร์ จึงทำให้ไฟร์โบลต์ทรงตัวเป็นเลิศและปรับทิศทางได้แม่นยำไร้ใครเทียบ เร่งความเร็วสูงสุดจาก 0-240 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในสิบวินาที พร้อมลงคาถาใส่เบรกที่ไม่อาจลบล้างได้ (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.4) ทำให้ไฟร์โบลต์กลายเป็นไม้กวาดมาตรฐานระดับนานาชาติในทันที (ภาคีนกฟีนิกซ์ บ.3)
    • ไม้กวาดไฟล์โบลต์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้รับจากซิเรียส แบล็ก ในวันที่ 25 ธันวาคม 1993 (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.11) เขาเป็นหนึ่งในคนแรก ๆ ที่ได้เป็นเจ้าของไฟร์โบลต์ เขาสูญเสียไม้กวาดนี้ไปในเหตุการณ์เคลื่อนย้ายแฮร์รี่ออกจากบ้านเลขที่ 4 ซอยพรีเว็ต ที่มีพอตเตอร์ทั้งเจ็ดคนเพื่อหลบหนีผู้เสพความตายไปยังบ้านโพรงกระต่ายในวันที่ 27 กรกฎาคม 1997 (เครื่องรางยมทูต บ.4)
    • กลางเดือนสิงหาคม 1993 (หรือก่อนหน้านั้นไม่นาน) ทีมชาติควิดดิชไอริชได้ซื้อไม้กวาดไฟร์โบลต์ไปเจ็ดอัน และใช้มันแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพในปี 1994 (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.4, ถ้วยอัคนี บ.8)
  • ไฟร์โบลต์ซูพรีม (Firebolt Supreme) ไม้กวาดแข่งที่ใช้โดยทีมชาติบัลแกเรียน ในการแข่งควิดดิชเวิลด์คัพปีที่ 2014 (Pottermore)

บลูบอตเทิล (Bluebottle)

ไม้กวาดสำหรับทุกคนในครอบครัว ปลอดภัย วางใจได้ พร้อมสัญญาณกันขโมยติดตั้งในตัว (ถ้วยอัคนี บ.8)

ยาจิรุชิ (Yajirushi)

ไม้กวาดแข่งของทีมชาติญี่ปุ่น ในการแข่งควิดดิชเวิลด์คัพปีที่ 2014 (Pottermore)

สตาร์สวีปเปอร์ (Starsweeper)

  • สตาร์สวีปเปอร์ 21 (Starsweeper XXI) ไม้กวาดแข่งของทีมชาติอเมริกา ในการแข่งควิดดิชเวิลด์คัพปีที่ 2014 (Pottermore)

วาราปิโดส (Varápidos)

ไม้กวาดแข่งของทีมชาติบราซิล ในการแข่งควิดดิชเวิลด์คัพปีที่ 2014 (Pottermore)

ธันเดอร์โบลต์ (Thunderbolt)

ความเร็วของธันเดอร์โบลต์นั้นเป็นคู่แข่งกับไฟร์โบลต์ ซึ่งสำนักงานใหญ่ธันเดอร์โบลต์อยู่ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ (Pottermore)

  • ธันเดอร์โบลต์ 7 (Thunderbolt VII) ไม้กวาดแข่งของทีมชาติไนจีเรีย ในการแข่งควิดดิชเวิลด์คัพปีที่ 2014 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าความเร็วของไม้กวาดนั้นอันตรายเกินไป และดูจะไม่ทนต่อการพุ่งชนของบลัดเจอร์ (Pottermore)

การบำรุงรักษา

ชุดอุปกรณ์บำรุงรักษาไม้กวาด เป็นหนึ่งในของที่ใครที่เป็นเจ้าของไม้กวาดควรมี มันเป็นกล่องสีดำมันปลาบ มีตัวหนังสือสีเงินประทับพาดบนกล่องว่า ชุดอุปกรณ์บำรุงรักษาไม้กวาด ซึ่งมีของจำเป็นอย่าง กระปุกน้ำยาขัดเงาด้ามจับยี่ห้อฟลีตวู้ดกระปุกใหญ่ กรรไกรสีเงินวาววับสำหรับเล็มปลายก้านไม้กวาด เข็มทิศทองเหลืองอันจิ๋วสำหรับติดไม้กวาดเวลาเดินทางไกล และหนังสือคู่มือดูแลรักษาไม้กวาดด้วยตนเอง (นักโทษแห่งอัซคาบัน บ.1)

กีฬาที่ใช้ไม้กวาดบิน

การแข่งขันไม้กวาดประจำปี

จุดเริ่มต้นของการแข่งขันไม้กวาดประจำปีนั้นเริ่มต้นที่สวีเดน ในศตวรรษที่ 10 ผู้เล่นจะแข่งกันบินจากคอปพาร์เบิร์กไปยังอาเรียปล็อก (ระยะทางสามร้อยไมล์เศษ) ปัจจุบันกลายเป็นการแข่งขันระดับนานาชาติที่คนดูจะหายตัว (หรือใช้กุญแจนำทาง) จากจุดเริ่มต้นไปปลายทางเพื่อยินดีกับคนที่รอดมาได้ เพราะเส้นทางดังกล่าวต้องผ่านเขตอนุรักษ์พันธุ์มังกร (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.2)

มีบันทึกการแข่งขันในปี 1754 ซึ่งมีต้นทางจากเอเบอร์ดีนไปยังโคลอสเซียมของกรุงโรม ซึ่งทอร์คิล แมคทาวิช (Torquil McTavish) ตัวแทนจากสกอตแลนด์ และซัลวิโอ แอสโตลฟี (Silvio Astolfi) ตัวแทนจากอิตาลี เป็นสองคนสุดท้ายที่มาถึงปลายทาง ทั้งคู่พยายามไปให้ถึงเส้นชัย แต่แล้วก็เกิดเหตุชุลมุนของกองเชียร์ทั้งคู่ที่เริ่มปะทะกันรุนแรงจนลงเอยด้วยโคลอสเซียมถูกระเบิด ขณะเดียวกันแอสโตลฟีก็ถูกเสกให้กลายเป็นไก่ และแมคทาวิชถูกคำแช่งให้เข่าของเขากลับด้าน ไม่มีข้อมูลยืนยันว่าใครเป็นผู้ชนะ ต้องขอบคุณแม่มดนามออราเบลล่า นัตต์ลีย์ (Orabella Nuttley) ที่เสกคาถาซ่อมแซมชุดใหญ่ในการกู้คืนความเสียหายของโคลอสเซียมได้ก่อนที่มักเกิ้ลจะตื่นมาเห็นเหตุการณ์ (Wonderbook: Book of Spells)

ชติชชต็อค (Stichstock)

การละเล่นของเยอรมันโบราณ ที่เริ่มต้นราว ค.ศ. 1105 จากภาพวาดกึนเทอร์จอมรุนแรงเป็นผู้ชนะ ผู้เล่นจะผลัดกันบินไปยังถุงกระเพาะปัสสาวะ พยายามใช้ปลายด้ามไม้กวาดที่ฝนจนแหลมแทงถุงให้แตก ผู้เฝ้าถุงสามารถเสกคาถาสกัดกั้นผู้บุกรุกได้ เกมจะจบเมื่อถุงกระเพาะปัสสาวะมังกรเป่าลมแตก หรือคู่ต่อสู้โดนคาถาจนออกจากการแข่งขันจนหมด หรือผู้รักษาถุงหมดแรง เกมกีฬานี้สิ้นสุดลงในศตวรรษที่ 14 (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.2)

ไอน์จินเจน (Aingingein)

การละเล่นของไอร์แลนด์ ที่ผู้เล่นทุกคนจะผลัดกันบินฝ่าแถวถังไม้ที่มีไฟลุกโพลงไปพร้อมกับหิ้วลูกบอลที่เรียกว่าดอม (ถุงน้ำดีแพะ) ใครที่บินพาดอมไปจนถึงถังใบสุดท้ายและโยนลงถังได้สำเร็จและเร็วที่สุดจะเป็นผู้ชนะ (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.2)

ครีโอทเชียนน์ (Creaothceann)

การละเล่นบนไม้กวาดที่อาจอันตรายที่สุดก็ว่าได้ เกิดขึ้นในสกอตแลนด์ ราวศตวรรษที่ 11 ผู้เล่นทุกคนจะมีหม้อใหญ่ผูกไว้บนหัว เมื่อแตรหรือกลองดังขึ้น พวกเขาจะต้องบินไปมาเพื่อเก็บก้อนหินเล็กใหญ่นับร้อย ๆ ก้อนที่ร่วงลงมาจากความสูงประมาณร้อยฟุต แน่นอนว่าเกมนี้มีคนตายเป็นจำนวนมาก จนถูกประกาศให้เป็นเกมผิดกฎหมายในปี ค.ศ. 1762 มีการเรียกร้องให้นำกลับมาเล่นใหม่ในช่วงทศวรรษที่ 1960 โดยแมกนัส แมกโดนัลด์ แต่กระทรวงเวทมนตร์ก็ยืนกรานปฏิเสธ (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.2)

ชันต์บัมปส์ (Shuntbumps)

การละเล่นนี้แพร่หลายในเดวอน ประเทศอังกฤษ ลักษณะเกมคล้ายการประลองทวนของอัศวินในยุคกลาง เป้าหมายของเกมคือชนผู้เล่นอื่นให้ตกจากไม้กวาด คนสุดท้ายที่ยังอยู่บนไม้กวาดจะเป็นผู้ชนะ ปัจจุบันกลายเป็นเกมของพวกเด็ก ๆ ไป (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.2)

สวิฟเวินฮอดจ์ (Swivenhodge)

เกมนี้เริ่มเล่นในเฮริฟอร์ดเชอร์ ผู้เล่นจะนั่งกลับหลังบนไม้กวาด แล้วใช้กิ่งที่ปลายไม้กวาดตีถุงกระเพาะแพะให้ลอยไปข้างหน้าหรือกลับหลังข้ามรั้วต้นไม้ คนแรกที่ตีพลาดจะเสียหนึ่งแต้มให้อีกฝ่าย ข้างที่ได้ห้าสิบแต้มก่อนจะเป็นผู้ชนะ ซึ่งเกมนี้ยังคงพบเห็นในอังกฤษแต่ไม่แพร่หลายนัก (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.2)

ควิดดิช (Quidditch)

กีฬาที่ใช้ไม้กวาดบินยอดนิยมของโลกเวทมนตร์ในระดับนานาชาติ ผู้เล่นจะแบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 7 คน แต่ละคนจะมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป 3 เชสเซอร์ คอยทำแต้มด้วยการปาลูกควัฟเฟิลใส่ห่วงฝั่งตรงข้าม จะได้แต้มละ 10 เมื่อทำสำเร็จ 1 คีปเปอร์ คอยรักษาประตู 2 บีตเตอร์ คอยสกัดกั้นลูกบลัดเจอร์ไม่ให้เล่นงานคนในทีม และซีกเกอร์ 1 คน คอยมองหาลูกสนิชสีทอง เพื่อจบเกม และทำแต้ม 150 แต้มให้ทีม

ควอดพอต (Quodpot)

เกมกีฬาของอเมริกา เริ่มต้นขึ้นโดยอับราฮัม พีสกู๊ด พ่อมดในศตวรรษที่ 18 ที่เอาลูกควัฟเฟิลกลับมาจากอังกฤษ กะจะมาเล่นกับเพื่อนที่อเมริกา แต่ตอนที่เขาเอาลูกควัฟเฟิลออกมาเล่น มันกระทบกับปลายไม้กายสิทธิ์ของเขาโดยบังเอิญ ทำให้มันระเบิดตูมในหน้าเขา และนั่นคือจุดเริ่มต้นของควอดพอต เกมนี้จะแบ่งผู้เล่นทีมละ 11 คน โดยโยนลูกควอด (ลูกบอลหนังที่จะระเบิดได้) จากผู้เล่นคนหนึ่งไปยังอีกคนในทีมเดียวกัน พวกเขาจะต้องพาลูกไปเข้าหม้อที่ปลายสนามให้ทันก่อนที่มันจะระเบิด ใครที่ครอบครองลูกตอนที่มันระเบิดจะต้องออกจากสนาม หนึ่งแต้มจะเป็นคะแนนสำหรับทีมที่โยนลูกควอดลงหม้อสำเร็จ เกมนี้แพร่เข้ามาในยุโรป แต่ไม่แพร่หลายนัก เพราะคนส่วนใหญ่ยังเทใจให้ควิดดิชอยู่ (ควิดดิชในยุคต่าง ๆ บ.8)

เกร็ดน่ารู้

  • ในภาพยนตร์เราจะเห็นว่าไม้กวาดแข่งอย่างนิมบัส 2000 และ 2001 ถูกออกแบบให้มีที่พักเท้า แต่ในหนังสือทั้งสองรุ่นยังไม่มี กระทั่งในเล่มสาม ไม้กวาดไฟร์โบลต์เป็นรุ่นแรกที่มีที่พักเท้า ขาตั้ง และมีที่มัดปลายไม้กวาดด้วยเหล็ก (Pottermore) และไม้กวาดไฟร์โบลต์ในภาพยนตร์ก็แตกต่างจากที่บรรยายไว้ในหนังสืออย่างสิ้นเชิง