ผู้คุมวิญญาณ (Dementor)

ลักษณะทางกายภาพของผู้คุมวิญญาณ

“ซากศพที่แช่น้ำอยู่นานจนเน่าเปื่อย”
(นักโทษแห่งอัซคาบัน หน้า 107)

“ตรงที่ที่ควรจะเป็นลูกนัยน์ตา มีเพียงผิวโล้นๆ ตกสะเก็ด สีเทาแห้งๆ ขึงปิดเบ้าตากลวงโบ๋ แต่มันมีปาก… เป็นโพรงเปิดอ้าไม่เป็นรูปเป็นร่าง ที่ดูดอากาศเข้าไปจนเกิดเสียงดัง”
(นักโทษแห่งอัซคาบัน หน้า 458)

dementor1

dementor2

ใต้ผ้าคลุมศีรษะคือส่วนหัวที่ไร้ดวงตา และแทนที่ด้วยสิ่งที่เหมือนปาก ใช้สำหรับสูดเอาความรู้สึกดีๆ ออกไปจากเหยื่อ และบางครั้งหากจำเป็น ผู้คุมวิญญาณจะใช้ปากนั้นสำหรับการมอบจุมพิต เรียกกันว่า “จุมพิตผู้คุมวิญญาณ” ใครก็ตามที่ได้รับจุมพิตของผู้คุมวิญญาณจะสูญเสียความทรงจำไปตลอดกาล และถูกดูดกลืนเอาความรู้สึกไปจากตัวจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงร่างที่ไม่ต่างอะไรกับการตาย หากแต่ยังมีลมหายใจ และเหยื่อที่โดนจุมพิต จะไม่มีทางนำเอาความรู้สึกอะไรเหล่านั้นกลับมาได้อีก

dementor4

ดวงจิตและความทรงจำแสนสุขสุดท้ายของซิเรียส ก่อนที่จะถูกจุมพิต

 

ลูปินอธิบายถึงจุมพิตของผู้คุมวิญญาณไว้ว่า

“แย่กว่าความตายอีก เธอมีร่างที่ปราศจากวิญญาณได้ตราบเท่าที่สมองและหัวใจยังทำงาน แต่เธอจะไม่มีความรู้สึกว่าตัวเองมีตัวตนอยู่อีกต่อไป ไม่มีความทรงจำ ไม่มีอะไรเลย ไม่มีโอกาสจะฟื้นคืนเหมือนเดิมด้วย เธอแค่มีชีวิตอยู่เหมือนเปลือกหอยกลวงๆ โดยที่วิญญาณจากร่างไปแล้วชั่วกาลนาน”
(นักโทษแห่งอัซคาบัน หน้า 298)

ธรรมชาติของผู้คุมวิญญาณไม่เคยรู้จักการให้อภัย ไม่เคยสนใจว่าเหยื่อจะเป็นคนดี หรือคนเลว ไม่สนใจว่าเหยื่อจะเป็นอะไร มันจะกลืนกินความสุขของเหยื่ออย่างไม่แยแส และไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะลองดีกับผู้คุมวิญญาณ

ผู้คุมวิญญาณโปรดปรานที่มืด สกปรก และโสโครก ซึ่งใช้สำหรับการขยายพันธุ์ มันรุ่งเรืองขึ้นด้วยความเสื่อมและความสิ้นหวัง

ผู้คุมวิญญาณถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่เลวร้ายที่สุดในโลกเวทมนตร์ชนิดหนึ่ง มันเป็นสิ่งมีชีวิตต่ำทราม ที่ใช้ในการปกป้องนักโทษแห่งอัซคาบันไม่ให้นักโทษหลบหนีไป เพราะพวกเขาเหล่านั้นจะถูกจองจำไว้ในความทุกข์ระทมจนไม่อาจหาเรี่ยวแรงหลบหนีไปไหนได้อีก มีการใช้งานผู้คุมวิญญาณทุกครั้งที่มีการพิจารณาคดีใดๆ ก็ตามที่มีโทษถึงขังคุกอัซคาบัน ผู้คุมวิญญาณจะถูกนำตัวมาร่วมในการพิจารณาคดี เพื่อเตรียมสำหรับรับตัวนักโทษกลับไปยังคุก

ซึ่งคุกอัซคาบันแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมายาวนานนับแต่ศตวรรษที่ 15 ก่อนจะถูกใช้เป็นสถานที่คุมขังนักโทษของโลกเวทมนตร์เสียอีก เป็นเพียงเกาะทางทะเลเหนือที่มีป้อมปราการ โดยพ่อมดศาสตร์มืดที่ชั่วร้ายคนหนึ่งนาม อีคริซดิส และใช่เลย ผู้คุมวิญญาณอยู่ในสถานที่แห่งนี้มานานนับแต่นั้นเช่นกัน และเพราะมันเต็มไปด้วยผู้คุมวิญญาณที่เกาะแห่งนั้น เดโมคลีส โรลว์ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ในขณะนั้น จึงยืนกรานที่จะใช้เกาะดังกล่าวเป็นคุกขังพ่อมดแม่มดที่ทำผิด ที่ยืนยันแน่นอนได้ว่านักโทษพวกนี้จะไม่มีวันแหกคุกออกมา เพราะทุกคนจะเสียสติเมื่อถูกขังไว้ที่นั่น [อ้างอิง Pottermore]

dementor6

ภายหลังจากที่ผู้คุมวิญญาณเข้าร่วมกลุ่มผู้เสพความตาย ภายใต้ความสวามิภักดิ์ต่อโวลเดอมอร์ คุกอัซคาบันที่เคยให้ความปลอดภัยได้ว่าจะไม่มีนักโทษแหกคุกก็ไร้ประโยชน์ ซึ่งในปี 1998 หลังสิ้นสุดสงครามโลกเวทมนตร์ครั้งที่ 2 รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์คิงสลีย์ ชักเคิลโบลต์ ได้ออกมาตรการให้ขจัดผู้คุมวิญญาณทั้งหมดออกจากคุกอัซคาบัน และเปลี่ยนการคุ้มกันเป็นบรรดามือปราบมารแทน [อ้างอิง Pottermore]

ว่ากันว่าผู้คุมวิญญาณจะดูดกลืนเอาความสุขทั้งหลายทั้งมวลออกไปจากเหยื่อ ไม่เว้นแม้แต่พวกมักเกิ้ล ก็สามารถรับรู้ได้ถึงการมาเยือนของผู้คุมวิญญาณ แม้จะมองไม่เห็นก็ตามที

dementor5

ผู้คุมวิญญาณมีผลต่อมักเกิ้ล แม้ว่าดัดลีย์จะมองไม่เห็น แต่ก็รับรู้ได้ ซึ่งผู้ที่ปลดปล่อยผู้คุมวิญญาณให้มาโจมตีแฮร์รี่ในครั้งนั้นก็คือ โดโลเรส อัมบริดจ์

การเข้าใกล้ผู้คุมวิญญาณจะมีผลต่อคุณ ความรู้สึกดีๆ ความทรงจำแสนสุข จะถูกกลืนหายออกไปจากตัวของคุณ

“นายรู้ไหมว่ามันเย็นมากขนาดไหน ตอนที่ผู้คุมเข้ามาน่ะ… เหมือนกับว่าฉันจะไม่มีวันร่าเริงได้อีกแล้ว”
-รอน วีสลีย์- (นักโทษแห่งอัซคาบัน หน้า 108)

“ทุกอย่าง เย็นไปหมด… มันเป็นคืนหน้าร้อนที่อากาศอบอ้าวมากๆ แล้วดิฉันก็รู้สึก… ราวกับว่าความสุขทั้งหมดหายไปจากโลกนี้… และดิฉันก็นึกถึง… เรื่องร้ายกาจต่างๆ”
-มิสซิสฟิก- (ภาคีนกฟีนิกซ์ หน้า 186)

 

การรับมือกับผู้คุมวิญญาณ

การขับไล่ผู้คุมวิญญาณ ทำได้เพียงการใช้คาถาผู้พิทักษ์ (ร่ายว่า เอกซ์เปกโต พาโตรนุม) เพื่อขับไล่มันออกไปเท่านั้น?

dementor3

ผมบังเอิญสะดุดใจกับท่อนนี้ แล้วคิดว่า นี่ล่ะคือสิ่งที่รับมือผู้คุมวิญญาณได้ โดยไม่ต้องพึ่งผู้พิทักษ์ นั่นคือ “จงพิทักษ์ตนเองด้วยตนเอง” จากตอนที่ซิเรียส แบล็กบอกกับแฮร์รี่ ว่า

“เหตุผลเดียวที่ฉันไม่สูญเสียสติไปก็คือ ฉันรู้ว่าตัวเองบริสุทธิ์ มันไม่ใช่ความคิดที่เป็นสุข ดังนั้นพวกผู้คุมวิญญาณจึงไม่สามารถดูดความคิดนี้ไปจากตัวฉันได้… แต่มันทำให้ฉันมีสติและรู้ว่าตัวเองเป็นใคร”
– ซิเรียส แบล็ก (นักโทษแห่งอัซคาบัน หน้า 442)

นั่นหมายความได้ชัดเจนว่า ผู้คุมวิญญาณจะไม่มีผลกับผู้มีสติ และอยู่ในความไม่สุขไม่ทุกข์

ผู้คุมวิญญาณจะมีผลกับคนที่เคยเผชิญกับเรื่องร้ายกาจที่ชวนสยดสยอง หรือหดหู่ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นที่มีผลกับผู้คุมวิญญาณ เนื่องจากเขาสูญเสียพ่อแม่ไปในวัยเด็ก และยังเศร้าหมองใจที่ต้องอยู่กับครอบครัวเดอร์สลีย์ที่ไม่ได้เลี้ยงดูเขาอย่างดีเหมือนพ่อแม่

จุดอ่อนของผู้คุมวิญญาณ ว่ากันว่ามันไม่ชื่นชอบแสงนัก และหากเหยื่อเป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นสัตว์ ไม่ใช่คน หรือ มนุษย์ ความซับซ้อนของสัตว์ทำให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของผู้คุมวิญญาณ ซิเรียสมักแปลงร่างเป็นสุนัขขนาดใหญ่ที่หลายคนมองว่าเป็นกริม เพื่อหนีรอดจากผู้คุมวิญญาณ และทำให้เขาไม่โดนกลืนกินความสุขออกไปเหมือนนักโทษอัซคาบันคนอื่นๆ

ช็อกโกแลตมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูผู้ที่พานพบกับผู้คุมวิญญาณ แต่เพียงระยะสั้นเท่านั้น การรักษาที่ได้ผลคือการใช้ความสุขที่ถาวร [Pottermore]

 

ผู้คุมวิญญาณที่บุกทำร้ายแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นฝีมือของใคร?

ในปี 1995 แฮร์รี่ พอตเตอร์ (ขณะนั้นกำลังจะขึ้นชั้นปีที่ 5 ที่ฮอกวอตส์) ระหว่างการปิดภาคเรียนเขาได้เสกคาถาผู้พิทักษ์ระหว่างการเดินทางกลับบ้านเลขที่ 4 ซอยพรีเว็ต เพื่อปกป้องดัดลีย์ เดอร์สลีย์ ญาติของตนเองจากผู้คุมวิญญาณ ทว่าการเสกคาถาของเขาถือเป็นความผิดตามกระบวนกฎหมายเวทมนตร์ว่าด้วยการเปิดเผยความลับต่อผู้ไร้เวทมนตร์ เป็นเหตุให้ได้รับจดหมายและถูกนำตัวเข้าพิจารณาคดีที่กระทรวงเวทมนตร์เป็นครั้งแรก

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ก็คือ โดโลเรส เจน อัมบริดจ์ คนของกระทรวงเวทมนตร์เอง แต่เธอแอบกระทำอย่างลับๆ เพื่อหวังว่าจะกำจัดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ไปให้พ้นทาง กระทรวงเวทมนตร์จะได้มั่นคงต่อไป

“…เขาไม่รู้เลยว่าฉันเองละที่เป็นคนสั่งผู้คุมวิญญาณให้ไปจัดการพอตเตอร์เมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมา  แต่เขาก็ดีอกดีใจนักที่จะมีโอกาสไล่พอตเตอร์ออกจากโรงเรียนได้”

“คุณนี่เองหรือ  คุณส่งผู้คุมวิญญาณไปตามล่าผมหรือ”

“บางคนต้องลงมือนี่  พวกนั้นน่ะได้แค่คร่ำครวญว่าต้องปิดปากเธอด้วยวิธีไหนวิธีหนึ่ง — ต้องทำให้เธอเป็นคนไม่น่าเชื่อถือ — แต่ฉันนี่แหละที่เป็นคนลงมือทำอะไรจริงจังเกี่ยวกับเรื่องนี้… เสียแต่ว่าเธอดิ้นหลุดอันนั้นมาได้ ใช่ไหมล่ะ พอตเตอร์ แต่ไม่ใช่วันนี้หรอกนะ  ไม่ใช่ตอนนี้ –”
– อัมบริดจ์ พูดกับแฮร์รี่ (แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับภาคีนกฟีนิกซ์ บ.32 น.898)

 

ในแง่ของปรัชญา

หากมองในเชิงปรัชญา ผู้คุมวิญญาณเป็นหนึ่งในตัวแทนของความชั่วร้ายที่เกิดขึ้นจากการขาด (Privation) เนื่องจากผู้คุมวิญญาณจะมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการดูดกลืนความสุขและจิตใจของมนุษย์ การขาดสิ่งนั้นทำให้มันตาย และความชั่วร้ายเกิดขึ้นเพราะการบกพร่องด้วยการขาดของความดี ในที่นี้คือทำให้มนุษย์ขาดความสุข ขาดจิตใจที่ดีงาม อันหลงเหลือแต่เพียงความทุกข์ ความเศร้าหมอง

เบื้องหลังของผู้คุมวิญญาณ

  • เจ.เค.โรว์ลิ่งเปิดเผยว่า เธอนำเอาความหดหู่สิ้นหวังของการสูญเสียแม่คนรักและต้องเป็นผู้แบกรับความซึมเศร้านั้นมาสร้างเป็นผู้คุมวิญญาณ ผู้คุมวิญญาณจึงถูกถ่ายทอดออกมาจากความหดหู่ของเธอ [อ้างอิงจาก J.K.Rowling: A Year in the Life]
  • ในภาพยนตร์ผู้คุมวิญญาณบินไปมาได้ แต่ในหนังสือเป็นการร่อนไปเท่านั้น
  • ในภาพยนตร์ภาค 3 และ 5 ผู้คุมวิญญาณ ได้รับการออกแบบต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่ก็ทำให้เกิดความแตกต่าง ในภาค 3 ผู้คุมวิญญาณสวมผ้าคลุมหัว ในขณะที่ภาค 5 ผู้คุมวิญญาณปลดผ้าคลุมหัวออก
  • เจ.เค.โรว์ลิ่งกล่าวว่า ผู้คุมวิญญาณไม่ได้เกิดจากการผสมพันธุ์ แต่เติบโตขึ้นจากความเน่าเปื่อยเหมือนรา [อ้างอิง]
  • ชื่อของผู้คุมวิญญาณ ได้นำไปตั้งเป็นชื่อของตัวต่อในจีนัส Ampulex ว่า Ampulex dementor ที่ได้รับการค้นพบว่ามีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นต่อคุมวิญญาณ [อ้างอิงข่าว]

Show Comments

4 Comments

  1. Prince Longchoophool 29/04/2015
    • A.T.Riddle 29/04/2015
  2. Zynub Nushzarah Matahari Daros 03/08/2015
    • A.T.Riddle 03/08/2015

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.