ตามรอยแฮร์รี่ พอตเตอร์: สวนสนุก The Wizarding World of Harry Potter, Universal Studios Hollywood

จะด้วยความบ้าพลังหรืออะไรก็แล้วแต่ ในการเที่ยวทริปอเมริกางวดนี้ เราไปสวนสนุก The Wizarding World of Harry Potter ทั้ง 2 รัฐกันเลยค่า เมื่อไปที่ออร์แลนโด้ รัฐฟลอริด้าที่เป็นแห่งแรกแล้ว ก็ต้องวกกลับมาที่ล่าสุดอย่างที่ฮอลลีวู้ด รัฐแคลิฟอร์เนียด้วยสิ เอาล่ะ หยิบเพนซิฟ แล้วด่ำดิ่งไปในความทรงจำของพี่ลิลี่กันเล้ย

วันที่ 25 ธันวาคม 2017

Merry Christmas!!! วันคริสต์มาสปีนี้จงใจพาตัวเองมาฉลองไกลถึงอเมริกาเลยจ้า และวันนี้เอาจริงคือ ไปสวนสนุกช้ากว่าแพลนที่ตั้งไว้แหละ เรื่องของเรื่องคือ แว่บไปจัดการอัดวีดีโอ ถ่ายรูปพวกดาวและแผ่นปูนนักแสดงที่ไชนีสเธียเตอร์ก่อนจนเสร็จ แล้วราว ๆ 10.15 น. ถึงได้ขึ้นรถไฟเมโทร (ที่เหม็นจังวุ้ย) นั่งไปสถานีเดียวเพื่อไปสวนสนุก Universal Studios Hollywood

พอถึงสถานีเป้าหมาย ก็ออกจากสถานีแล้วให้ขึ้นสะพานลอยไป เดินไปเรื่อย ๆ จนเจอรถชัทเทิลบัสของสวนสนุกที่จะพาเราขึ้นเขาไปที่สวนสนุก (แอบโดนพนักงานแซวตอนถ่ายรูปด้วย 555)

เวลาประมาณ 10.30 น. ก็ถึงสวนสนุก โดยรถจะไปจอดตรงทางเข้าซิตี้วอล์ค (ที่ซิตี้วอล์คมีร้าน Hot Topic ด้วย)

และร้านตรงสุดมุมซิตี้วอล์คก่อนไปจุดเข้าประตูสวนสนุก จะมีร้านขายของที่มีของแฮร์รี่ด้วย แล้วตลกดีตรงที่เจอพนักงานที่เค้าทำงานที่ร้านค้าในวอร์เนอร์บราสสตูดิโอเมื่อวานด้วย และคือนางจำเราได้ (ไม่ต้องแปลกใจเลยถ้าเขาจะจำคน ๆ นึงที่เดินวนอยู่ในร้านค้าเมื่อวาน 2 ชั่วโมงกว่า ถ่ายรูป อัดวีดีโอ ถามเรื่องราคาของแฮร์รี่ และอีกบลา ๆ ๆ อ่ะนะ 555) จริง ๆ เข้าร้านนี้ หลัก ๆ เพื่อจัดการออเดอร์ซื้อเสื้อคลุมสลิธีรินก่อนค่า

พอเสร็จเรื่องซื้อของก็ไปเข้าสวนสนุกซะที โดยจะต้องผ่านประตู สแกนอาวุธและตรวจของก่อน จากนั้นกรณีเราที่ซื้อตั๋วทางออนไลน์ก็แค่พกใบบาร์โค้ดตั๋วไปยื่นให้เจ้าหน้าที่สแกนและเข้าสวนสนุกได้เลย

พอเข้าได้แล้วก็ไปเอาแผนที่สวนสนุกที่อยู่แถว ๆ นั้น อ่อ เราลองถามเจ้าหน้าที่เรื่องบริการ tax refund ด้วยล่ะ เขาบอกว่าที่นี่ไม่มี (ภาษีสินค้าที่อเมริกาไม่เหมือนที่ญี่ปุ่นว่างั้น)

จากนั้นเราก็บึ่งไปเข้าโซนแฮร์รี่ ซึ่งตอนนั้นก็เกือบ ๆ เที่ยงวันแล้ว จะว่าไปวันนี้คนเยอะนะ เพราะเป็นวันคริสต์มาสด้วยแหละ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็เลือกรีวิวแบบเดินไล่ตามร้านก่อนเลย

แรกสุดเข้าร้านฮันนี่ดุกส์ก่อน ไปดูวี่แววเรื่องการ์ดเฮนจิสต์แห่งวู้ดครอฟต์ ซึ่งปรากฎว่าที่สาขาฮอลลีวู้ดก็มีจ้า เข้าใจว่าก็ต้องมีแหละ เพราะกบช็อกโกแลตที่อเมริกาผลิตจากแหล่งเดียวกันคือที่ออร์แลนโด้ ก็เลยมีโอกาสได้กันหมด สรุปก็เลยซื้อกบช็อกโกแลตไป 1 กล่อง แกะออกมาได้การ์ดกริฟฟินดอร์ เลยเทรดแลกเป็นการ์ดเฮนจิสต์ (ร้านมีสต็อกการ์ดอยู่ 1 ใบ)

จากนั้นก็เข้าร้านซองโก้ซึ่งมีอาณาเขตในร้านติดกับร้านฮันนี่ดุกส์เลย

ถัดมาก็จะเป็นซุ้มขายบัตเตอร์เบียร์ และร้านไม้กวาดสามอันที่พ่วงอาณาเขตร่วมกับร้านหัวหมู

ตามมาด้วยหน้าร้าน Dogweed and Deathcap และทางเดินเข้าไปนั่งที่ลานทานอาหารส่วนนอกของร้านไม้กวาดสามอัน (จะเห็นวิวปราสาทฮอกวอตส์ด้วย) ซึ่งจะมีมุมนึงมีตู้กด ATM ด้วย (เออะ ถ้าจะเล่นมาตั้งบริการแบบนี้…..สติจะแตกกระเจิงไหม 555)

เข้าไปดูบรรยากาศในร้านอาหารทั้งสองหน่อย

ถัดมาเป็นห้องน้ำหญิง ห้องน้ำชาย หน้าร้าน Madam Puddifoot ทางเข้าจุดต่อแถวเข้าดูการแสดงของมิสเตอร์โอลลิแวนเดอร์ ร้านไม้กายสิทธิ์โอลลิแวนเดอร์ หน้าร้าน Scrivenshaft’s Quill Shop และร้าน Wiseacre’s Wizarding Equipment

พอถึงจุด ๆ นี้เราก็ต่อแถวเข้าร้านไม้กายสิทธิ์โอลลิแวนเดอร์เลยจ้า และก็นกอีกแล้วอ่ะ เค้าไม่เลือกเราไปแสดงด้วยอีกละ เศร้า! มิสเตอร์โอลลิแวนเดอร์ที่อเมริกาเป็นไรมากกับเด็กผู้ชายป่ะเนี่ย

ถัดจากร้าน Wiseacre’s Wizarding Equipment จะมีซุ้มขายบัตเตอร์เบียร์ และถ้าเดินเลี้ยวไปทางซ้ายมือ มันก็จะมีทางเดินยาวที่จะเดินชมวิวปราสาทอีกมุมนึงได้ และก็จะเห็นด้านหลังของคิวต่อแถวเข้าร้านไม้กายสิทธิ์โอลลิแวนเดอร์ กับลานทานอาหารหลังร้านไม้กวาดสามอันด้วย

จากนั้นก็เดินวนเวียนไปดูปราสาท

รอจนกระทั่งการแสดง Triwizard Spirit Rally แสดงตรงลานแสดง

ข้อดีของสาขาฮอลลีวู้ดคือ พอการแสดงจบ เขาจะมีให้ต่อแถวถ่ายรูปกับนักแสดงได้ด้วย (ซึ่งนักแสดงบางคนก็หล่อดีนะ 555 พ่อหนุ่มเดิร์มสแตรงก์ไม่น่าโดนบังหน้าเลย อิอิ)

และระหว่างรอการแสดงชุดต่อไปซึ่งก็คือ Frog Choir เราก็แว่บไปถ่ายรูป อัดวีดีโอบริเวณปราสาทรอบนอกและจุดเครื่องเล่น Flight of the Hippogriff กันไปพลาง ๆ อ่อ มีซุ้มขายไม้กายสิทธิ์ด้วยนะ

สักพักเราก็ย้อนกลับไปลานแสดง ดูการแสดง Frog Choir ร้องเพลงประสานเสียงกัน และแน่นอนตอนการแสดงจบก็ต่อแถวถ่ายรูปจ้า (โดนหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์แกล้งเอากบจะมากินหัวเราซะงั้นอ่ะ เราถึงกลับพูดสวนขำ ๆ ว่า Hey! Why do you let it do that to me? We’re in the same house!)

จากนั้นก็ไปรีวิวร้านอื่น ๆ ที่ถัดจากลานแสดงต่อ ซึ่งก็เริ่มที่หน้าร้าน Spintwitches หน้าร้าน Tomes and Scrolls แล้วเราก็เลี้ยวเข้าไปดูซอยถนนด้านในก่อน ซึ่งมีซุ้มขายขนมและเครื่องดื่ม รวมถึงหน้าร้าน The Magic Neep  หน้าร้าน Ceridwen’s Cauldrons หน้าร้าน Dominic Maestro’s และมีร้าน Dervish and Banges ถ้าเดินไปเรื่อย ๆ ก็จะถึงสุดทางตรงร้านสถานีฮอกส์มี้ดที่มีขายของพวกเกี่ยวกับรถไฟและสถานี กับจุดถ่ายรูปกับรถไฟด่วนฮอกวอตส์

ทีนี้เราก็เดินย้อนจากจุดเริ่มต้นตรงรถไฟไปดูพวกร้านฝั่งขวามือกันบ้าง ก็จะมีร้านสถานีฮอกส์มี้ด ตามด้วยโรงนกฮูก ร้าน Dervish and Banges ร้านไปรษณีย์นกฮูก และร้าน Gladrag’s Wizardwear ซึ่ง 3 ร้านหลังนี่อาณาเขตภายในร้านจะเชื่อมต่อกัน

และพอรีวิวพวกร้านค้าเสร็จก็เหมือนเดิมจ้า ภารกิจส่งโปสการ์ดกลับไทย จัดไป!!! (ที่อเมริกานี่ร้ายนะ เล่นให้ซื้อโปสการ์ดเป็นแพ็ค 10 ใบเลย แสตมป์ก็เป็นชุด 10 ดวงด้วย)

จากนั้นก็ไปต่อแถวเข้าดูการแสดงของมิสเตอร์โอลลิแวนเดอร์อีกรอบ 555 ยังไม่เลิกหวังไง แต่แล้วก็อดอีกละ เคือง! เค้าเลือกเด็กผู้ชายอีกละรอบนี้ งอนแล้ว! ไม่อัดวีดีโอแล้ว เชอะ!! แต่รอบนี้มีเด็กเล็กอายุ 1 ขวบครึ่งเข้าด้วย แม่เด็กอุ้มพาน้องผู้หญิงมาเที่ยว น้องน่ารักมาก (แต่เกรงใจแม่เขา เลยไม่ได้ถ่ายรูปไว้ แต่ในวีดีโอจะเห็นน้องแว้บ ๆ นะ) ขนาดมิสเตอร์โอลลิแวนเดอร์ยังไปเล่นมุกไฮไฟว์กับน้องเลย และตอนออกจากห้องแสดง เราก็ไปคุยเล่น แปะมือไฮไฟว์กับน้องนิดนึง อิอิ แล้วถึงไปซื้อไม้กายสิทธิ์อินเตอร์แอคทีฟ (งวดนี้บ้าจี้ซื้อไม้ของเบลลาทริกซ์จ้า)

แล้วจากนั้นก็เริ่มเล่นจุดเล่นไม้กายสิทธิ์อินเตอร์แอคทีฟแต่ละจุด โดยจุดที่ 1 อยู่ที่ร้านฮันนี่ดุกส์ ให้ร่ายคาถา Revelio เปิดกล่องกบช็อกโกแลต

ช่วงที่เล่นจุดนี้มีเจอครอบครัวคนไทยที่อยู่ซานฟรานซิสโกมาเที่ยวที่นี่ด้วย เลยคุยกันหน่อย พี่เขาสอนลูกชาย ลูกสาวดีนะ มีการให้ไหว้เราด้วย ก็คุยกันไปมาว่าเราบินมาจากไทยเลย

ต่อมาก็ไปจุดเล่นที่ 2 อยู่ที่ร้านไม้กวาดสามอัน ให้ร่ายคาถา Incendio เสกให้ไฟสว่างขึ้นมา

จุดเล่นที่ 3 อยู่ที่หน้าร้าน Dogweed and Deathcap ให้ร่ายคาถา Herbivicus เสกให้ดอกไม้สีแดงบานออกขยับออก

จุดเล่นที่ 4 อยู่ที่หน้าร้าน Madam Puddifoot’s มีให้ร่ายคาถา Locomotor Plates กับ Arresto Momentum เสกให้จานหมุนหรือจานหยุดหมุน (ทำหลายรอบกว่าจะได้ 555)

จุดเล่นที่ 5 อยู่ที่หน้าร้าน Scrivenshaft’s Quill Shop ให้ร่ายคาถา Finite Incantatem เสกให้ปากกาขนนกหยุดเขียน

จุดเล่นที่ 6 อยู่ที่ร้าน Wiseacre’s Wizarding Equipment ให้ร่ายคาถา Alohomora เปิดตัวล็อกกล่อง

จุดเล่นที่ 7 อยู่ที่หน้าร้าน Gladrag’s Wizardwear มีให้ร่ายคาถา Descendo กับ Ascendio เสกให้สายวัดตัวเลื่อนตกลงมาและเลื่อนขึ้นไป

จุดเล่นที่ 8 อยู่ที่ร้าน Dervish and Banges ให้ร่ายคาถา Locomotor Music Box เสกให้กล่องดนตรีทำงานมังกรบนกล่องดนตรีเคลื่อนที่ และมีเสียงเพลง

จุดเล่นที่ 9 อยู่ที่หน้าร้าน Spintwitches ให้ร่ายคาถา Wingardium Leviosa เสกให้ลูกควัฟเฟิลลอย

จุดเล่นที่ 10 อยู่ที่หน้าร้าน Ceridwen’s Cauldrons ให้ร่ายคาถา Silencio เสกให้เสียงหม้อใหญ่ที่กำลังต้มน้ำยาอยู่ไม่มีเสียง

จุดเล่นที่ 11 อยู่ที่หน้าร้าน Dominic Maestro’s ให้ร่ายคาถา Ventus เสกให้ใบปลิวพุ่งออกมา (ทำรอบเดียวก็ได้เลย อิอิ)

ทีนี้พอเล่นเสร็จก็ไปดูการแสดงไฟประดับปราสาทกันบ้าง รอบแรกพยายามไลฟ์เฟสบุ๊ค แต่ก็ช้าไป ช่วงต้นไลฟ์ไม่ทัน มาไลฟ์ทันตอนช่วงกลาง ๆ ละ 555 แต่พอมีไฟแสดงรอบสองคืออัดวีดีโอเลยจ้า

จากนั้นก็ไปเข้าปราสาท ไปเล่นเครื่องเล่น Harry Potter and the Forbidden Journey ซึ่งก็ตามสูตรเลยเอาของไปเก็บที่ล็อกเกอร์ก่อน จากนั้นก็เดินไปตามทางแถว Single rider สำหรับคนเล่นเดี่ยว

ระหว่างทางเดินจะเจอห้องนั่งเล่นบ้านกริฟฟินดอร์และหมวกคัดสรร จนไปถึงห้องกระจกที่เครื่องเล่นจะเลื่อนมาเรื่อย ๆ ให้ไปนั่ง (ซึ่งระบบเขาดีนะ ถ้ามีตัวล็อคเก้าอี้ไหนยังไม่แน่นพอ จะมีประกาศเตือน และเครื่องเล่นก็หยุดเคลื่อนที่จนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย)

พอเล่นเสร็จก็เดินออกไปตามทางจะเจอร้าน Filch’s Emporium กับทางไปตู้ล็อกเกอร์

ซึ่งเพื่อความสะดวกเราก็ปล่อยของไว้ในตู้ล็อกเกอร์ก่อนน่ะแหละ แล้วก็ไปเล่นเครื่องเล่น Flight of The Hippogriff ต่อเลย ระหว่างทางตั้งแต่ทางเข้าก็จะเห็นกระท่อมแฮกริด กับมอเตอร์ไซด์ของซิเรียสนะ แล้วจากนั้นก็จะไปถึงจุดขึ่นเครื่องเล่นจ้า ซึ่งตัวล็อคเครื่องเล่นอันนี้ของสาขาฮอลลีวู้ดจะเหมือนกับที่สาขาโอซาก้านะ คือไม่มีตาข่ายคลุม และที่นี่ก็ไม่มีชั้นวางฝากของด้วยจ้า ดังนั้นควรไปหาทางเก็บของที่ล็อกเกอร์ไว้ก่อนจะดีสุด

พอเล่นเสร็จก็กลับไปรีวิวร้านฟิลช์ต่อเลย แล้วก็ไปเอาของออกจากล็อกเกอร์

จากนั้นถึงได้ฤกษ์กินมื้อค่ำตอนเวลา 21.37 น. ที่ร้านไม้กวาดสามอัน เลือกเมนู English Holiday Dinner (ถ้าวิจารณ์ตรง ๆ เลยต้องบอกว่าไม่อร่อยค่ะ บางอย่างเค็มเกิ๊น นี่ฉันจะเป็นโรคไตไหม…..พูด!!) กับบัตเตอร์เบียร์เย็นแก้วธรรมดา

พอกินเสร็จเหลือเวลาอีกน้อยนิดจะ 4 ทุ่ม สวนสนุกจะปิดละ เราก็รีบไปล่าการ์ดเฮนจิสต์ที่ร้านฮันนี่ดุกส์ต่อ ซึ่งซื้อมาเพิ่มอีก 3 กล่อง และดวงการจับได้การ์ดกริฟฟินดอร์มาหมดเลย ก็เทรดการ์ดเฮนจิสต์มาได้ 2 ใบ และปล่อยการ์ดกริฟฟินดอร์ค้างไว้ สรุปยอดที่ได้จากสาขาฮอลลีวู้ดเลยเป็น การ์ดเฮนจิสต์แห่งวู้ดครอฟต์ 3 ใบ กับการ์ดก็อดดริก กริฟฟินดอร์ 1 ใบ

จากนั้นก็ออกจากโซน เดินไปดูร้านฮอทท็อปปิกตรงซิตี้วอล์คจนเกือบ ๆ 5 ทุ่ม แล้วก็รอรถพากลับสถานีรถไฟฟ้าเมโทร ประมาณ 23.45 น.ก็ได้ขึ้นรถไฟฟ้ากลับฮอสเทล เอ้อ ตอนนั้นเหมือนมีคนเมาหรือสติหลุดด้วยแหละ เป็นวัยรุ่นชาย พูดฟักแหลกเลยจ้า (ปกติก็ชอบกินฟักต้มอ่ะนะ แต่ฟักแบบนี้นี่…..ไม่เอานะเกรงใจ ไม่ดีหรอกเกรงใจ) แล้วเหมือนวัยรุ่นหญิงที่เป็นเพื่อนก็พยายามช่วยรั้ง ตบเรียกสติหนักมาก ส่วนพวกเราคนในสถานีก็งงเหมือนกันไปดิ่ งี้แหละ ที่ฮอลลีวู้ดมักมีอะไรแปลก ๆ ให้เจอทุกวัน เหอะ ๆ และการที่จะไปไหนแล้วกลับที่พักดึก ๆ โดยเฉพาะต้องเดินกลับ ทางที่ดีก็ควรรีบ ๆ เดินและระวังตัวไว้ก่อนด้วยนะ ที่เมืองนี้มีโฮมเลส (คนไร้บ้าน) เยอะ จริงอยู่ว่าเขาอาจไม่มีพิษภัยอะไร แต่กันไว้ก็ดีกว่าเนอะ

แสดงความเห็น