เวอร์นอน และเพ็ตทูเนีย เดอร์สลีย์ (Vernon & Petunia Dursley)

เนื้อหาใหม่จาก เจ.เค.โรว์ลิ่ง

ป้าและลุงของแฮร์รี่พบกันตอนทำงาน เพ็ตทูเนีย เอฟเวนส์ ทนความขมขื่นมาตลอดกับความจริงที่พ่อแม่ของเธอให้ความสำคัญกับน้องสาวที่เป็นแม่มดมากกว่าตัวเธอเอง เธอจึงตัดสินใจจากโค้กเวิร์ธไปตลอดกาล ซึ่งนำไปสู่การทำงานในบริษัทของเธอ ที่ซึ่งเธอได้พบกับผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องเวทมนตร์อย่างสุดขีด ดื้อดึง และเป็นพวกวัตถุนิยม เวอร์นอน เดอร์สลีย์ ตัวใหญ่และคอสั้นจนแทบไม่มีคอ ผู้บริหารหนุ่มคนนี้เป็นเหมือนชายในอุดมคติของเพ็ตทูเนีย เขาไม่เพียงแต่ทำให้เธอกลับมาโรแมนติกได้อีกครั้ง แต่กลับมาเป็นเหมือนเดิมด้วย เขามีรถที่สมบูรณ์แบบอย่างที่ควรจะเป็น และต้องการแค่ชีวิตที่ราบเรียบ ตอนที่เขาชวนเธอไปออกเดทอย่างจืดชืดหลายๆ ครั้งนั้นเต็มไปด้วยเรื่องของตัวเขาเอง และสิ่งที่เขาคิดเกี่ยวกับโลกใบนี้ เพ็ตทูเนียก็กำลังเพ้อฝันถึงช่วงเวลาที่เขาจะนำแหวนมาสวมลงที่นิ้วของเธอ

เมื่อถึงเวลา เวอร์นอน เดอร์สลีย์ วางแผนขอแต่งงานด้วยการคุกเข่าในห้องนั่งเล่นของแม่ แน่นอนที่สุดว่า เพ็ตทูเนีย ตอบรับคำขอนั้นในทันที ความกังวลอย่างเดียวในวันที่แสนสุขของเธอ คือความกลัวที่ว่าคู่หมั้นของเธอจะคิดอย่างไรกับน้องสาวของเธอ ซึ่งอยู่ระหว่างเรียนปีสุดท้ายที่โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ เวอร์นอนที่เป็นเหมือนทุกๆ คนที่เหมาะจะใส่รองเท้าสีน้ำตาลพร้อมสูทสีดำ เขาจะคิดยังไงกับหญิงสาวที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ของเธอใส่เสื้อคลุมยาวๆ และร่ายคาถา นั่นเป็นสิ่งที่เพ็ตทูเนียไม่สามารถเลิกคิดถึงมันได้

เธอสารภาพความจริงระหว่างออกเดทด้วยคราบน้ำตา ในรถคันสีดำของเวอร์นอน ที่มองลงไปเห็นร้านขายขนม ซึ่งเวอร์นอนเพิ่งซื้อขนมหน้าโรงหนังมาให้ เป็นอย่างที่เพ็ตทูเนียคิด เวอร์นอนช็อคมาก แต่เวอร์นอนก็บอกกับเพ็ตทูเนียอย่างเคร่งขรึมว่าเขาไม่เคยใส่ใจ เรื่องที่เธอมีน้องสาวแปลกประหลาด เพ็ตทูเนียโผเข้าหาเขาด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง รวดเร็วจนเขาตกใจและทำไส้กรอกชุบแป้งทอดของเขาตก

การพบกันครั้งแรกระหว่างลิลี่ และแฟนของเธอ เจมส์ พอตเตอร์ กับคู่รักที่กำลังหมั้นหมายกันนั้นค่อนข้างแย่ และความสัมพันธ์ยิ่งดิ่งลงไปอีก เมื่อสิ่งที่เจมส์พยายามแสดงออกกลายเป็นเรื่องน่าขันสำหรับเวอร์นอน และแม้เวอร์นอนพยายามจะไม่อคติกับเจมส์ ด้วยการถามเขาว่าขับรถแบบไหน แต่เจมส์กลับพูดถึงไม้กวาดบินของเขาแทน เวอร์นอนโวยวายและทึกทักไปเองว่าพ่อมดนั้นใช้ชีวิตอยู่ด้วยเงินชดเชยการว่างงาน เจมส์ก็อธิบายเกี่ยวกับกริงกอตส์และความโชคดีที่พ่อแม่ของเขาเก็บทองบางส่วนไว้ให้เขาที่นั่น เวอร์นอนบอกตัวเองไม่ได้ว่ากำลังสนุกหรือไม่ และกำลังโกรธรึเปล่า เย็นวันนั้นจบลงด้วยการที่เวอร์นอนกับเพ็ตทูเนียเดินออกจากร้านอาหาร ในขณะที่ลิลี่ร้องไห้อย่างหนัก และเจมส์ (ละอายใจตัวเองเล็กน้อย) สัญญาว่าเขาจะทำดีกับเวอร์นอนมากขึ้นในครั้งหน้า

มันเป็นไปไม่ได้ เพ็ตทูเนียไม่ต้องการให้ลิลี่มาเป็นเพื่อนเจ้าสาว เพราะเพ็ตทูเนียพยายามจะทำให้เธอหายไป ลิลี่เสียใจมาก เวอร์นอนปฏิเสธที่จะพูดกับเจมส์ตอนต้อนรับหน้างาน และวิจารณ์เจมส์ในระยะที่เจมส์ได้ยิน ‘พวกนักมายากลง่อยๆ’ หลังจากแต่งงานไปเพ็ตทูเนียยิ่งทำตัวเหมือนเวอร์นอนมากขึ้น เธอชอบบ้านเลขที่ 4 ที่เรียบร้อยในซอยพรีเว็ต ตอนนี้เธอปลอดภัยจากสิ่งที่ทำอะไรพิลึกพิลั่นแล้ว อย่าง กาน้ำที่ร้องเป็นทำนองทันทีเมื่อเธอผ่านไป หรือการสนทนายาวๆ ที่เธอไม่เข้าใจ อย่างเช่น ‘ควิดดิช’ หรือ ‘การแปลงร่าง’ เธอและเวอร์นอนเลือกที่จะไม่ไปร่วมงานแต่งงานของลิลี่กับเจมส์ การติดต่อทางจดหมายครั้งสุดท้ายที่เธอได้รับจากลิลี่ และ เจมส์ คือข่าวแจ้งเกิดของแฮร์รี่ เธอมองจดหมายนั้นด้วยความหยามเหยียด แล้วเพ็ตทูเนียก็โยนมันทิ้งถังขยะทันที

แปลและเรียบเรียง: Dimitriz Bell

JKR_outside_Privet_Drive_illustration

การพบหลานชายกำพร้านอนอยู่หน้าบันไดบ้านในหนึ่งปีต่อมาสร้างความตกใจอย่างถึงที่สุด แถมจดหมายที่มาแนบมากับหลานยังแสดงให้เห็นว่าพ่อแม่ของเขาถูกสังหาร และขอให้พวกเดอร์สลีย์รับเลี้ยงดูเขา ซึ่งอธิบายได้ว่า ด้วยความที่ลิลี่ยอมเสียสละชีวิตของตัวเองให้ลูกชาย ทำให้แฮร์รี่ปลอดภัยจากการตามแก้แค้นของลอร์ดโวลเดอมอร์ตราบเท่าที่เขาเรียกสถานที่ที่สายเลือดของเขาอยู่ว่าบ้าน นี่หมายความว่าบ้านเลขที่ 4 ซอยพรีเว็ต เป็นสถานที่คุ้มภัยแห่งเดียวของเขา

ก่อนหน้าที่แฮร์รี่จะมาถึงนั้น เพ็ตทูเนียมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะปิดบังเรื่องทั้งหมดของน้องสาวเธอ เธอมีความรู้สึกผิดซ่อนอยู่ในเรื่องที่ตัดน้องสาว (ที่เธอรู้อยู่ในใจลึกๆ ว่ารักเธอมาตลอด) ออกจากชีวิต แต่ความรู้สึกเหล่านั้นถูกฝังกลบอยู่ภายใต้ความริษยาและขมขื่น เพ็ตทูเนียยังได้ฝังความหวังไว้ลึกในใจของเธอ (และไม่เคยสารภาพกับเวอร์นอน) ว่าจะมีสัญญาณของเวทมนตร์ในตัวเองและได้เข้าเรียนที่ฮอกวอตส์บ้าง

การได้อ่านข้อความน่าตกใจในจดหมายของดัมเบิลดอร์ซึ่งบอกว่าลิลี่ตายอย่างกล้าหาญ ทำให้เพ็ตทูเนียไม่มีทางเลือกนอกจากต้องรับเลี้ยงแฮร์รี่และเลี้ยงร่วมไปกับดัดลีย์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอ เธอเลี้ยงแฮร์รี่อย่างไม่เต็มใจนักและใช้ชีวิตวัยเยาว์ของแฮร์รี่ทำโทษเขาสำหรับสิ่งที่เธอเลือก ส่วนลุงเวอร์นอนไม่ชอบแฮร์รี่เช่นเดียวกับเซเวอร์รัส สเนป ตรงที่แฮร์รี่มีความคล้ายคลึงกับพ่อของเขา ซึ่งทั้งสองคนไม่ชอบอย่างมาก

การที่โกหกแฮร์รี่เรื่องการตายของพ่อแม่ ส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากความหวาดกลัวของพวกเดอร์สลีย์เอง พ่อมดศาสตร์มืดที่มีอำนาจอย่างลอร์ดโวลเดอมอร์ทำให้พวกเขากลัวเกินกว่าจะคิดอะไรได้ และเช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ ที่รบกวนจิตใจและไม่น่าอภิรมย์ พวกเขาเลือกผลักมันออกไปให้พ้นใจและสร้างเรื่อง ‘ตายในอุบัติเหตุรถชน’ ให้สอดคล้องกันจนตัวเองก็เกือบจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ว่าเพ็ตทูเนียจะเกิดมาใกล้ชิดกับแม่มด แต่เธอยังยืนยันที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เกี่ยวกับเวทมนตร์ เธอและเวอร์นอนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่น่าปวดหัวว่าพวกเขาจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อบีบให้เวทมนตร์หายไปจากตัวแฮร์รี่ และด้วยความตั้งใจที่จะโยนจดหมายที่มาจากฮอกวอตส์ในวันเกิดอายุครบ 11 ปีของแฮร์รี่ทิ้ง เธอกับเวอร์นอนกลับมาสู่ความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าแม่มดไม่สามารถเดินข้ามน้ำได้ เพราะเธอมักเห็นลิลี่กระโดดลงธารน้ำ และกระโดดไปตามก้อนหินในวัยเด็กอยู่บ่อยครั้ง แต่เธอกลับต้องตกตะลึง เมื่อแฮกริดสามารถหาทางฝ่าคลื่นพายุคลั่งในทะเลมายังกระท่อมบนก้อนหินได้อย่างง่ายดาย

 แปลและเรียบเรียง: Lilaclala Hunter

 

แนวคิดของ เจ.เค.โรว์ลิ่ง

JKR_Harry_and_the_Dursleys_illustration

เวอร์นอน และ เพ็ตทูเนีย ถูกเรียกโดยตรงจากผู้สร้าง และไม่เคยปรากฏในรายชื่อทดลองที่รอการพิจารณาอย่างที่ตัวละครตัวอื่นๆ ได้รับ ‘เวอร์นอน’ เป็นชื่อที่ฉันไม่ค่อยให้ความสนใจนัก ส่วน ‘เพ็ตทูเนีย’ เป็นชื่อที่ฉันมักจะตั้งให้กับตัวละครหญิงซึ่งนิสัยไม่ค่อยดี ในเกมที่ฉันเล่นกับน้องสาว (ไดแอนน์) เมื่อครั้งเยาว์วัย ฉันเอาชื่อนี้มาจากไหน ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน จนกระทั่งเพื่อนคนหนึ่งเอาซีรีย์ในรายการโทรทัศน์ ซึ่งฉายตอนเด็กๆ มาให้ดู (เขาชอบเก็บสะสมของพวกนี้ไว้ในแลปท็อป) หนึ่งในนั้นมีแอนิเมชั่นเกี่ยวกับคู่สามีภรรยาคู่หนึ่ง ที่นั่งอยู่ริมหน้าผา มีความสุขกับการปิกนิกและการมองชายจมน้ำตายในทะเลเบื้องล่าง (แรงผลักดันของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือไม่มีคลื่นซัดกลับมา และไม่มีใครเรียกเจ้าหน้าที่ช่วยคนตกน้ำ) สามีเรียกภรรยาของเขาว่า เพ็ตทูเนีย สาเหตุที่ฉันจำไม่ได้ว่าเอาชื่อนี้มาจากไหน อาจจะเป็นเพราะฉันไม่เคยพบเจอใครชื่อ เพ็ตทูเนีย มาก่อน จิตใต้สำนึกเป็นอะไรที่แปลกประหลาดมาก เพราะจริงๆแล้ว ตัวละครเพ็ตทูเนียนั้น เป็นหญิงอ้วนอารมณ์ดี ดังนั้น สิ่งที่ฉันเอามาจากตัวละครตัวนี้คงจะมีเพียงแค่ชื่อเท่านั้น

ส่วนนามสกุล ‘เดอร์สลีย์’ เอามาจากชื่อเมืองใน กลอสเตอร์ไชร์ (Gloucestershire) ซึ่งไม่ห่างจากสถานที่ที่ฉันเกิดนัก ฉันไม่เคยไปที่เดอร์สลีย์ และคาดหวังว่าที่นั่นจะมีแต่ผู้คนที่นิสัยดี ดูเหมือนชื่อที่ฉันเอามา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนั้นเลย

แปลและเรียบเรียง: Vincent Brown @Muggle-V.com

พวกเดอร์สลีย์เป็นพวกที่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางสังคม มีอคติ ใจแคบ ขาดความรู้และดันทุรัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันชอบน้อยที่สุด ฉันอยากจะบอกว่า ในหนังสือเล่มสุดท้าย สิ่งดีๆ บางอย่าง (ความรักของน้องสาวเธอที่ถูกลืมไปนานและการคำนึงได้ว่าเธออาจจะไม่ได้เห็นดวงตาของลิลี่อีกเลย) เกือบดิ้นรนออกมาจากป้าเพ็ตทูเนียตอนบอกลาแฮร์รี่เป็นครั้งสุดท้าย แต่ก็นั่นแหละ เธอไม่ยอมรับมันหรือแสดงความรู้สึกที่ฝังรากหยั่งลึกนั้นออกมาได้ แม้ว่าผู้อ่านบางคนอยากได้อะไรมากกว่านี้จากป้าเพ็ตทูเนียตอนจากลากัน แต่ฉันยังคิดว่าให้เธอแสดงท่าทีออกมาในแบบที่เธอคิดและรู้สึกมาตลอดในหนังสือทั้งเจ็ดเล่มจะดีกว่า

ดูเหมือนว่า ไม่มีใครคาดหวังอะไรที่ดีกว่าเดิมจากลุงเวอร์นอน ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรเลยในเรื่องนี้

 แปลและเรียบเรียง: Lilaclala Hunter


ต้นฉบับภาษาอังกฤษ: https://www.pottermore.com/writing-by-jk-rowling/vernon-and-petunia-dursley

Show Comments

No Responses Yet

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.