บทสัมภาษณ์ เจ.เค.โรว์ลิ่ง โดย สตีเฟน ฟราย (26 มิถุนายน 2003)

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นเอกสารเก่า ที่ได้มาจากเว็บไซต์ Nanmeebooks.com เมื่อนานมาแล้ว เลยขออนุญาตเก็บรวบรวมไว้อ่านเล่นนะครับ ซึ่งเป็นบันทึกการสัมภาษณ์ เจ.โค.โรว์ลิ่ง โดย สตีเฟ่น ฟราย ที่รอยัลอัลเบิร์ตฮอล วันที่ 23 มิถุนายน 2003 ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนั้น แต่เป็นเพียงบางส่วนที่คัดออกมาเป็นสาระน่าสนใจครับ ———————————————–   อย่าเพิ่งอ่านเล่มห้า ถ้ายังไม่ได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้! อ.สุมาลี อุตส่าห์วางมือจากการแปล Harry Potter and the Order of …

แฮร์รี่และดัดลีย์: ความหวังในอนาคต?

มีคนเคยบอกฉันสองสามคนว่าพวกเขาหวังจะได้เห็นดัดลีย์ที่คิงส์ครอสในบทส่งท้าย เดินทางมากับลูกที่เป็นผู้วิเศษ ฉันต้องยอมรับว่ามันมีผุดเข้ามาในหัวบ้างเหมือนกันว่าฉันจะเขียนแบบนั้นบ้าง แต่เมื่อคิดดี ๆ สักพักแล้ว ฉันก็แน่ใจว่าพันธุกรรมผู้วิเศษที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาจะไม่มีทางเหลือรอดออกมาแน่เมื่อเจอกับดีเอ็นเอของลุงเวอร์นอน ฉันเลยไม่ได้เขียนมันออกมา อย่างไรก็ตาม ฉันรู้ว่าหลังจากความพยายามอย่างกล้าหาญของดัดลีย์ที่เลือกจะปรองดองกับแฮร์รี่ในตอนต้นของเครื่องรางยมทูต ลูกพี่ลูกน้องสองคนนี้จะยังคงส่งการ์ดคริสต์มาสหากันและกันไปตลอดชีวิต และแฮร์รี่ก็จะพาครอบครัวของเขาไปเยี่ยมครอบครัวของดัดลีย์บ้างเวลาผ่านไปย่านใกล้เคียง (ซึ่งทั้งเจมส์, อัลบัส และลิลี่ รู้สึกไม่อยากจะไป) Harry and Dudley: Future Hope? A couple of people have told me that …

กิลเดอรอย ล็อกฮาร์ต

เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่ฉันเคยบรรยายลักษณะของตัวละครด้วยการอ้างถึงใครบางคนที่ฉันเคยพบ  แม้จะดูเหมือนว่าคนแบบนั้นไม่น่าจะมีตัวตนอยู่จริง ซึ่งตัวละครที่ว่านั้นก็คือ กิลเดอรอย ล็อกฮาร์ต ฉันยืนยันได้เลยว่าคนที่เป็นต้นแบบของกิลเดอรอย ล็อกฮาร์ตน่ะ น่ารังเกียจกว่าแบบจำลองของเขาเป็นไหนๆ เขาคนนั้นเคยคุยโม้ไว้มากมายเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีต ซึ่งทั้งหมดถูกแต่งเติมให้ดูเหมือนว่าเขาช่างเป็นคนเลิศเลอ กล้าหาญชาญชัย และฉลาดหลักแหลม บางทีเขาอาจไม่เคยเชื่อจริงๆ เลยก็ได้ ว่าตัวเองจะเป็นแบบนั้นได้ ก็เลยต้องกลบปมด้อยของตัวเองด้วยสิ่งโป้ปดเหล่านั้น แต่ฉันเกรงว่าเขาคงไม่เคยค้นลึกลงไปในใจของตัวเองได้ขนาดนั้นหรอก คุณอาจคิดว่าฉันใจร้ายไปหน่อยที่พรรณนาเขาให้กลายเป็น กิลเดอรอย แต่คุณมั่นใจได้เลยว่าเขาไม่เคยคิดอย่างนั้นหรอก ฉันมั่นใจว่าเขาจะบอกใครๆ ว่าเขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับบุคลิกของ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ เขาอาจขอลงนามในหนังสือของฉัน และให้ฉันใส่เครดิตความดีความชอบให้เขาอย่างไร้ปราณี

มาฟัลด้า (ถ้วยอัคนี)

ก่อนหน้านี้ฉันเคยพูดถึงลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งของครอบครัววีสลีย์ ซึ่งทำให้เนื้อหาในตอนถ้วยอัคนีค่อนข้างจะยาว ก่อนที่สุดท้ายฉันจะตัดบทบาทของเธอออกไป จริงๆ แล้วฉันชอบลักษณะนิสัยของเธอ และไม่ต้องการจะเสียเธอไป แต่เพราะเธอไม่ทำในสิ่งที่ควรจะทำ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเธอที่จะได้ไปต่อ มาฟัลด้าเป็นลูกสาวของ ‘ลูกพี่ลูกน้องห่างๆ ที่เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์’ ซึ่งถูกกล่าวถึงในตอนศิลาอาถรรพ์ (ในเนื้อเรื่องนั้น รอนบอกแฮร์รี่ว่าเขาเป็นนักบัญชี (ศิลาอาถรรพ์ น.124) – ผู้แปล) นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ผู้นี้เคยทำตัวหยาบคายกับนายและนางวีสลีย์มาก่อน แต่เมื่อเขาและภรรยา (ซึ่งเป็นมักเกิ้ล) ไม่สะดวกที่จะดูแลลูกสาวที่เป็นแม่มด พวกเขาจึงหวนกลับมาหาครอบครัววีสลีย์ เพื่อขอร้องให้พวกวีสลีย์ช่วยแนะนำมาฟัลด้าเข้าสู่ชุมชนผู้วิเศษ ก่อนที่เธอจะเริ่มเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ ครอบครัววีสลีย์ตกลงใจจะให้เธอมาอยู่ด้วยในช่วงฤดูร้อน รวมทั้งพาไปร่วมงานควิดดิชเวิลด์คัพด้วย แต่ทว่าที่ทำไปทั้งหมดนี้เป็นเรื่องน่าเศร้าในทันที เมื่อนางวีสลีย์สงสัยว่าพ่อแม่ของมาฟัลด้าต้องการผลักไสเธอไปสักพักอย่างไม่ …

ฉากเปิดตัวบทต่างๆ ในศิลาอาถรรพ์

ฉันเขียนบทแรกของ ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์’ ไว้หลายรูปแบบ และแบบสุดท้ายที่ฉันหมายตาเอาไว้ ก็ไม่ใช่แบบที่ฉันชื่นชอบมากที่สุดจากที่เขียนไว้ทั้งหมดหรอกนะ หลายๆ คนเคยบอกฉันว่ามันยากนะที่จะเอามาเปรียบเทียบกับส่วนอื่นๆ ที่เหลือในหนังสือ ปัญหาของบทแรก (และก็เป็นเหมือนๆ กันกับเล่มอื่นๆ ในหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์เลยทีเดียว) ก็คือฉันต้องให้ข้อมูลต่างๆ มากมาย โดยต้องเก็บบางอย่างไว้เป็นความลับด้วย อย่างในฉากที่คุณได้เห็นกันไปแล้ว ตอนที่โวลเดอมอร์เข้าไปในหมู่บ้านก็อดดริกส์โฮลโล่ และฆ่าครอบครัวพอตเตอร์ ฉันก็เขียนไว้หลายแบบมาก และในฉบับร่างฉบับแรกๆ ก็มีมักเกิ้ลคนหนึ่งเป็นผู้เปิดเผยที่อยู่ของครอบครัวพอตเตอร์ แต่สุดท้าย ในเรื่องราวที่ถูกปรับปรุงขึ้นมาอย่างที่ได้อ่านกัน กลายเป็นเพ็ตติกรูว์ที่เป็นฝ่ายทรยศเปิดเผยความลับนั้น ส่วนมักเกิ้ลน่ากลัวคนนั้นก็สูญหายไปจากเนื้อเรื่อง ส่วนฉบับร่างอื่นๆ …

ครุกแชงก์ (Crookshanks)

ต้องออกตัวว่า ฉันเองไม่ค่อยพิศวาสแมวเท่าไรนัก จะว่าไป ฉันก็เหมือนแฮกริดนั่นล่ะ คือแพ้แมวและค่อนข้างรักใคร่พวกสุนัขมากกว่า  แต่มันก็มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง เพราะตอนที่ทำงานอยู่ลอนดอนในช่วงปลายทศวรรษ 1980 นั้น วันไหนที่แดดดี ๆ หน่อย ฉันมักออกไปหามื้อกลางวันทานที่ร้านในจัตุรัสใกล้ ๆ และที่นั่นจะมีแมวตัวใหญ่ขนฟูสีแดงส้ม ใบหน้าบู้บี้อย่างกับว่ามันเพิ่งวิ่งไปชนกำแพงมา เที่ยวเดินด้อม ๆ มอง ๆ ผู้คนที่ออกมารับแดดแถวนั้น ซึ่งฉันทึกทักเอาเองว่ามันน่าจะอาศัยอยู่แถวบ้านนั่นล่ะ แม้จะไม่เคยเสี่ยงหาเหตุให้ตัวเองภูมิแพ้กำเริบ แต่ฉันก็พบว่าตัวเองพอใจที่จะมองดูแมวตัวนี้อยู่ห่าง ๆ เสมอ เพราะมันมักดอมดมผู้คน ทำท่าเหยียดหยามคนนั้นคนนี้และไม่ยอมให้ใครลูบตัวมันเลย  เมื่อฉันตัดสินใจจะสร้างแมวฉลาดเกินธรรมดาเป็นสัตว์เลี้ยงให้เฮอร์ไมโอนี่สักตัวหนึ่ง …

บทเปิดเรื่องของหนังสือเล่มที่ 6

ฉันเกือบจะใช้บทเปิดเรื่องในลักษณะนี้มาแล้วทั้งใน ‘ศิลาอาถรรพ์’ (นั่นคือหนึ่งในหลาย ๆ บทเปิดเรื่องที่ถูกโยนทิ้งไป), ‘นักโทษแห่งอัซคาบัน’ แล้วก็ ‘ภาคีนกฟีนิกซ์’ แต่สุดท้ายแล้วก็นี่แหละ มันใช้ได้ดีสำหรับเล่ม 6 นี้ เพราะฉะนั้นมันจึงยังคงอยู่ในหนังสือ นั่นล่ะที่ฉันพยายามจะเล่าให้ฟัง แต่อยากให้รู้กันในทุก ๆ ครั้งที่คุณอ่านบทนั้น ว่ามันต้องใช้เวลากว่า 13 ปีเชียวนะ กว่าจะกลั่นบทเปิดเรื่องแบบนั้นออกมาได้

ปูมหลังของดีน โทมัส (ห้องแห่งความลับ)

ใครก็ตามที่เคยอ่านหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ ทั้งฉบับอเมริกันและฉบับอังกฤษ จะสังเกตว่าบุคลิกลักษณะของ ดีน โทมัส ไม่ถูกกล่าวถึงในฉบับอังกฤษ ทั้งที่ฉบับอเมริกันได้บรรยายถึงเขาไว้ (ในบท “หมวกคัดสรร”) นั่นเป็นเพราะในฉบับอังกฤษถูกตัดส่วนนี้ออกไปโดยกองบรรณาธิการ บรรณาธิการของฉัน (เจ.เค.โรว์ลิ่ง) คิดว่าบทนั้นยาวเกินไป และตัดทุกอย่างที่เขาคิดว่าไม่จำเป็นออกไป อย่างไรก็ตาม เมื่อมันกลายเป็นการแสดงในภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ในแบบฉบับอังกฤษ ฉันได้บอกผู้กำกับคือคริส ว่าดีนเป็นชาวลอนดอนผิวดำ ที่จริงแล้วฉันคิดว่าคริสออกจะงงๆ อยู่เล็กน้อยกับปริมาณข้อมูลที่ฉันมี สำหรับคุณลักษณะปลีกย่อยเหล่านี้ ฉันมีข้อมูลที่เป็นปูมหลังของ ดีน โทมัส มากมาย …

Sony ประกาศเปิดตัว “Book of Potions” บน Playstation® 3

หลังจากที่ปีที่ผ่านมา Sony และ Pottermore ได้ประกาศเปิดตัวเครื่องเล่นใหม่ Wonderbook ที่ใช้เล่นควบคู่กับ Playstation 3 โดยใช้ผลงานของ เจ.เค.โรว์ลิ่ง ในการเปิดตัวเครื่องเล่นใหม่นี้ในชื่อว่า Book of Spells ซึ่งเขียนขึ้นโดย มิรันดา กอซฮ็อก ตำราเล่มนี้มีอายุถึง 200 ปีเลยทีเดียว ล่าสุด เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทาง Sony ก็ได้ประกาศเปิดตัวหนังสือมหัศจรรย์เล่มใหม่ ในชื่อ Book of Potions …

ภาพบุคคลในฮอกวอตส์ (Hogwarts Portraits)

เนื้อหาใหม่จาก เจ.เค.โรว์ลิ่ง บุคคลภายในภาพเหมือนของฮอกวอตส์นั้น สามารถพูดคุยหรือขยับไปมาจากภาพหนึ่งไปสู่อีกภาพหนึ่งได้ โดยพวกเขานั้นจะประพฤติตัวตามบุคคลต้นแบบ อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการโต้ตอบของเหล่าภาพเสมือนนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทักษะฝีไม้ลายมือของจิตรกร แต่เป็นพลังอำนาจของพ่อมดแม่มดที่วาดขึ้นมาต่างหาก เมื่อรูปวาดวิเศษถูกซื้อไป จิตรกรพ่อมดแม่มดจะใช้เวทมนตร์กับผลงานของตน เพื่อให้มั่นใจว่ารูปเหล่านั้นจะขยับหรือประพฤติตนในทางที่ถูกต้อง พวกรูปภาพสามารถพูดประโยคประจำตัว หรือเลียนแบบท่าทางบุคคลในภาพได้ ด้วยเหตุนี้ รูปภาพของเซอร์คาโดแกน จึงท้าทายการสู้รบกับผู้คนต่างๆ, ตกจากหลังม้า และทำตัวใจร้อนไม่เหมาะสมตลอดเวลา นี่คือนิสัยของเซอร์คาโดแกน ที่พ่อมดจิตรกรผู้น่าสงสารคิด และได้วาดภาพเหมือนท่านเซอร์ขึ้นมา ในขณะที่รูปภาพสุภาพสตรีอ้วนยังคงดื่มด่ำปรนเปรอตัวเองไปกับอาหารชั้นเยี่ยม เครื่องดื่มเลิศรส และระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ถึงกระนั้น ไม่มีรูปภาพเหมือนรูปใด ที่สามารถพูดคุยหรือพิจารณาเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว หรือแง่มุมซับซ้อนของบุคคลในภาพได้ …