ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone)

ครีเดนซ์ แบร์โบน เป็นลูกบุญธรรมคนแรกของ แมรี่ ลู แบร์โบน ผู้นำกลุ่มเซเล็มที่สอง ซึ่งเป็นกลุ่มเคร่งศาสนาที่ต่อต้านการมีอยู่ของผู้วิเศษและเวทมนตร์

ครอบครัว

ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่าครอบครัวเดิมของครีเดนซ์คือใคร มาจากไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้คือเขากำเนิดมาจากครอบครัวผู้วิเศษ และแม่ของครีเดนซ์เป็นแม่มด ซึ่งครอบครัวเดิมของครีเดนซ์น่าจะมีพลังเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งไม่น้อย ก่อนจะได้รับการอุปการะให้อยู่ในตระกูลแบร์โบน ในการเลี้ยงดูของ แมรี่ ลู แบร์โบน

ประวัติ

ครีเดนซ์ แบร์โบน เติบโตขึ้นมาภายใต้การเลี้ยงดูของแมรี่ ลู แบร์โบน แม่ที่รับเขามาอุปการะ และเลี้ยงดูไว้ในโบสถ์เซเล็มที่สองของเธอ

ก่อนเดือนธันวาคม 1926 มือปราบมารพอร์เพนตินา โกลด์สตีน ได้พบกับครีเดนซ์ ซึ่งในระหว่างการพบกันครั้งนั้นเธอเห็นการทรมานที่แมรี่ ลูใช้ควบคุมครีเดนซ์ จนเผลอใช้เวทมนตร์กับโนแมจ และการใช้เวทมนตร์ดังกล่าวยังกระทำต่อหน้าโนแมจหรือมักเกิ้ลหลายคน ซึ่งผิดกฎการเปิดเผยความลับของมาคูซา เป็นเหตุให้เธอถูกปลดจากตำแหน่งมือปราบมาร แต่เธอก็ยังคงแอบติดตามและเฝ้าดูกลุ่มเซเล็มที่สองอยู่เสมอแม้จะไม่ได้เป็นมือปราบมารแล้วก็ตาม

และในช่วงที่สื่อเวทมนตร์รายงานการหายตัวไปของกรินเดลวัลด์ ซึ่งคาดเดาได้ว่าเป็นช่วงที่เขาปลอมตัวเป็นเพอร์ซิวาล เกรฟส์ เพื่อตามหาเด็กที่เป็นออบสคูเรียลแล้ว และเพราะแผนการนี้เองเขาจึงพยายามสร้างความไว้วางใจกับครีเดนซ์ เพื่อหวังให้เขาช่วยค้นหาเด็กที่เขาเห็นในนิมิตว่าเป็นออบสคูเรียล

6 ธันวาคม 1926 หลังจากการเข้าพบเฮนรี่ ชอว์ เพื่อขอแรงสนับสนุนกลุ่มเซเล็มที่สอง และถูกปฏิเสธด้วยการแสดงออกที่หยาบคายจากเฮนรี่ ชอว์ จูเนียร์ ครีเดนซ์จึงใช้พลังออบสคูรัสในตัวของเขาสังหารเฮนรี่ ชอว์ จูเนียร์ กลางงานเลี้ยง

7 ธันวาคม 1926 เพื่อทำตามความต้องการของกรินเดลวัลด์ (ในร่างของเกรฟส์) ซึ่งเขาหลอกใช้ครีเดนซ์ให้ค้นหาเด็กที่อายุไม่เกินแปดปีและมีเวทมนตร์ ซึ่งอยู่ใกล้ตัวแมรี่ ลู เพราะตอนนั้นกรินเดลวัลด์เชื่อมั่นตามหลักฐานที่มีมานานว่าออบสคูเรียลจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้เกิน 10 ปี ในที่สุดครีเดนซ์ก็พบเด็กคนที่กรินเดลวัลด์น่าจะต้องการตัว จากไม้กายสิทธิ์ของเล่นที่พบในห้องนอนของ โมเดสตี้ แบร์โบน น้องสาวบุญธรรมคนสุดท้อง และเพราะการพบไม้กายสิทธิ์ของเล่นนี้เองทำให้ แมรี่ ลู โกรธและไม่พอใจครีเดนซ์อย่างมาก เพราะคิดว่าเขาพัวพันกับเวทมนตร์ จึงพยายามลงโทษและเล่นงานเขาด้วยเข็มขัดหนังอย่างที่เคยทำมาตลอด แต่สุดท้ายโมเดสตี้ก็ออกมายอมรับว่าไม้กายสิทธิ์นั้นเป็นของเธอเอง ทว่าแมรี่ ลูก็เผลอทำให้ครีเดนซ์โกรธจัดเพราะพูดดูถูกแม่แท้ๆ ของตนจนระเบิดพลังออบสคูรัสออกมา และทำให้เธอ รวมถึงแชสติตี้ แบร์โบน เสียชีวิตไปในคืนนั้น

ครีเดนซ์: แม่…

แมรี่ ลู แบร์โบน: ฉันไม่ใช่แม่แก! แม่ของแกเป็นผู้หญิงร้ายกาจและวิกลจริต!

คืนวันที่ 7 ธันวาคม 1926 ครีเดนซ์ที่ถูกกรินเดลวัลด์ (ในร่างของเกรฟส์) เข้าใจว่าเป็นสควิบ เพราะเขาเกิดมาจากครอบครัวผู้วิเศษแต่ไม่แสดงความสามารถทางเวทมนตร์ออกมา จึงถูกเข้าใจว่าเขาเป็นสควิบ แต่ความจริงแล้วครีเดนซ์กลับเป็นออบสคูเรียลซึ่งเขาตามหา แถมยังมีอายุมากกว่าที่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ผู้วิเศษ เมื่อถูกไล่บี้ไปจนถึงสถานีรถไฟใต้ดิน ทีน่า โกลด์สตีนพยายามช่วยเหลือและแสดงความห่วงใยอย่างแท้จริงกับครีเดนซ์ แต่ก็ถูกขัดขวาง ท้ายที่สุดเขาถูกประธานเซราฟินา พิกเคอรี สั่งให้มือปราบมารลงมือสังหารตอนที่เขาเป็นออบสคูรัส ทว่าเศษชิ้นส่วนเวทมนตร์ของเขาที่ไม่ได้ถูกทำลายไปในครั้งนั้นได้หลบหนีไปในเช้าวันที่ 8 ธันวาคม และดูเหมือนจะมีเพียง นิวท์ สคามันเดอร์ คนเดียวเท่านั้นที่สังเกตเห็นเศษพลังดังกล่าว

ในปี 1927 การรอดชีวิตและหลบหนีของครีเดนซ์ในตอนท้ายของภาคแรก เป็นไปได้ว่าจะผลักให้เขาเข้าไปอยู่กับคณะละครสัตว์วิเศษของสเกนเดอร์ (Skender) และได้พบกับหญิงสาวที่ยังไม่ปรากฎนามแต่เป็นมาเลดิกตัสในคณะละครสัตว์ ซึ่งเธอกับครีเดนซ์มีความคล้ายคลึงกันตรงที่พวกเขามีสิ่งชั่วร้ายอยู่ในตัว ครีเดนซ์มีออบสคูรัสอยู่ภายใน ขณะที่เธอถูกคำสาปทางสายเลือดให้ต้องกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด [อ้างอิง]

Ezra Miller รับบท ครีเดนซ์ แบร์โบน

ความสามารถทางเวทมนตร์

  • ออบสคูเรียล: เขาเป็นพ่อมดที่สามารถกลายเป็นออบสคูรัสได้ ออบสคูรัสจะคงอยู่ในตัวของผู้ที่เป็นพ่อมดหรือแม่มดเท่านั้น และแน่นอนว่าครีเดนซ์ไม่ใช่สควิบ
  • เวทมนตร์ที่สูงกว่าคนธรรมดา: เป็นที่ทราบกันดีว่า ออบสคูเรียลในบันทึกวิชาการนั้นระบุว่าพวกเขาจะมีชีวิตคงอยู่ได้ไม่เกิน 10 ปี แต่ครีเดนซ์อยู่ได้นานกว่านั้น ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเขามีพลังเวทมนตร์ที่มากกว่าพ่อมดแม่มดธรรมดาทั่วไป

 

เกร็ดน่ารู้

  • ครีเดนซ์ แบร์โบน (Credence Barebone) ปรากฎตัวในภาพยนตร์สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ และภาพยนตร์สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์ (ภาค 2) ซึ่งแสดงโดย Ezra Miller

แสดงความเห็น