เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ (Gellert Grindelwald)

จากการคาดเดา เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ เกิดในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1882-3 (ขณะที่ดัมเบิลดอร์เกิดช่วงฤดูร้อนปี 1881) และเสียชีวิตในช่วงเดือนมีนาคม 1998 ในคุกนูร์เมนการ์ดของตนเอง รวมอายุโดยประมาณคือ 115 ปี

เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ เป็นนักเรียนของสถาบันเวทมนตร์เดิร์มสแตรงก์ (โรงเรียนที่สอนศาสตร์มืดอย่างจริงจังมายาวนาน) ก่อนจะก้าวขึ้นติดอันดับหนึ่งในพ่อมดศาสตร์มืดที่โด่งดังที่สุดในช่วงศตวรรษที่ 20 (ช่วงค.ศ. 1901 – 2000)

“ชื่อกรินเดลวัลด์นั้นเลื่องลือไปทั่วสมกับฐานะของเขา เขาเกือบขึ้นอันดับสูงสุดในรายชื่อพ่อมดศาสตร์มืดที่อันตรายที่สุดตลอดกาล..”
หนังสือ ชีวิตและเรื่องปดมดเท็จของอัลบัส ดัมเบิลดอร์, เครื่องรางยมทูต น.329

ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ เกิด ณ ประเทศใด คาดเดาว่าเป็นประเทศเยอรมนี เนื่องจากข้อความที่สลักบนหัวกะโหลกที่สร้างนิมิตของเขาสลักเป็นภาษาเยอรมัน นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในผู้เคยเป็นเจ้าของหรือครอบครองไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ ที่แกนกลางบรรจุด้วยขนหางเธสตรอลอีกด้วย ไม้กายสิทธิ์ซึ่งเขาขโมยมาจากเกรโกโรวิตช์ช่างทำไม้กายสิทธิ์ให้นักเรียนของเดิร์มสแตรงก์อีกต่อ

ช่วงชีวิตวัยรุ่น

gellertgrindelwaldharrypotterpagetoscreen

เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีผมสีบลอนด์ทองหยิกเป็นลอน เขาดูปราดเปรียวและร่าเริงกว่าดัมเบิลดอร์ (เครื่องรางยมทูต น.236)

“เขาได้รับการศึกษาที่เดิร์มสแตรงก์ โรงเรียนซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องการส่งเสริมศาสตร์มืดมาตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว กรินเดลวัลด์แสดงตนว่าเป็นคนเก่งเกินวัยเช่นเดียวกับดัมเบิลดอร์ แต่แทนที่จะใช้ความสามารถไปเพื่อประกาศนียบัตรและรางวัลต่างๆ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์กลับอุทิศตนให้แก่การแสวงหาสิ่งที่ต่างออกไป เมื่อเขาอายุสิบหกปี แม้แต่เดิร์มสแตรงก์เองก็ไม่อาจเพิกเฉยต่อการทดลองอันวิปริตของเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ได้ เขาจึงถูกไล่ออก”

-หนังสือ “ชีวิตและเรื่องปดมดเท็จของอัลบัส ดัมเบิลดอร์”, แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต น.329

ตามข้อมูลที่อาจเชื่อถือได้น้อยมากจากหนังสือ ชีวิตและเรื่องปดมดเท็จของอัลบัส ดัมเบิลดอร์ ระบุว่า เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ ถูกไล่ออกเพราะทำการทดลองประหลาดบางอย่างจนเป็นเหตุให้นักเรียนหลายคนได้รับบาดเจ็บปางตาย

กรินเดลวัลด์เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มีความเชื่อเรื่องเครื่องรางยมทูตที่จะเอาชนะยมทูตได้ ตามตำนานที่เล่าไว้ในนิทานสามพี่น้องของบีเดิลยอดกวี เขาทำสัญลักษณ์นี้ไว้บนกำแพงของเดิร์มสแตรงก์ตอนที่ยังเรียนอยู่ที่นั่นด้วย และเพราะความปักใจเชื่อนี้เองทำให้เขาออกค้นหาวัตถุเวทมนตร์ทั้งสามชิ้นนั้นอย่างมุ่งมั่น (ซึ่งความจริงแล้วมันทำให้เป็นนายแห่งยมทูตไม่ได้เลย เป็นเรื่องที่ปั้นแต่งขึ้นมาให้สนุกในแบบฉบับนิทานเท่านั้น)

ความสัมพันธ์กับอัลบัส ดัมเบิลดอร์

(ซ้าย) อัลบัส ดัมเบิลดอร์ (ขวา) เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์
(ซ้าย) อัลบัส ดัมเบิลดอร์ (ขวา) เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์

หลังเขาถูกไล่ออกจากเดิร์มสแตรงก์ ด้วยวัย 16 ปี (ราว ค.ศ. 1898-99) กรินเดลวัลด์ก็ตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศสองสามเดือน (ช่วงเวลาที่เขาออกค้นคว้าหาเครื่องรางยมทูต) แล้วย้ายมาเยี่ยม บาธิลดา แบ็กช็อต คุณยายน้อยของเขา หญิงชราผู้มีชื่อเสียงในฐานะนักเขียนหนังสือประวัติศาสตร์เวทมนตร์นั่นเอง ที่หมู่บ้านก็อดดริกส์โฮลโล่ ในอังกฤษ ซึ่งเขาได้เริ่มต้นรู้จักกับ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ ผ่านทางบาธิลดายายน้อยของเธอ ในขณะนั้นดัมเบิลดอร์อายุ 17 ใกล้ 18 ปี พึ่งจบการศึกษาจากฮอกวอตส์และมีแผนจะเดินทางไปจะกรีซแต่ทุกอย่างก็ต้องหยุดไปเมื่อ เคนดรา แม่ของดัมเบิลดอร์เสียชีวิตกะทันหันในฤดูร้อนนั้น (เครื่องรางยมทูต น.327-9)

การตัดสินใจมายังก็อดดริกส์โฮลโล่ของเขาก็เพื่อมาสำรวจจุดเริ่มต้นของสัญลักษณ์เครื่องรางยมทูต บนหลุมศพของอิกโนตัส เพฟเวอเรลล์ เพราะเครื่องรางยมทูตนี้เองที่ดึงดูดให้ทั้งเกลเลิร์ตและอัลบัสสนิทสนมกันมากเป็นพิเศษ ทั้งสองคบหากันในเวลาสั้นๆ เพียงสองเดือนเท่านั้น (เครื่องรางยมทูต น.659) เพราะทันทีที่แอรีอานนา ดัมเบิลดอร์ เสียชีวิต จากการทะเลาะเรื่องแผนการที่จะเอาผู้วิเศษออกจากที่ซ่อน ให้มักเกิ้ลได้รู้ถึงการมีอยู่และอยู่ภายใต้อำนาจของพ่อมดแม่มด แผนการที่ทำเพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่ มากกว่าน้องสาวที่อ่อนไหวง่ายของตนเอง การทะเลาะของกรินเดลวัลด์, อัลบัส และอาเบอร์ฟอร์ธ (น้องชายของอัลบัส) จนถึงขั้นลงมือใช้คาถากัน อาเบอร์ฟอร์ธถูกกรินเดลวัลด์เสกคำสาปกรีดแทงใส่ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้แอรีอานนาที่ยังเยาว์และควบคุมเวทมนตร์ตัวเองไม่ได้พยายามจะหยุดการต่อสู้นั้นจนเป็นเหตุให้เธอเสียชีวิตในที่สุด หลังจากเธอตายกรินเดลวัลด์ก็รีบกลับมาหาบาธิลดาและขอให้ยายน้อยเสกกุญแจนำทางส่งเขากลับบ้านทันที

ไม่มีหลักฐานปรากฏความสัมพันธ์เชิงรักใคร่ในตัวทั้งสองคนแน่ชัดนัก แต่ที่ยืนยันได้ก็คือดัมเบิลดอร์เป็นเกย์และหลงรักเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ ในช่วงที่คบหากันแม้จะช่วงเวลาสั้นๆ ตามคำให้สัมภาษณ์ของ เจ.เค.โรว์ลิ่ง ในปี 2007

การแผ่ขยายอำนาจศาสตร์มืด

grindelwald-attack

ครั้งหนึ่งในอดีตสมัยที่กรินเดลวัลด์และอัลบัสยังเป็นวัยรุ่น (ราวๆ ปี 1899) พวกเขาเคยมีแนวคิดที่จะล้มกฎหมายปกปิดความลับและยกพ่อมดแม่มดขึ้นปกครองมักเกิ้ล จากจุดมุ่งหมายนี้เองที่ทำให้กรินเดลวัลด์เพิ่มภารกิจใหม่นอกเหนือจากตามหาเครื่องรางยมทูต มามุ่งเน้นการทำเพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่ด้วย

ภายหลังจากที่กรินเดลวัลด์ทิ้งดัมเบิลดอร์มาจากก็อดดริกส์โฮลโล่ เขาจากไปพร้อมแผนยึดอำนาจ กับโครงการทรมานพวกมักเกิ้ล และการออกตามหาเครื่องรางยมทูต ในที่สุดเขาก็ค้นพบไม้กายสิทธิ์ทรงอำนาจและขโมยไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์นั้นมาจากเกรโกโรวิตช์ ช่างทำไม้กายสิทธิ์ที่ทำให้เด็กๆ เดิร์มสแตรงก์จนสำเร็จ และก่อสร้างคุกนูร์เมนการ์ด คุกซึ่งสลักคำขวัญ “เพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่” ที่ตั้งใจเพื่อให้เป็นที่กุมขังคนที่ต่อต้านเขา

“กรินเดลวัลด์ฆ่าคนมากมาย เช่นปู่ของฉันเป็นต้น เขาไม่เคยมีอำนาจในประเทศนี้หรอกน่ะ ว่ากันว่าเขากลัวดัมเบิลดอร์ — ซึ่งก็สมควรแล้วละ ถ้าดูจากจุดจบของเขา…”
– วิกเตอร์ ครัม (แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต น.143)

อำนาจของกรินเดลวัลด์ขยายไปไกลมากขึ้น แม้จะไม่ได้กร่ำกรายเข้ามาในเกาะอังกฤษ แต่ก็แผ่ขยายความหวาดกลัวไปในหลายประเทศรวมถึงความหวาดวิตกในอเมริกา ช่วงปี 1926 เมื่อหนังสือพิมพ์เวทมนตร์เดอะนิวยอร์กโกสต์ตีพิมพ์การคุกคามของกรินเดลวัลด์ในยุโรป วันที่ 28 พฤศจิกายน 1926 และการคุกคามของกรินเดลวัลด์ในฉบับวันที่ 6 ธันวาคม 1926 พวกเขาเชื่อว่าสัตว์ที่หลุดรอดจากกระเป๋าเดินทางของนิวท์เป็นฝีมือและความตั้งใจของผู้สนับสนุนกรินเดลวัลด์

ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่า เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ ใช้คาถาแปลงร่างขั้นสูงปลอมตัวเป็น เพอร์ซิวาล เกรฟส์ หัวหน้ามือปราบมารและมือขวาของประธานเซราฟิน่า พิกเคอรี แห่งมาคูซา (สภาเวทมนตร์แห่งสหรัฐอเมริกา) เมื่อไหร่ แต่คาดเดาได้จากหนังสือพิมพ์ว่าเขาปลอมตัวเป็นเกรฟส์ภายหลังจากที่หนังสือพิมพ์ประกาศว่า เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ หายตัวไปอย่างลึกลับ ในช่วงวันที่ 1-6 ธันวาคม 1926 และไม่ปรากฏจุดมุ่งหมายแน่ชัดในการปลอมตัวเข้ามา คาดเดาได้เพียงว่า มาคูซาเป็นมหาอำนาจทางเวทมนตร์หลักของทวีปอเมริกาจึงมีความมุ่งหวังจะเข้าแทรกแซงเพื่อขยายอำนาจของตัวเอง รวมถึงการตามหาเด็กที่มีพลังออบสคูรัสเพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญบางอย่างในการควบคุมมักเกิ้ลตามแนวคิดเดิมของเขา ทำให้เขาต้องหลอกล่อ ครีเดนซ์ แบร์โบน (ลูกเลี้ยงของ แมรี่ ลู แบร์โบน แกนนำกลุ่มเซเล็มที่สอง) เด็กหนุ่มซึ่งเขาคิดว่าเป็นสควิบ แต่แท้จริงแล้วเขาเป็นออบสคูรัสที่เก็บกดการใช้เวทมนตร์ของตัวเองไว้ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในอเมริกา

fb-ew-000232283_0_1

เขาถูกจับตัวได้ในเช้าของวันที่ 8 ธันวาคม 1926 ด้วยความสามารถด้านสัตว์วิเศษของนิวท์ สคามันเดอร์ ที่ใช้สวูปิงอีวิลในการจับกุมตัว และได้ความช่วยเหลือจาก พอร์เพนทินา โกลด์สตีน ที่เรียกไม้กายสิทธิ์ของเพอร์ซิวาล เกรฟส์ที่ตกอยู่ข้างตัวเขาด้วยคาถาแอ๊กคีโอ (ไม่ใช่ไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์) และนิวท์ใช้คาถาเผยความลับ (เรเวลิโอ) เพื่อเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเขาต่อหน้ามือปราบมาร และเซราฟิน่า พิกเคอรี

การหลบหนีจากคุกมาคูซา

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม 1927 เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ หลบหนีออกจากการจับกุมในระหว่างการขนย้ายกรินเดลวัลด์ออกจากมาคูซาไปยุโรป (อ้างอิงวันที่จากหน้าหนังสือพิมพ์ The New York Ghost จากหนังสือ The Archive of Magic) โดยได้ความช่วยเหลือจากสมุนอย่าง อะเบอร์นาธี ที่ทำงานในมาคูซามานาน

รวมระยะเวลาที่กรินเดลวัลด์อยู่ในการคุมขังที่มาคูซา 173 วัน (8 ธันวาคม 1926 – 30 พฤษภาคม 1927)

สิ้นสุดอำนาจ

หลังจากปล่อยให้กรินเดลวัลด์สร้างอำนาจอยู่ยาวนาน ในที่สุดดัมเบิลดอร์ก็เข้ามาจัดการกับกรินเดลวัลด์และเอาชนะเขาได้ในปี ค.ศ.1945 (แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต น.29) ว่ากันว่าคนที่รู้เห็นเหตุการณ์ครั้งนั้นบอกว่าการต่อสู้ของทั้งสองคนเป็นประวัติศาสตร์ เป็นเหตุการณ์สำคัญอย่างยิ่ง ทว่าอีกฝ่ายเห็นแย้งว่าการต่อสู้นั้นราบเรียบเพราะกรินเดลวัลด์แค่เสกผ้าเช็ดหน้าสีขาวที่ปลายไม้กายสิทธิ์ แล้วยอมแพ้ไป โดยไม่มีการต่อสู้…

จากความพ่ายแพ้ต่อดัมเบิลดอร์ กรินเดลวัลด์ก็ใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดอยู่ในคุกนูร์เมนการ์ดที่ตนเองสร้างขึ้น และแม้อำนาจของกรินเดลวัลด์จะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่การตีความความหมายของสัญลักษณ์ของเครื่องรางยมทูตว่าเป็นสัญลักษณ์ของกรินเดลวัลด์ก็ยังคงอยู่ต่อไป ดังจะเห็นได้จากปี 1997

“แต่นี่ — นี่เป็นสัญลักษณ์ของกรินเดลวัลด์ ฉันจำได้แม่น เขาสลักไว้บนกำแพงที่เดิร์มสแตรงก์ตอนเป็นนักเรียนที่นั่น แล้วพวกปัญญาอ่อนบางคนก็เอาไปวาดบนหนังสือหรือเสื้อผ้า เพราะอยากหลอกให้คนกลัว อยากให้คนประทับใจ — จนกระทั่งโดนครอบครัวเหยื่อกรินเดลวัลด์อย่างเราจัดการสั่งสอนซะ”
– วิกเตอร์ ครัม (แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต น.143)

กระทั่งเสียชีวิตในปี 1998 เมื่อลอร์ดโวลเดอมอร์ ที่เดินทางมาหาเขาเพื่อสอบถามถึงไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ กรินเดลวัลด์ที่ผอมจนเหมือนโครงกระดูก ดวงตาลึกโหล และฟันส่วนใหญ่หักไปหมดแล้วก็ยิ้มรับเขาอย่างไร้ซึ่งความหวาดกลัว

“ฉันคิดอยู่แล้วว่าแกต้องมา…สักวันหนึ่ง แต่การเดินทางของแกมันเปล่าประโยชน์ ฉันไม่เคยมีมันเลย”

“ถ้าเช่นนั้นก็ฆ่าฉันเสียสิ โวลเดอมอร์ ฉันยินดีต้อนรับความตาย! แต่ความตายของฉันจะไม่ทำให้แกได้สิ่งที่ค้นหาหรอก…มีอะไรอีกมากที่แกไม่เข้าใจ…”

“ฆ่าฉันเลยสิ! แกจะไม่ชนะ แกจะไม่มีวันชนะ! ไม้กายสิทธิ์นั่นไม่มีวันเป็นของแก ไม่มีวัน –“
– เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ พูดกับโวลเดอมอร์, เครื่องรางยมทูต บ.23)

หลังจากที่กรินเดลวัลด์ไม่ยอมบอกข้อมูลว่าใครเป็นเจ้าของไม้กายสิทธิ์ เขาก็ยั่วยุให้โวลเดอมอร์ลงมือสังหารตนเอง และโวลเดอมอร์ก็ลงมือใช้คำสาปพิฆาตแก่เขาในที่สุด (เครื่องรางยมทูต น.435) ซึ่งหมายความว่ากรินเดลวัลด์อยู่ในคุกของตนเองนับแต่ปี 1945 ที่ยอมแพ้แก่ดัมเบิลดอร์ จนถึงปี 1998

harry-potter-and-the-theory-of-dumbledore-s-hidden-horcrux-545685

ทักษะและความสามารถทางเวทมนตร์

  • การแปลงร่าง (Transfiguration) เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ใช้ความสามารถในการใช้คาถาแปลงร่างขั้นสูงเพื่อปลอมตัวเองให้กลายเป็นเพอร์ซิวาล เกรฟส์ หัวหน้ามือปราบมารของมาคูซา (อ้างอิง เจ.เค.โรว์ลิ่ง)
  • การพยากรณ์ (Seer) มีความสามารถในการรู้เห็นเหตุการณ์อนาคต กรินเดลวัลด์พบเด็กทรงพลังผ่านความสามารถนี้ (อ้างอิง เจ.เค.โรว์ลิ่ง)
  • นักสกัดใจ (Occlumency) เพราะความสามารถในการสกัดใจนี้เองทำให้ ควีนนี่่ โกลด์สตีน ซึ่งมีความสามารถในการพินิจใจไม่สามารถรับรู้ได้ว่า เพอร์ซิวาล เกรฟส์ เป็นเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ (อ้างอิง เจ.เค.โรว์ลิ่ง)

เกร็ดน่ารู้

  • ในภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมทูต ภาค 1 ผู้ที่รับบท เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ วัยหนุ่มคือ Jamie Campbell Bower และตอนแก่โดย Michael Byrne
  • ในภาพยนตร์ สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ ใช้เรื่องราวการเรืองอำนาจศาสตร์มืดของเขาเป็นตัวเชื่อมโยงเข้ากับโลกของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ผ่านทางอัลบัส ดัมเบิลดอร์ ซึ่งเราจะได้เห็นพวกเขาทั้งคู่ในภาค 2 [อ้างอิง]
  • ในภาพยนตร์ สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ รับบทโดย จอห์นนี่ เดปป์ (Johnny Depp)
  • ในปี 1926 เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ มีตาสองสี ตาซ้ายสีดำและตาขวาสีเทา ซึ่งเกิดขึ้นจากแนวคิดของ จอห์นนี่ เดปป์ นักแสดงผู้มองเห็นว่า เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ นั้นมีสองบุคลิกอยู่ในคนเดียว จึงนำเสนอออกมาให้ชัดเจนขึ้นผ่านดวงตาที่มีสองสี [อ้างอิง]
  • ในคลิปหนึ่งของภาพยนตร์ สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ ปรากฏภาพด้านหลังของชายวัยกลางคนผมสีบลอนด์ ยืนปะทะกับกลุ่มพ่อมด เขาก็คือ เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์นั่นเอง
  • เจ.เค.โรว์ลิ่ง เปิดเผยอีกครั้งว่า ความสัมพันธ์ของเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ กับอัลบัส ดัมเบิลดอร์ นั้น เป็นความสัมพันธ์ในระดับของการมีเพศสัมพันธ์ แต่จะไม่นำเสนอส่วนนี้ในภาพยนตร์ จากเดิมที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าความรักของทั้งคู่เป็นเพียงรักข้างเดียว [อ้างอิง]
grindelwald
ภาพจากตัวอย่าง https://www.youtube.com/watch?v=QgEgS5fIEwY

Show Comments

No Responses Yet

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.